bg-single

เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า

27.10.2026

คอลัมน์ Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

เดนตายในผ้าเหลือง (6) | ไปตายเอาดาบหน้า

สิ่งที่เสนาธิการทหารบก พล.ต.มาซาโนบุ ทสุจิ ซึ่งในขณะที่แปลงตัวมาเป็นพระภายใต้นามแฝงว่า “อาโออิ” ได้ยื่นให้กับพวกใต้ดินของรัฐบาลจีนคณะชาติก็คือการมอบตัวของเขาเองให้กับรัฐบาลจุงกิงเพื่อทำงานให้

เนื่องจากเขาเป็นนายทหารระดับสูงที่กุมความลับอยู่มาก ดังนั้น หากตัวเขาตกอยู่ภายในเงื้อมมือของฝ่ายอังกฤษ ข้อมูลทั้งหมดก็จะกลายเป็นของอังกฤษไปด้วย

เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลข้อนี้ ชีวิตของเขาจึงยังมีค่ากับทางการจีนอยู่มากโข ดีเสียกว่าฆ่าตายโดยเปล่าประโยชน์

ทสุจิตรงเข้าสู่สำนักงานของฝ่ายจีน ยื่นจดหมายของตัวเองฝากผู้รับสารช่วยส่งไปถึงผู้บังคับบัญชาคณะเชิ้ตสีน้ำเงิน

ทีแรกข้อเสนอของทสุจิยังไม่ได้รับการตอบรับ จดหมายของเขาที่ยื่นไปถึงฝ่ายนำของคณะเชิ้ตสีน้ำเงินจะไปถึงมือของพวกเขาจริงหรือไม่ก็มิอาจทราบได้

สิ่งที่ตอบสนองกลับมาคือความเงียบ ผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ความเป็นอย่างไร

จนกระทั่งใกล้ถึงวันที่ 29 ตุลาคมอยู่รอมร่อ ทสุจิทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้จึงบุกเข้าไปที่สำนักงานของคณะเชิ้ตสีน้ำเงินอีกครั้ง คราวนี้เขาได้พบกับฝ่ายนำของทหารจีนด้วยตัวเอง

และโชคดีที่ข้อเสนอของทสุจิเป็นผล คณะเชิ้ตสีน้ำเงินยอมรับเงื่อนไขนี้

พวกเขาประสานงานกับทางรัฐบาลจุงกิง แล้วให้สัญญากับทสุจิว่าจะส่งรถยนต์ไปรับเขาที่วัดเลียบในเวลาสามทุ่มของคืนวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนเวลาที่พระญี่ปุ่นจะถูกกวาดต้อนเข้าสู่สถานกักกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เมื่อการเจรจาลุล่วงเป็นผลสำเร็จ ทสุจิก็กลับมาเปลี่ยนชุดที่วัดเลียบโดยไม่ได้ทำพิธีสึก เนื่องจากสถานะพระสงฆ์ของเขาเป็นสถานภาพนักบวชกำมะลอมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

เขาร่ำลาพระสงฆ์แต่ละรูป รับประทานอาหารร่วมกันเป็นการอำลา

พอแสงตะวันมืดลง ทสุจิก็แอบดอดออกจากวัดเลียบทางประตูหลังในเวลาก่อนสามทุ่มเล็กน้อย

ในมือของเขามีมีดอันคมกริบซ่อนไว้ติดตัว สัมภาระที่พกพามามีเพียงกระเป๋าหนังคู่ทุกข์คู่ยากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเขามายาวนาน

เขาเดินซอกแซกหลบหลีกทหารอังกฤษที่เฝ้ายามอยู่ตามมุมต่างๆ มาจนถึงจุดนัดพบ

แต่ทว่าก็มองหารถยนต์คันใดใกล้เคียงกับพาหนะของฝ่ายจีนไม่มี

เขาหลบซ่อนอยู่ในหลุมหลบภัยใกล้บริเวณนั้น แต่แม้จะผ่านเวลาไปหลายชั่วโมง จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีรถยนต์ของฝ่ายจีนมารับตัวเขาแต่อย่างใด

ระหว่างที่กำลังซุ่มเงียบอยู่ด้วยใจระทึกนั้นก็ปรากฏว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งเดินตามเข้ามา ไม่มีทหารคนใดมาจับกุมตัวเขา และไม่มีทหารคนใดมาช่วยเหลือเขาเช่นกัน มีแต่เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น

ทสุจิเตรียมมีดที่ติดตัวให้พร้อม รอจังหวะที่เด็กน้อยเข้ามาถึงตัวก็จะทำการสังหารเจ้าเด็กน้อยคนนี้ทันที

จนกระทั่งพิศมองในระยะใกล้จึงจดจำได้ว่าเด็กน้อยนี้หาใช่ใครอื่นไกล แต่คือเด็กรับใช้ของวัดญี่ปุ่นนั่นเอง!

