bg-single

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : ระลอกสอง เสถียรภาพในอุษาคเนย์

17.11.2016

ภาวะย้อนแย้ง

ดุลยภาพอำนาจในอุษาคเนย์เปลี่ยนไปเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต ( Rodrigo Duterte) เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีข้อตกลงแบบทวิภาคี (bilateral)

เช่น โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โครงการร่วมทุนและสัญญาว่าจะมีการเจรจาเรื่องข้อขัดแย้งในทะเลจีนใต้ (South China Sea)

อันเท่ากับว่า ประธานาธิบดีดูแตร์เตเชื้อเชิญให้จีนก้าวลึกเข้ามาเกือบสุดภาคพื้นสมุทรอุษาคเนย์

คงเป็นความฉลาดล้ำลึกที่ต้องติดตามดูว่า โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจสาธารณรัฐประชาชนจีนกับเอกชนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ท่าเรือ และเขตเศรษฐกิจพิเศษในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จะสำเร็จหรือคืบหน้าแค่ไหน

แต่เส้นทางของความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนก้าวเข้ามาลึกอย่างชอบธรรม โดยประธานาธิบดีลูกทุ่งที่ไม่พิสมัยความเป็นอเมริกัน แต่ได้เพิ่มดุลอำนาจให้สาธารณรัฐประชาชนจีนมีต่ออุษาคเนย์

ทั้งๆ ที่ฐานะการต่อรองของประเทศในภูมิภาคนี้โดยหลักการอิงอยู่กับการเจรจาพหุภาคี (multilateral) และหรือผ่านองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคคือ อาเซียน (ASEAN) ซึ่งประเทศภายนอกยอมรับ แม้แต่มหาอำนาจทั้งหลาย รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

สิ่งที่ย้อนแย้งคู่กันอยู่ตอนนี้คือ แรงตอบโต้ตรงกันข้ามของพี่ใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียต่อสาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่น่าสนใจคือเป็นเรื่องเดียวกันนั่นคือ ปัญหาทะเลจีนใต้

 

ความมั่นคงในพื้นสมุทร

ในทัศนะใหม่ของจาการ์ตา

สาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นมหาอำนาจในอุษาคเนย์ด้วยเหตุผลหลายประการ ในมุมมองของจาการ์ตา ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ที่ความเป็นชวา (Javanese) คือ ความเป็นชวาปกครองชุมชนเล็กๆ หลายชาติพันธุ์ตามหมู่เกาะทั้ง 17,000 เกาะรอบเกาะชวา

คนชวาเป็น หลัก ของเสถียรภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวและความมั่นคงทางการเมืองและการทหาร โดยชนชั้นนำชาวชวาคุ้มครอง ปกป้องหมู่เกาะอื่นๆ ที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน แร่ธาตุ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีววิทยา (biodiversity) ในสุมาตรา ปาปัวนิวกินี สุลาเวสี (Sulawesi) กาลิมันตัน (Kalimatun) บอร์เนียว (Borneo) โดยไม่อาจปล่อยให้ชนชั้นนำในเกาะใหญ่เหล่านี้อาศัยชาติพันธุ์ของคนกลุ่มน้อยลุกฮือ ต่อต้าน และเป็นอิสระจากสาธารณรัฐไม่ได้เลย

จะเห็นได้ว่า ทั้งในอดีตและปัจจุบันกองทัพบกและกองทัพเรือของชวาเป็นกำลังหลักในการกวาดล้างชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น ในการปราบและยึดอาเจะห์ (Aceh) ซึ่งใช้เวลายาวนานนับศตวรรษ ทำสงครามและกวาดล้างคนเชื้อสายจีน โดยอ้างว่าเป็นผู้ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ทั้งๆ ที่การกวาดล้างเหล่านี้คือ การปล้นและครอบครองสินแร่ ป่าไม้และของป่ามีค่า โดยสุดท้ายเป็นการยึดเมืองใหญ่ของหมู่เกาะและผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคนชวา ซึ่งมาทำได้มากในยุคการประกาศเอกราช (Independent) จากการปกครองของดัตช์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ดังนั้น ความเป็นจีน จึงเป็นภัยอย่างหนึ่งต่อความมั่นคงทางอุดมการณ์และชาติพันธุ์ของคนชวา แต่ลัทธิคอมมิวนิสต์สายโซเวียตรัสเซียกลับไม่ใช่ภัย ดังนั้น ชนชั้นนำจากชวาจึงมีปฏิกิริยาแข็งกร้าวกับบทบาทจีนในอุษาคเนย์ รวมทั้งการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้


