bg-single

ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI

27.10.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม

จากการใช้ AI

คนเจเนอเรชั่นเดียวกับฉันขึ้นไปเป็นคนในช่วงวัยที่ได้รับประสบการณ์การค้นหาคำตอบของสิ่งที่อยากรู้มาแล้วหลายวิธี

ตั้งแต่การไล่ถามคนที่มีความรู้เรื่องนั้นๆ จนได้คำตอบที่ต้องการ การเดินเข้าห้องสมุดเพื่อค้นหาหนังสือที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการใช้ Google ที่ดูจะเป็นสุดยอดแมชชีนแห่งการช่วยค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างรวดเร็วจนเราจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรที่หาข้อมูลมาให้เราได้เร็วกว่านี้อีกบ้าง

จนมาถึงยุคของการถาม AI และได้รับคำตอบภายในเวลาไม่กี่วินาที

รวดเร็วจนเราไม่ต้องไล่หาลิงก์เพื่อคลิกเข้าไปอ่านเองแบบที่เราเสิร์ช Google มาโดยตลอดด้วยซ้ำ

ข้อดีของการมีปัญญาประดิษฐ์ช่วยหาและช่วยคิดให้ก็คือ เราได้รับไอเดียและคำตอบรวดเร็วทันใจ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ ‘ความสามารถในการเก็บรักษาความรู้นั้นเอาไว้’

เมื่อเราต้องขวนขวายเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจากการถามผู้รู้ การไล่หาหนังสือทีละเล่มบนชั้น หรือการไล่คลิกลิงก์และสแกนอ่านเนื้อหาจนได้คำตอบ สิ่งเหล่านี้ช่วยฝึกฝนทักษะให้เราเก็บกักความรู้ที่ได้นั้นไว้อยู่กับตัวได้นานขึ้น

ในขณะที่การพิมพ์ถาม เพื่อให้ AI ตอบมาภายใน 3 วินาทีนั้นใช้ความพยายามน้อยเสียจนสมองเราไม่ทันได้จดจำ

ยิ่งเรารู้ว่า ต่อให้เราลืมข้อมูลที่ได้รับมา เราก็สามารถพิมพ์ถามใหม่อีกครั้งได้สบายๆ ก็ยิ่งทำให้เราไม่มีความพยายามที่จะจดจำข้อมูลเลย

ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎี Ebbinghaus forgetting curve หรือทฤษฎีที่อธิบายการลืมด้วยการใช้เส้นโค้ง

Hermann Ebbinghaus นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน อธิบายไว้ว่าหากเราไม่ได้ทบทวนข้อมูลที่เรียนรู้มา มนุษย์เราจะสามารถลืมได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน

เมื่อสมองเราได้เรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ สมองจะค่อยๆ ลืมข้อมูลเหล่านั้น โดยการลืมจะเกิดขึ้นเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในช่วงแรก และหากไม่ได้รับการทบทวนเลย เราอาจจะลืมข้อมูลเหล่านั้นไปได้ถึงเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการเรียนรู้

ในยุคที่อยากรู้อะไรก็ถาม AI ได้เลย บางคนอาจจะแย้งว่าทฤษฎีนี้จะสำคัญอะไร ในเมื่อถ้าเราลืมเราจะถามใหม่อีกกี่ครั้งก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ถึงเราจะได้คำตอบจาก AI นับครั้งไม่ถ้วน แต่เรากำลังปล่อยโอกาสของการฝึกฝนสมองให้ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย

และถ้าเราไม่ได้ฝึกทักษะการจำเอาไว้บ้าง สมองเราจะสูญเสียความสามารถในการเก็บรักษาและดึงความจำมาใช้แค่ไหน

โดยปกติเวลาเราอ่านหนังสือสักเล่มหรือเรียนรู้อะไรสักอย่าง

สมองเราก็มีแนวโน้มที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นค่อยๆ เลือนหายไปอยู่แล้ว

แต่การมี AI เข้ามาเป็นปัจจัยเพิ่มเติมนั้นยิ่งเร่งกระบวนการนี้ให้แย่ลง

และสุดท้ายเราก็จะพึ่งพา AI ให้เป็นเครื่องมือช่วยคิดและช่วยจำแทนสมองของเราไปเลย

แล้วจะทำอย่างไรให้เราได้ฝึกฝนทักษะการจำและการดึงความจำเหล่านั้นมาใช้

Ebbinghaus เสนอวิธีที่เรียกว่า spaced repetition หรือการทบทวนแบบเว้นระยะ

หลังจากการเรียนรู้ครั้งแรก หากเราได้ทบทวนซ้ำก็จะเป็นการรีเซ็ตกราฟการลืมให้เส้นโค้งตกช้าลงเรื่อยๆ เช่น อาจจะแบ่งการทบทวนออกเป็นรอบสั้นๆ หลายรอบ เช่น ทบทวนหลังเรียนรู้ภายใน 20 นาที แล้วค่อยๆ เว้นระยะ ทบทวนอีกครั้งภายใน 1 วัน ตามด้วย 1 สัปดาห์ ไปจนถึง 1 เดือน

