bg-single

“นักการเมือง” ต้องฟื้นศรัทธา

24.10.2016

ไม่ว่าจะอย่างไร การเมืองยังเป็นจำเลยใหญ่ของข้อกล่าวหาทำให้ประเทศชาติหยุดการพัฒนา

คุณภาพของนักการเมือง มาตรฐานของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอด

หลายปีที่ผ่านมา และดูเหมือนข้อสรุปที่ว่า “จะต้องปฏิรูป” เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายเห็นดีเห็นงาม

ประเทศที่ประกาศตัวเองเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ที่ควรนำทางน่าจะเป็นนักการเมืองที่มีจิตสำนึกแห่งเสรีชน และพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายเป็นสถาบันที่เป็นตัวแทนความเชื่อของประชาชน

ความเชื่อมีความหลากหลาย

ซึ่งหมายถึงพรรคการเมืองควรมีความหลากหลายไปตามความเชื่อ

และในความเป็นจริงทุกความเชื่อล้วนมีคุณค่า ด้วยความเป็นไปในห้วงเวลาหนึ่งเหมาะกับการใช้ความเชื่อหนึ่งมาบริหารจัดการ ขณะที่กาละและเทศะเปลี่ยนไป ความเชื่อที่เหมาะสมกับการจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชนนั้นก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

ดังนั้น จึงไม่ควรมีความเชื่อใดที่ต้องทำลายทิ้ง เพียงแต่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เลือกว่าจะต้องใช้พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนความเชื่ออย่างไรมาบริหารจัดการในยุคสมัยแบบใด

ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาศัยความเฉลียวฉลาดมากมายอะไร เพียงแต่หากประชาชนส่วนใหญ่มีจิตสำนึกที่จะสร้างสรรค์สังคมโดยรวมมากกว่าแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง วิจารณญาณที่จะเลือกพรรคตัวแทนความเชื่อที่ถูกต้องกับกาลเทศะให้ขึ้นมามีบทบาทจะเกิดขึ้นเอง

เพียงปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพที่จะจัด ไม่ถูกครอบงำด้วยอำนาจและผลประโยชน์จนขาดสำนึก ทุกอย่างจะดำเนินไปตามธรรมชาติ

แน่นอนว่าในบางยุคสมัยความไม่ไว้วางใจในประชาชนเกิดขึ้น กระทั่งมีเสียงเรียกร้องต้องการให้คนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาประกาศตัวว่าเป็นผู้ตัดสินใจเลือกที่ดีกว่าประชาชนส่วนใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ฉลาดกว่า มีคุณธรรมเหนือกว่า

อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยดังที่ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเห็นดีเห็นงามของประชาชนส่วนใหญ่ว่ามีหรือไม่ด้วย

หลังจาก “ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” คำถามว่าประชาชนเห็นดีเห็นงามกับการมอบสิทธิในการเลือกผู้บริหารจัดการประเทศให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ไม่น่าจะต้องไปค้นหาคำตอบอื่นแล้ว

แต่ดูเหมือนว่าการย้ำถึงความเหมาะสมของยุคสมัยด้วยความเห็นดีเห็นงามของประชาชนส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ

ผลสำรวจของ “กรุงเทพโพลล์” ล่าสุดในเรื่อง “ความหวังของประชาชนกับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเมืองไทย” มีนัยยะสำคัญไม่น้อย

เพราะสำรวจแล้วพบว่าประชาชนมากถึงร้อยละ 71.3 เห็นควรให้ปฏิรูปการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองอย่างจริงจังก่อนการเลือกตั้ง ร้อยละ 74.1 ไปไกลขนาดเห็นว่าควรจะเซ็ตซีโร่ หรือเริ่มต้นพรรคการเมืองกันใหม่ ซึ่งน่าจะมีนัยยะถึงการเห็นความล้มเหลวของพัฒนาการทางการเมืองกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

เป็นความน่าสนใจยิ่งว่าเหตุใดในสายตาของประชาชนส่วนใหญ่จึงเห็นพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนอุดมการณ์แต่ละด้านไร้ค่าถึงขนาดไม่รู้สึกอะไรหากต้องการยุบทิ้ง

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีคำถามที่คงจะต้องหาคำตอบกันโดยเร็ว หากยัง ประเทศต้องนำพาประเทศสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าจะเพราะรู้สึกถึงความจำเป็นเนื่องจากต้องการการยอมรับจากนานาประเทศ หรือเพราะมีสำนึกอย่างแท้จริงว่ามีแต่การบริหารจัดการประเทศโดยยึดถืออำนาจของประชาชนส่วนใหญ่เท่านั้น จึงจะนำพาสู่การลดช่องว่างระหว่างมนุษย์ในสังคมเดียวกันได้

นักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน และพรรคการเมืองที่เป็นศูนย์รวมอุดมการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดของประชาชน จะทำอย่างไรจึงจะฟื้นคืนศรัทธาจากประชาชนให้กลับมาได้

ไม่คิด ไม่เร่งลงมือทำ การเมืองการปกครองไทยจะไกลจากอำนาจประชาชนมากกว่านี้

และสาเหตุหนึ่งก็คือ นักการเมือง และพรรคการเมืองที่ไม่รักษาคุณค่าของตัวเองไว้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)