กระแสต้านจีน

ในภาคพื้นสมุทรอุษาคเนย์ ไม่เพียงแต่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์จะเชิญสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาทั้งเงินทุน การช่วยให้ความเหลือและร่วมเจรจาสองฝ่ายระหว่างสาธารณรัฐฟิลิปปินส์กับสาธารณรัฐประชาชนจีนเรื่องปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้เท่านั้น รัฐบาลสหพันธรัฐมาเลเซียก็ริเริ่มสั่งซื้อเรือรบ แต่ประธานาธิบดีจาโกวี แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้ปราศรัยประจำปีในวันประกาศเอกราช (Independent Day) 16 สิงหาคม ปีนี้ ท่านปฏิเสธว่า

“…หมู่เกาะนาทูน่า (Natuna) ไม่ใช่พื้นที่จับปลาโบราณของจีน… (traditional Chinese grounds)” (1)

ประธานาธิบดี จาโกวี วิโดโด (Jakowi Widodo) กล่าวว่า หมู่เกาะนาทูน่าที่ร่ำรวยก๊าซธรรมชาติเป็นของเรา (อินโดนีเซีย-ขยายความโดยผู้เขียน) มีทหารปกป้องนาทูน่า มีคนอยู่ที่นั่น 169,000 คน

และอินโดนีเซียต้องสร้างอุตสาหกรรมการประมงที่มีอยู่แล้วที่นั่นอีกต่อไป

ประธานาธิบดี จาโกวี วิโดโด (Widodo) เยือนเกาะนาทูน่าหลายครั้งหลายหนนับตั้งแต่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีที่นั่นและประชุมเรื่องเรือรบ กองทหารมีค่ายที่ตั้งที่นั่น

ท่านประธานาธิบดีต้องการเปลี่ยนประเทศอินโดนีเซีย 17,000 เกาะที่เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นประเทศมหาอำนาจทางทะเล

ต้องพัฒนาและปรับปรุงอุตสาหกรรมประมงในอดีต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือและเร่งการป้องกันทางทะเล

ประธานาธบดีจาโกวีให้ความสำคัญทุกตารางนิ้วของเกาะของอินโดนีเซีย (2) ท่านกล่าวในวันประกาศเอกราชของชาติประจำปีนี้ และมีการจมเรือต่างชาติ 71 ลำโดยกองทัพเรืออินโดนีเซีย เพื่อแสดงแสนยานุภาพให้ต่างชาติเห็น เมื่อปี 2014 กองทัพเรืออินโดนีเซียมีการจมเรือต่างชาติจำนวน 170 ลำ

นาง Susi Pudjiastuti รัฐมนตรีหญิงที่มีชื่อเสียงแห่งกระทรวงกิจการทะเลและการประมง (Ministry Maritime Affairs and Fisheries) ต้องการฉลองวันชาติสาธารณรัฐอินโดนีเซียวันที่ 16 สิงหาคม ที่เกาะนาทูน่าและเป็นสักขีพยานการจมเรือต่างชาติ ท่านกล่าวว่า (3)

“…มีคนอินโดนีเซียเท่านั้นที่จับปลาในอินโดนีเซีย…”

 

เชิงอรรถ

(1) Keith Gosman, “Indonesia”s Widodo Tells China No Compromise on Sovereignty” Bloomberg 5 November 2016

(2) Chris Blake, Karlis Salna, “Jakowi vows to Develop “Every Inch of Indonesia” Bloomberg 16 August 2016

(3) Ibid.,



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)