bg-single

การศึกษา / ปฏิบัติการเพิ่มค่าปรับ 2.5 ล้าน ดัดหลัง ‘น.ศ.แพทย์’ เบี้ยวใช้ทุน??

17.11.2018

การศึกษา

ปฏิบัติการเพิ่มค่าปรับ 2.5 ล้าน

ดัดหลัง ‘น.ศ.แพทย์’ เบี้ยวใช้ทุน??

 

ในที่สุด คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาการเป็นนักศึกษาแพทย์ ที่มีนายเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ได้พิจารณาเห็นชอบ และอนุมัติให้กำหนดค่าปรับชดใช้ทุนของนักศึกษาแพทย์ผู้ผิดสัญญา เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท

โดยได้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ “เพิ่ม” ค่าปรับแล้ว

เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ประเด็นการเพิ่ม “ค่าปรับ” นักศึกษาแพทย์ที่ “เบี้ยว” ชดใช้ทุนในพื้นที่ห่างไกล หรือถิ่นทุรกันดาร ภายหลังเรียนจบ จากเดิมที่จ่ายเบี้ยปรับเพียง 4 แสนบาท ถูกนำขึ้นมาพูดคุยกันหลายครั้งหลายครา แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านจากผู้ปกครองและนักศึกษาแพทย์ เรื่องก็ค่อยๆ เงียบหายไป

กระทั่งช่วงกลางปีที่ผ่านมา การเพิ่มค่าปรับผู้เบี้ยวใช้ทุนนักศึกษาแพทย์ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอย่างจริงจังอีกครั้ง ในที่ประชุมโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทยปี 2561-2562 ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สธ.

ซึ่งที่ประชุมในครั้งนั้นมีมติให้ผลิตแพทย์เพิ่มปีละ 3,000 คน ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2570 ตามที่กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) เสนอ โดยใช้งบประมาณกว่า 9 หมื่นล้านบาท

ฉะนั้น เมื่อรัฐต้องลงทุนมหาศาลในการผลิตแพทย์ โดยค่าใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 4.7 ล้านบาท แต่นักศึกษาแพทย์กลับเบี้ยวชดใช้ทุน ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าปรับเพียง 4 แสนบาท เพื่อแลกกับการไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน จึงมีผู้เสนอให้เพิ่มค่าปรับเป็นเงิน 5 ล้านบาท

ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างท่วมท้น และเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มค่าปรับผู้เบี้ยวชดใช้ทุน

เพราะอัตรา 4 แสนบาทที่จ่ายอยู่เดิม ได้ใช้มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว!!

 

ทั้งนี้ สธ.ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาทบทวนมติ ครม.เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2516 เพื่อขอเพิ่มค่าปรับนักศึกษาแพทย์ที่ผิดสัญญาการเป็นนักศึกษาวิชาแพทย์ จาก 4 แสนบาท เป็น 2.5 ล้านบาท และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป

โดย สธ.จะประสานสถาบันการผลิตนักศึกษาแพทยศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น สธ.ได้ส่งร่างสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อตรวจพิจารณา

ซึ่งนายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน พิจารณาว่า มติ ครม.เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2516 ที่กำหนดค่าปรับชดใช้ทุนผู้ผิดสัญญาเป็นเงิน 4 แสนบาท ถูกกำหนดไว้นานมาก จึงไม่เหมาะสม

โดยได้แจ้งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ให้ทบทวนค่าปรับชดใช้ทุนของนักศึกษาแพทย์ที่ผิดสัญญาใหม่ ให้พิจารณาถึงค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ จำนวนนักศึกษาแพทย์ที่ไม่เข้ารับราชการ หรือทำงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ว่ามีมากน้อยเท่าใด

สป.สธ.จึงได้ถอนร่างสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ออกจากการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำกลับมาปรับปรุงใหม่

ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรนักศึกษาแพทย์ฯ ที่มีปลัด สธ.เป็นประธาน จึงได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าปรับชดใช้ทุนของนักศึกษาแพทย์ที่ผิดสัญญาเป็นเงิน 2.5 ล้านบาท

โดยคิดจากอัตราเงินเฟ้อ และค่าปรับคิดจากการลงทุนโครงการ CPIRD/โครงการปกติ ปีละ 3 แสนบาทต่อคนต่อปี จำนวน 6 ปี เท่ากับ 1,800,000 บาท

และงบฯ ลงทุนที่สนับสนุนให้กับคณะแพทยศาสตร์อีก 700,000 บาท!!