จนสิ่งที่เราเรียนรู้กลายเป็นความจำระยะยาวที่เราแทบจะไม่ลืมอีกเลย

หากนำมาปรับใช้กับการใช้งาน AI ให้ช่วยสอนหรือหาคำตอบบางอย่างให้กับเรา เราอาจจะใช้วิธีอ่านคำตอบหรือศึกษาสิ่งนั้น

จากนั้นก็ปิดคำตอบที่ได้มาจาก AI และพยายามอธิบายเรื่องนั้นซ้ำจากความเข้าใจและความจำของเราเอง

และเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำแบบเดิมอีกเพื่อเป็นการดึงเส้นกราฟให้สูงขึ้นและให้ความรู้นั้นกลายเป็นความจำของเราให้ได้

หรืออาจจะลองใช้ Feynman Technique ที่ตั้งชื่อตามนักฟิสิกส์ชื่อดัง Richard Feynman

เริ่มจากการเลือกคอนเซ็ปต์ที่ต้องการจำ จากนั้นก็เขียนอธิบายราวกับเรากำลังสอนใครสักคนที่ไม่รู้เรื่องนั้นๆ เลย

หากติดขัด ไปต่อไม่ถูก ก็ให้กลับไปดูแหล่งข้อมูล แล้วก็เริ่มใหม่อีกครั้งแบบไม่ต้องแอบดูโน้ตที่จดไว้

วิธีนี้จะช่วยบังคับให้เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราไม่รู้ หรือยอมรับความจริงว่าเราไม่รู้สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้มาโดยตลอด การเขียนอธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะช่วยเผยให้เราเห็นว่าในสมองของเรายังไม่มีข้อมูลอะไรที่จำเป็นบ้าง

Feynman เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าอยากเป็นเลิศเรื่องอะไรก็ให้เราสอนเรื่องนั้น ยิ่งเราสอนเยอะเท่าไร เราก็จะยิ่งได้เรียนเยอะเท่านั้น เพราะการสอนคือเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุด

ถ้าทำสองวิธีนี้แล้วยังรู้สึกไม่ค่อยเก็ตเท่าไรและอยากได้ใครมาช่วย เราก็สามารถใช้ AI นี่แหละมาเป็นคนช่วยฟังเราอธิบายได้

อธิบายสิ่งที่ AI มันเพิ่งจะอธิบายให้เราฟังให้มันฟังอีกครั้ง แล้วบอกให้มันช่วยแก้ข้อผิดพลาดหรือช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้นได้

เรียนรู้จาก AI จากนั้นก็ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้มา แล้วให้ AI ช่วยติว ช่วยทดสอบเราอีกที

น่าจะเพียงพอที่จะช่วยปกป้องสมองของเราไม่ให้หดเล็กลงเรื่อยๆ ในยุคที่เราสามารถเลือกที่จะไม่ใช้สมองเราคิดอะไรเองได้เลย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (26)
E-DUANG | วิถี แห่ง เนเน่ นายแน่มาก สู่ เขาคือ พี่แอ๊ด คาราบาว
คลื่นแห่งความโกรธในยุโรป ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“วรวงศ์” แนะ เศรษฐกิจจะขยายตัว ไทยต้องลดการขาดดุลการค้า ห่วง 9 เดือนแรก ติดลบ 1.4 ล้านล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายภูมิภาค
ปฏิบัติการภาพยนตร์ฝรั่งเศส – Les Misérables- AI โชเน็นอะนิเมะ ไวรัลระดับโลกไอคอนแห่งการต่อสู้ของเจน Z ‘Stop! Back off! Stop pushing!’
อินเดีย จากแกนนำขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สู่ประเทศที่ฝักใฝ่ทุกฝ่าย
เวียงจันทน์ขยับ ฮานอยเขยื้อน : เวียดนามกับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
6 ปทัสถาน ‘เคลียร์ได้’ ที่สังคมไทยต้องข้ามให้พ้น