bg-single

วิธีวิทยา พุทธทาส กระบวนการ ในการรื้อสร้าง จาก รากฐาน “เดิม”

02.12.2016

บทที่ 3 ของหนังสือ “พุทธทาสภิกขุ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท และการปฏิรูปเชิงนวสมัยนิยมในประเทศไทย” ของ ปีเตอร์ เอ. แจ็กสัน มีความสำคัญ

เป็นบทว่าด้วย “ภาษาคน-ภาษาธรรม : วิธีตีความพระไตรปิฎกของพุทธทาสภิกขุ”

เริ่มจากประโยค ฐานรองรับทางทฤษฎีสำหรับการตีความหลักคำสอนในนิกายเถรวาทตามแนวใหม่ของท่านพุทธทาสก็คือ

แนวคิดเรื่อง “จิตว่าง”

จากนั้นก็กล่าวว่า “จิตว่าง” หมายถึงจิตที่ปลอดจากสิ่งเศร้าหมองในทางศีลธรรม และอยู่ในสถานะสงบราบคาบ ซึ่งเป็นบาทฐานของนิพพาน

ท่านพุทธทาสถือว่า “จิตว่าง” เป็นอุปกรณ์สำหรับทำความเข้าใจเป้าหมายทางจิตวิญญาณของพระพุทธศาสนา และเป็นฐานหลักของการปฏิบัติสำหรับบุคคลแต่ละคนและสังคมโดยรวม เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว

ข้อสังเกตของ ปีเตอร์ เอ. แจ็กสัน คือ

ในขณะที่การตีความเรื่อง “จิตว่าง” ของท่านพุทธทาสอาศัยแนวคิดที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ แนวคิดเรื่อง “สุญญตา” หรือ “ความว่าง” เรื่องนี้กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจจากแวดวงนิกายเถรวาทตลอดเวลาที่ผ่านมา

ถามว่าเพราะอะไร

 

คําอธิบายจาก ปีเตอร์ เอ. แจ็กสัน คือ เพราะสุญญตาหรือจิตว่างนั้นโดยทั่วไปถือกันว่าเป็นหลักการรองที่ใช้อธิบายแนวคิดสำคัญๆ

อย่างเช่น “อนัตตา” ความไม่มีตัวตัวตน และ “อนิจจตา” ความไม่เที่ยง

เนื่องจากวงการศึกษาพระไตรปิฎกแบบประเพณีนิยมในประเทศไทยถือว่า แนวคิดเรื่องสุญญตาและจิตว่างมีความสำคัญน้อย

ท่านพุทธทาสจึงไม่สามารถตัดสินความถูกต้อง เหมาะสมในการเน้นย้ำแนวคิดดังกล่าว โดยอ้างประเพณีนิยมของไทยในการตีความพระไตรปิฎก หรืออ้างถึงอรรถกถารุ่นหลังที่สนับสนุนประเพณีนิยมเช่นว่านั้น

ว่ากันตามจริงแล้ว ในการกำหนดให้แนวคิดเรื่องจิตว่างเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับการนำเสนอหลักคำสอนนิกายเถรวาทตามแนวใหม่นั้นท่านพุทธทาสได้พึ่งพาอาศัยคำสอนในพระพุทธศาสนานิกายมหายานและนิกายเซนอย่างมาก

และก็เป็นความจริงที่ว่า ท่านพุทธทาสได้ผละออกจากแนวการวิเคราะห์และการตีความตามที่คณะสงฆ์ไทยได้สอนสืบทอดกันมา เพื่อจะได้เสนอวิธีการตีความตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทตามแนวของท่านเอง

การผละออกจากแนวการตีความแบบดั้งเดิมของไทยดังกล่าวนี้มีประเด็นหลักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

 

ประเด็น 1 ได้พัฒนาทางเลือกใหม่ในการตีความพระไตรปิฎก ซึ่งก็ทำให้สามารถอ้างได้ว่าข้อความในพระไตรปิฎกที่สนับสนุนทัศนะนั้นมีอยู่มากกว่าที่พบจากการอ่านพระไตรปิฎกอย่างผิวเผิน

ท่านเรียกทฤษฎีการตีความแบบใหม่นี้ว่า “ภาษาคน-ภาษาธรรม”

ประเด็น 1 ท่านเลือกอ่านพระไตรปิฎกเถรวาทเฉพาะบางเรื่อง บางส่วน โดยได้ตัด “พระอภิธรรมปิฎก” อันเป็นส่วนสุดท้ายของพระไตรปิฎกออกไปทั้งหมด เพราะเห็นว่าไม่รับกับแนวทางการตีความของท่าน

โดยสรุป ท่านตัดพระอภิธรรมปิฎกทิ้งไปเพราะปกรณ์ส่วนนี้ไม่อยู่ในรูปของพระพทธวจนะ

ท่านถือว่า พระพุทธวจนะที่อยู่ใน “พระสุตตันตปิฎก” มีความสำคัญสูงสุด เพราะเห็นว่าพระธรรมเทศนาและถ้อยคำจากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์นั้นแสดงถึงญาณปัญญาที่แท้จริงของพระองค์

อนึ่ง ท่านยังไม่ยอมรับคำอธิบายพระไตรปิฎกในคัมภีร์ “วิสุทธิมรรค” ของ พระพุทธโฆษาจารย์ อีกด้วย แม้ว่าคัมภีร์นี้จะถือกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 แล้วว่า เป็นอรรถกถาที่สำคัญที่สุดสำหรับพระไตรปิฎก

ในการวิพากษ์วิจารณ์ระบบการตีความของ พระพุทธโฆษาจารย์ นั้น ท่านพุทธทาสได้เปิดทางให้แก่วิธีการตีความพระไตรปิฎกตามแบบใหม่ของท่านเอง ซึ่งแตกต่างไปจากวิธีเดิม และอาศัยทฤษฎี “ภาษาคน-ภาษาธรรม”

นอกจากนี้ ในบรรดาข้อความในพระไตรปิฎกส่วนที่ท่านยอมรับแล้วท่านก็เลือกใช้เฉพาะบางส่วนเท่านั้นอีกด้วย

ยกตัวอย่างว่า ในการศึกษาพระสุตตันตปิฎกนั้นท่านจะเน้นที่ “ทีฤนิกาย มัชฌิมนิกาย อังคุตตรนิกาย” และ “สังยุตนิกาย” ซึ่งมีข้อความจากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์อยู่มากที่สุด ในทางตรงกันข้าม ท่านไม่สนใจข้อความใน “ขุททกนิกาย” ของพระสุตตันตปิฎก ซึ่งเป็นส่วนของพระไตรปิฎกที่เต็มไปด้วยคำสอนแบบ “งมงาย” และเป็นที่นิยมกัน

แต่ท่านเองไม่ยอมรับ

 

จากนี้จึงมองเห็นได้ว่าเพียงแค่ 2 ประเด็นอัน ปีเตอร์ เอ. แจ็กสัน ยกมาก็สะท้อนให้เห็นในกระบวนการของท่านพุทธทาสภิกขุ เด่นชัดยิ่งว่าดำเนินไปในลักษณะ “รื้อสร้าง”

นั่นก็คือ รื้อจาก “ของเดิม” เลือกในส่วนที่เห็นว่าเหมาะสม ตัดในส่วนที่เห็นว่าไม่เหมาะสม แล้วก็สร้างขึ้นมาใหม่

เป็นของ “ใหม่” จากรากฐาน “เดิม”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร