บทความพิเศษ
เส้นทาง ความคิด
ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
สถานะ มนุษยภาพ
มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับในความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงอยู่ของบทความว่าด้วย “มนุษยภาพ” กับสถานะของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในทางความคิดและในทางสังคม
ไม่เพียงแต่การจำต้องอำลาจาก “ไทยใหม่”
ไม่เพียงแต่ชะตากรรมอันเกิดขึ้นกับ “ศรีกรุง” ในกาลต่อมาจะเป็นเครื่องทดสอบในเชิงพิสูจน์ทราบ
หากแต่ยังมีข้อสังเกตจากการศึกษาของ “นักวิชาการ” ในรุ่นหลัง
ไม่ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ไม่ว่าจะเป็นบทความพิเศษของธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ใน “ศิลปวัฒนธรรม”
เมื่อเทียบเคียงกับเรื่องสั้น “ทำงาน-ทำเงิน” ของ “ศรีบูรพา” ก็ยิ่งแจ้งจางปาง
การศึกษา กุหลาบ สายประดิษฐ์ บนเส้นทางแห่งการทำหนังสือพิมพ์ และการเขียนทั้งบทความ เรื่องสั้น และนวนิยายจึงเดินมาถูกทาง
ทางแห่งการมองสังคมผ่านวรรณกรรม มองวรรณกรรมผ่านสังคม
ความจริง ของ วรรณกรรม
ความจริง ของ สังคม
แม้ในตัวละครหนึ่งของ “ศรีบูรพา” ใน “ทำงาน-ทำเงิน” จะได้ชื่อว่า ดุสิต สมิโตปกรณ์ แต่มีข้อแตกต่างระหว่างดุสิต สมิโตปกรณ์ ในเรื่อง “ทำงาน-ทำเงิน”
กับดุสิต สมิโตปกรณ์ ในเรื่อง “สงครามชีวิต” อย่างควรให้ศึกษา เปรียบเทียบ
ดุสิต สมิโตปกรณ์ ใน “ทำงาน-ทำเงิน” เป็น “นักหนังสือพิมพ์” ทั้งยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ “หนุ่ม” ซึ่งเพิ่งตกงาน
และไปเยือนห้องนัมเบอร์ 185 ก. อันเป็นห้องเช่าซึ่งปูด้วยหินและโรยฝุ่นไว้ข้างบน
ทั่วทั้งห้องมีเศษกระดาษเกลื่อน ข้างบันไดมีโต๊ะกองอยู่ตัวหนึ่ง
จุดเด่นเป็นอย่างมากของห้องเช่าห้องนี้ก็คือ เป็นห้องโรยฝุ่นตั้งแต่ชั้นล่างและตามบันไดไปจนถึงห้องชั้นบน
จุดเด่นยิ่งกว่านั้นอยู่ตรงที่เป็นห้องเช่าซึ่งประกอบด้วยคนไม่มีงานทำ 3 คน
คนหนึ่ง คือ ดนัย บุณยเสนี เคยรับราชการเป็นทหาร คนหนึ่ง คือ ทรรพ อนุพันธ์ เป็นนักวาดเขียน และอีกคนหนึ่งซึ่งตามมาสมทบภายหลัง คือ ดุสิต สมิโตปกรณ์ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์
นี่ย่อมแผกต่างจากดุสิต สมิโตปกรณ์ อันปรากฏเงาร่างขึ้นใน “สงครามชีวิต” อย่างชนิดตรงกันข้าม
บ้าน ดุสิต สมิโตปกรณ์
บ้าน “นักปราชญ์หนุ่ม”
จากสายตาของระพินทร์ ยุทธศิลป เมื่อเขียนเล่าให้เพลิน โรหิตบวร ของเขา เมื่อแรกที่ปรากฏขึ้น ณ ที่ดินซึ่งดุสิต สมิโตปกรณ์ เช่าเพื่อปลูกบ้าน
เป็นที่ดินในบริเวณหลังห้องเช่าของระพินทร์
แรกทีเดียวระพินทร์ไม่รู้หรอกว่าเป็นที่ดินและจะเป็นบ้านของดุสิต สมิโตปกรณ์
“ท่านผู้นี้เป็นคนหนุ่มทั้งแท่ง รูปร่างถ้าจะว่าไปก็สวยงาม เป็นเสน่ห์นัยน์ตาแก่ผู้หญิง ฉันรู้สึกในนาทีแรกว่า ท่านผู้นี้เหมาะจะเกิดมาเป็นเจ้าชู้มากกว่าจะเป็นนักปราชญ์”
แต่ที่แปลกก็คือ ทุกคราวที่ “ท่านผู้นี้” แวะมาดูความคืบหน้าของการก่อสร้างมักจะมี “หนังสือ” ติดตัวมาด้วยเล่มหนึ่งเสมอ
แต่ที่แปลกยิ่งกว่านั้นในสายตาของระพินทร์
เมื่อการก่อสร้างบ้านรูปทรงภูมิฐานสำเร็จเรียบร้อย ก็คือบรรดาสรรพสมบัติที่ขนเข้ามา
“ในรถโกดังคันหนึ่งเต็มไปด้วยกระถางต้นไม้
อีกคันหนึ่งเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้กับของใช้ที่จำเป็นนิดหน่อย อีกคันหนึ่งเต็มไปด้วยตู้หนังสือราวสี่หรือห้าตู้
ฉันถึงแก่ตกตะลึงเมื่อรถคันที่สามแล่นผ่านหน้าไปช้าๆ”
ในความรำพึงของระพินทร์ ยุทธศิลป “คนหนุ่มๆ มีหนังสือถึง 4-5 ตู้ และมีกระถางต้นไม้เต็มรถโกดัง นี่จะแปลว่าอย่างไร”
จากนั้น บทสรุปอันเคยมีในเบื้องต้นของระพินทร์ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยน
“สักครู่หนึ่ง รถมอร์รีสเล็กๆ ก็แล่นตามมา คนขับเป็นเด็กรุ่นหนุ่ม ท่านสุภาพบุรุษนั่งอ่านหนังสือด้วยอารมณ์สงบอยู่ตอนใน
เป็นลักษณะของ ‘นักปราชญ์หนุ่ม’ แท้”
ภาพ ดุสิต สมิโตปกรณ์
มโนนึก แห่ง “ศรีบูรพา”
ความน่าสนใจก็คือ การปรากฏตัวของดุสิต สมิโตปกรณ์ ณ ห้องนัมเบอร์ 185 ก. ในเรื่อง “ทำงาน-ทำเงิน”
เป็นการปรากฏตัวของนักหนังสือพิมพ์ที่เพิ่งตกงาน
แม้จะมีท่วงท่าอาการหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี กระนั้น สถานะที่กำลังแบกรับอยู่บนบ่าก็คือนักหนังสือพิมพ์ ตกงาน ไม่มีสังกัด
ขณะที่การปรากฏตัวของดุสิต สมิโตปกรณ์ ใน “สงครามชีวิต”
ณ บ้านรูปทรงภูมิฐานงดงามติดกับห้องเช่าของระพินทร์ ยุทธศิลป กลับเป็นภาพของคนหนุ่มอันมากด้วยทรัพย์ศฤงคาร ไม่เพียงมากับรถมอร์รีสและกระถางต้นไม้เต็มรถบรรทุกเท่านั้น
หากแต่ยังมีหนังสือหลายหลากมากมายถึง 4-5 ตู้
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเจ้าของบ้านเชิญระพินทร์เข้าไปในเรือนต้นไม้ “…ที่นั่นมีโต๊ะและเก้าอี้ 3 ตัว บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ มีบุหรี่และน้ำเย็น”
เจ้าของบ้านหนุ่มรู้เรื่องต้นไม้ดอกไม้อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กุหลาบ”
“กุหลาบเป็นของโปรดของผม” เป็นคำกล่าวพร้อมกับอธิบายแจกแจงอย่างชนิดรู้แจ้ง รู้จริง
“ดาวฝรั่งเศสและเดือนฉายดอกใหญ่งามน่ารักจริง ทุกๆ เช้าจะงามไม่น้อยกว่า 15 ดอก ถ้าคุณต้องการจะมาเก็บได้เสมอ ผมไม่สู้มีธุระจะใช้นอกจากเสียบแจกันสัก 5-6 ดอก ที่เหลือก็ปล่อยให้มันบานเหี่ยวแห้งไปกับต้น
ส่งกำนัลผู้หญิงละเป็นเหมาะกว่าอะไรทั้งหมด”
ความเป็นจริงที่ระพินทร์ ยุทธศิลป ความเป็นจริงที่คนติดตาม “สงครามชีวิต” น่าจะรู้อยู่แก่ใจก็คือ นามจริงของ “ศรีบูรพา” คือ “กุหลาบ”
เป็น กุหลาบ สายประดิษฐ์
นิยาม แห่ง “สุภาพบุรุษ”
นิยาม กุหลาบ สายประดิษฐ์
ที่ถอดจำลองความเป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์ อย่างเด่นชัดเป็นอย่างยิ่งคือ ท่วงทำนองอันสะท้อนความเป็น “สุภาพบุรุษ”
สุภาพบุรุษอันเป็นเงาแห่งความเป็น “ลูกผู้ชาย”
รูปธรรมหนึ่งก็คือ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ซึ่งปรากฏผ่านนวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” สุภาพอ่อนน้อมต่อระพินทร์ ยุทธศิลป
“ราวกับว่า เราทั้งสองมีฐานะเสมอกัน ดูเขาไม่ประหลาดเสียเลยในความแตกต่างแห่งฐานะ”
เป็นท่วงทำนองของ “สุภาพบุรุษ”
เป็นท่วงทำนองของ “ลูกผู้ชาย” เห็นได้อย่างเด่นชัดว่าเป็นการผูกมิตรบนพื้นฐานแห่งความคิดอันนำเสนอและเรียกร้อง
ผ่าน “มนุษยภาพ”
ขณะเดียวกัน เมื่อศึกษาผ่านนวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” ลึกลงไปในความรู้สึกของระพินทร์ ยุทธศิลป ในฐานะของ “ผู้สังเกตการณ์”
ก็ยังมีหลายอย่างของดุสิต สมิโตปกรณ์ ที่ยังเป็นความไม่เข้าใจจากมุมที่เฝ้ามองของระพินทร์ ยุทธศิลป
นั่นคือ
“ฉันแปลกใจที่แม้ในวันธรรมดา เมื่อฉันแต่งตัวออกจากบ้านไปทำงานก็ยังพบเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ในเรือนต้นไม้
ไม่ทราบเลยว่า เขาทำงานอะไร”
คำถาม ถึง “อาชีพ”
คำถาม ทาง สังคม
ย่อมเป็นสิ่งที่ทวีป วรดิลก อาจเรียกว่า “สภาวะแปลกแยก” และเป็นสิ่งที่สุชาติ สวัสดิ์ศรี อาจเรียกว่า “แปลกแยก”
เนื่องจากทั้งหมดเกิดขึ้นในสังคมสยาม ปี 2474