เสียงเด็กร้องถามเป็นภาษาญี่ปุ่นชัดถ้อยชัดคำดังออกมา “ท่านจะไปไหน ทำไมเปลี่ยนชุด ท่านจะหนีออกจากวัดหรืออย่างไร” เด็กคนนี้เป็นชาวไทยที่สามารถพูดญี่ปุ่นได้ เพราะทำงานให้กับวัดญี่ปุ่นมายาวนาน เด็กน้อยโผเข้ากอดทสุจิแน่น ทำให้เดนตายที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนเกิดความลังเลว่าจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ดี

ทสุจิเงื้อมีดขึ้นหมายฆ่าปิดปาก แต่เสียงในหัวก็ร้องเตือนว่าอย่าทำ เขาระงับจิตใจเอาไว้แล้วเริ่มบทสนทนา

ในที่สุดเมื่อเด็กน้อยทราบถึงความต้องการของทสุจิ เขาก็ยินดีช่วยเหลือ

ทสุจิควักเงินไทยออกจากกระเป๋า 100 บาท ซึ่งเป็นจำนวนมากโขในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเสนอให้เด็กน้อยช่วยพาหลบหนีออกไปจากย่านวัดเลียบ

ในที่สุด เสนาธิการทสุจิก็ได้สถานที่หนีไปกบดานชั่วคราว นั่นคือบ้านของเด็กน้อยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเลียบนั่นเอง

ที่นี่เป็นชุมชนคนไทยจึงพ้นไปจากสายตาของทหารอังกฤษได้

ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยในยามวิกาล เพราะเด็กน้อยอาศัยอยู่กับพี่สาวเพียงลำพัง โดยพี่สาวของเขาเป็นหญิงโสเภณีที่พอค่ำลงก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเสมอ

ด้วยเหตุนี้ทสุจิจึงได้นอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของเด็กน้อยโดยที่ไม่มีใครระแคะระคายว่าเขาคือนายทหารระดับสูงของญี่ปุ่น ผู้ซึ่งถูกหมายหัวว่าจะตกเป็นผู้ต้องหาอาชญากรสงครามด้วย

พอถึงรุ่งสางวันที่ 29 ตุลาคม พล.ต.ทสุจิตื่นก่อนตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า ให้เงินเด็กน้อยมากถึง 150 บาท แล้วรีบเผ่นออกจากบ้านของเด็กน้อยด้วยความอ่อนเพลีย เนื่องจากถูกเหลือบไรตามพื้นที่นอนอยู่เล่นงานตลอดคืน

จุดหมายของเขาคือสำนักงานของคณะเชิ้ตสีน้ำเงินเพื่อไต่ถามให้รู้แล้วรู้รอดไปว่าชะตาของเขาจะเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อเข้าไปถึงภายในสำนักงานก็พบกับชายจีนบางคนนอนหลับอยู่ ส่วนบางคนที่ตื่นขึ้นมาแล้วก็ได้พูดคุยกันด้วยการเขียนลงบนกระดาษ

และในที่สุดก็ได้เผชิญหน้ากับบรรดาฝ่ายนำของคณะเชิ้ตสีน้ำเงินโดยตรง

ทำให้ได้ทราบความจริงว่าเขาไม่ได้ถูกฝ่ายจีนลอยแพ แต่ที่ไม่มีใครไปรับเขาที่วัดเลียบตามนัดก็เป็นเพราะไม่สามารถแหวกวงล้อมของพวกเวรยามของฝ่ายอังกฤษไปถึงจุดนัดพบได้

ทางคณะเชิ้ตสีน้ำเงินยืนยันว่ารัฐบาลจุงกิงพร้อมอ้าแขนต้อนรับเขา ทีแรกมีความพยายามจะส่งเครื่องบินมารับตัวถึงเมืองไทย

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้การดึงตัวทสุจิออกไปจากฝ่ายอังกฤษยังเป็นความลับ ฉะนั้น จึงต้องเดินทางไกลจากไทยเข้าสู่อินโดจีนของฝรั่งเศส แบบที่เรียกว่าเกือบจะเป็นการ “ไปตายเอาดาบหน้า” โดยเข้าสู่ดินแดนลาวก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นจึงลัดเลาะขึ้นเหนือไปที่เวียดนาม แล้วตัดเข้าสู่ดินแดนจีนมุ่งหน้าไปที่จุงกิง

แผนการเดินทางก็คือจะมีการส่งมอบตัวเขาให้กับทหารจีนหน่วยหนึ่งซึ่งฝังตัวอยู่ในไทยมานานแล้วให้เป็นผู้คุ้มกัน พวกเขาจะเดินทางไปพร้อมกับทสุจิทางรถไฟ โดยเริ่มต้นจากหัวลำโพงไปถึงโคราช

จากนั้นจะพักค้างคืนที่โคราชหนึ่งคืนเพื่อรอการเปลี่ยนขบวนไปตามทางรถไฟสายอีสานใต้อันมีสถานีปลายทางอยู่ที่วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

จากอุบลฯ พวกเขาจะข้ามไปสู่ดินแดนลาว แล้วลัดเลาะขึ้นไปทางเหนือเพื่อไปยังจุดนัดพบต่อไปในเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว ซึ่งในขณะนั้นยังคงเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอินโดจีนแห่งฝรั่งเศส

อ่านต่อฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย
‘รังสิมันต์’ จี้ DSI เอาผิดเว็บพนัน Shuffle ชี้หลักฐานเพียงพอดำเนินคดีแล้ว เผย 6 บัญชี Bitkub เงินหมุนกว่า 100 ล้าน จับตาขยายผลฟอกเงิน-เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
จากผับเถื่อน-ส่วยเจ้าหน้าที่ สู่ทางออก ‘ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์’ เปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีเข้ารัฐ
เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า
สรุปคดี ตุ๋นซัมเมอร์ภาษาจีน เท นร.ทิ้งสุวรรณภูมิ : แฉเล่ห์-โกงเงินเด็ก ซี 8 สพฐ.ร่วมขบวน
ธงทอง จันทรางศุ | เที่ยว ‘เซี่ยงไฮ้’ แบบมี ‘สาระ’ ‘โต’ ไม่ได้ ถ้าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ชีวิต-เส้นทางรัก เนเน่ พรนับพัน – ไบร์ท วชิรวิชญ์ สู่วันสถานะโสด
ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง
‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (26)