 

หลังชัดเจนว่าจะเพิ่มค่าปรับนักศึกษาแพทย์ที่เบี้ยวชดใช้ทุนเป็นเงิน 2.5 ล้านบาท ผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ขานรับกับเรื่องนี้แทบจะในทันที

อย่าง นพ.อุดม คชินทร กล่าวว่า เคยเสนอให้เพิ่มค่าปรับเป็นเงิน 5 ล้านบาท โดยคิดจากต้นทุนการผลิตแพทย์ต่อคนอยู่ที่ 4.7 ล้านบาท แต่จากการพูดคุยกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าสูงเกินไป แม้จะคิดจากงบฯ ที่แท้จริง จึงปรับลดเหลือ 2.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าไม่ได้แพงเกินไป

“การใช้ทุน ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ทั้งหมด 2.5 ล้านบาท แต่ใช้เฉพาะเวลาใช้ทุนที่เหลือ เช่น แพทย์ต้องทำงานใช้ทุนเป็นเวลา 3 ปี แต่ทำงานใช้ทุนแล้ว 2 ปี เหลือเวลาที่ต้องใช้ทุนอีก 1 ปี หากหนีทุนก็จะต้องจ่าย 1 ใน 3 ของจำนวนเงินทั้งหมด หรือประมาณ 8.3 แสนบาท” นพ.อุดมกล่าว

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า การเพิ่มค่าปรับเป็น 2.5 ล้านบาท เป็นมาตรการที่จำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ไม่ใช่มาตรการที่ดีที่สุดที่จะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแพทย์ในเขตชนบท

ขณะเดียวกัน จะต้องทำพร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น สร้างขวัญกำลังใจ เพิ่มค่าตอบแทน และค่าเบี้ยกันดาร ให้กับแพทย์ที่เสียสละไปอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน หรือสร้างระบบความก้าวหน้าในชีวิต มีระบบสนับสนุนเพื่อไม่ให้การทำงานหนักและเหนื่อยจนเกินไป ซึ่งสำคัญและยั่งยืนในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในชนบท

ขณะที่ นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอีกคนที่สนับสนุนให้เพิ่มค่าปรับนักศึกษาแพทย์ที่ผิดสัญญา 2.5 ล้านบาท เพื่อให้แพทย์จบใหม่ทำงานกับภาครัฐนานขึ้น บอกว่าแนวคิดนี้เป็นข้อเสนอแนะจาก กสพท ที่มีคณบดีคณะแพทยศาสตร์จากหลายมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การปรับเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในการพัฒนา และดึงแพทย์ให้อยู่ในระบบมากขึ้น แต่จะต้องปรับปรุงหลายเรื่องไปพร้อมกัน เช่น สวัสดิการ และการปรับชั่วโมงการทำงานให้เหมาะสม เป็นต้น

ส่วนนางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการขึ้นค่าปรับนักศึกษาแพทย์ที่หนีทุน คิดว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ เพราะค่าปรับ 4 แสนบาท ถูกเกินไป

ส่วนอัตราค่าปรับใหม่ 2.5 ล้านบาท ส่วนตัวเห็นว่าไม่มากเกินไปนัก โดยนักศึกษาจะได้ตัดสินใจวางแผนอนาคตล่วงหน้า ขณะที่ประเทศจะได้ไม่เสียโอกาส

 

ปิดท้ายที่ความเห็นต่าง นพ.กำจร ตติยกวี อดีตปลัด ศธ. ที่มองว่า การเพิ่มค่าปรับนักศึกษาแพทย์ที่ไม่ทำงานใช้ทุนเป็นเงิน 2.5 ล้านบาทนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ช่วยให้แพทย์จบใหม่ทำงานใช้ทุนในโรงพยาบาลต่างๆ ได้นานขึ้น ขณะเดียวกัน หากแพทย์เลือกเสียค่าปรับ ก็อาจออกไปเป็นแพทย์เชิงพาณิชย์มากขึ้น เพราะอาจจำเป็นต้องหารายได้ เพื่อให้ได้เงินที่เสียไปกลับคืนมา

“อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหานี้ทั้งหมด เพราะการไม่ใช้ทุนอาจมีหลายปัจจัย จึงอาจจะต้องพิจารณาหาแนวทางแก้ปัญหาส่วนอื่นๆ ประกอบ หรือหากจะขึ้นค่าปรับ ก็ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่ขึ้น 10 เท่าเช่นนี้”

นพ.กำจรกล่าว

 

นอกจากนี้ มีผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปทาง “ทวิตเตอร์มติชน” ในเรื่องนี้ ปรากฏว่า ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ 71% เห็นด้วย และ 20% ไม่เห็นด้วย

ขณะที่ความคิดเห็นใน “เฟซบุ๊กมติชน” เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เห็นด้วย 56% และไม่เห็นด้วย 44%

ซึ่งความเห็นบางส่วนมองว่า “การเพิ่มค่าปรับเป็น 2.5 ล้านบาท น้อยเกินไป ตอนเข้าเรียนเพราะอยากช่วยผู้ป่วย ไม่ใช่หาเงิน”

“การให้ทุนเรียนแพทย์แล้วไม่ทำงานใช้ทุน ก็ไม่ต่างจากคนกู้เงินแล้วไม่ยอมใช้หนี้”

“ควรขึ้นค่าปรับมานานแล้ว โดยปรับตามเงินเฟ้อ และค่าใช้จ่ายที่ใช้ผลิตหมอต่อ 1 คน แต่การทำงานแบบนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหมอลาออกในระยะยาว ถ้ายังไม่แก้ที่ระบบ…ก็สมองไหลอยู่ดี”

ฯลฯ

  คงต้องติดตามว่า เมื่อเพิ่มค่าปรับเป็น 2.5 ล้านบาทแล้ว จะแก้ปัญหานักศึกษาแพทย์ “เบี้ยว” ใช้ทุน…ได้หรือไม่??

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร