bg-single

วิรัตน์ แสงทองคำ ว่าด้วยยุทธศาสตร์ภูมิภาค : ซีพีเอฟ-ไทยเบฟฯ (1)

05.12.2016

หมายเหตุ – ซีรี่ส์ว่าด้วยธุรกิจครอบครัวไทย กับยุทธศาสตร์ภูมิภาค มองผ่านเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กับเครือไทยเจริญ (ทีซีซี)

ซีพีเอฟ กับไทยเบฟเวอเรจ ธุรกิจไทย

มุ่งขยายเครือข่ายระดับภูมิภาค

อย่างเอาการเอางาน

ทั้งซีพีเอฟและไทยเบฟฯ ล้วนให้ภาพความสัมพันธ์กับบริบทและบุคลิกสังคมไทยอย่างน่าทึ่ง

กิจการหนึ่ง เริ่มต้นจากการพัฒนาเกษตรกรรมดั้งเดิม

อีกกิจการหนึ่ง พัฒนามาจากรากเหง้าระบบสัมปทานอันคลาสสิคที่ทรงอิทธิพล

ที่สำคัญ ทั้งสองเชื่อมโยงกับสังคมพื้นฐาน สังคมผู้บริโภคที่มีฐานกว้าง

ว่าด้วยยุทธศาสตร์ธุรกิจระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นบทบาทธุรกิจไทยที่ท้าทาย กำลังจะก้าวเป็นผู้นำธุรกิจอาเซียน บางคนมองว่า กลุ่มทีซีซีโดยเฉพาะกรณีไทยเบฟเวอเรจ เคลื่อนไหวเชิงรุกอย่างครึกโครม เข้มข้นอย่างน่าสนใจอย่างมากๆ

ผมได้เฝ้ามองและติดตามความเคลือนไหวดังกล่าวเช่นกันด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป

เช่นเดียวกันกับกรณีซีพีเอฟ ปรากฏความเคลื่อนไหว ซึ่งดูเป็นไปอย่างเงียบๆ แต่แผนการใหญ่อันแยบยล และก้าวไปอย่างรวดเร็ว

จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซีพีเอฟ เริ่มต้นดำเนินแผนการใหม่ ด้วยปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยไทยเบฟฯ เดินตามหลังจากนั้น ห่างกันถึง 4 ปี

14122387241412253757l
ปรับโครงสร้าง

ปี2542 “เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์จำนวน 9 แห่ง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทซีพีเอฟ มีการดำเนินธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำแบบครบวงจรครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ…เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)” พร้อมกับประกาศวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World)” ข้อมูลซีพีเอฟเอง (http://www.cpfworldwide.com/)

ให้ภาพที่มาของเครือข่ายกิจการใหม่ มาจากฐานธุรกิจดั้งเดิมก่อตั้งมานานแล้ว ส่วน “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)” หรือซีพีเอฟ นั้น ได้เปลี่ยนชื่อมาจากกิจการผลิตอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2521 และเข้าตลาดหุ้นไทยมาแล้วตั้งแต่ปี 2530 ที่สำคัญซีพีเอฟ คือฐานธุรกิจหลักเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ในช่วงเกือบครึ่งศตวรรษก่อนหน้านั้น ก่อนที่ขยับขยายสู่ธุรกิจอื่นๆ

ส่วนกลุ่มทีซีซี พยายามปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจสุรา กิจการหลักที่เหลืออยู่ ซึ่งสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2540 มาอย่างไม่มีปัญหา

ปี 2546 “มีการรวมตัวของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 58 บริษัท เป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม พ.ศ.2546 ต่อมามีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 22,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม” (http://www.thaibev.com/)

นั่นคือ จุดกำเนิดบริษัทใหม่– ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งมักเรียกกันว่า “เบียร์ช้าง” ให้ความหมายเชื่อมโยงกับธุรกิจใหม่ของกลุ่มทีซีซีซึ่งก่อตั้งมายังไม่ถึงทศวรรษ เชื่อกันว่าจะเป็นอนาคตธุรกิจเครื่อดื่มแอลกอฮอล์ในยุคสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน ให้ภาพธุรกิจซึ่งสลัดพ้นจากยุคสัมปทานสุราผูกขาด

“รัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ในปี 2534 จึงมีผู้ขอตั้งโรงงานเบียร์หลายราย เบียร์ช้าง เป็นเบียร์ไทยยี่ห้อเดียวที่ใช้พยัญชนะไทยในฉลากเบียร์อย่างภาคภูมิในความเป็นไทยออกสู่ตลาดในปี 2538”

อย่างไรเสีย รากเหง้าดั้งเดิมยังคงอยู่ เป็นธุรกิจสำคัญของเครือข่ายธุรกิจอย่างไม่สั่นคลอน

“สัมปทานโรงงานสุราสิ้นสุดลงในปี 2542 และรัฐมีนโยบายเปิดเสรีการค้าสุรา บริษัท สุราบางยี่ขัน จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราบางยี่ขัน จังหวัดปทุมธานี และบริษัทในเครืออีก 11 บริษัท ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราของกรมสรรพสามิต 11 โรงงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทในเครือจึงมีโรงงานสุราที่ซื้อจากรัฐบาลทั้งหมด 12 โรงงาน และเริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา” (อ้างแล้วข้างต้น)

เป็นเหตุการณ์หนึ่งไทยเบฟฯ บันทึกไว้ ควรเพิ่มเติมด้วยว่า ช่วงเวลาผ่านมากว่าทศวรรษ ความสำคัญธุรกิจสุรายังคงอยู่

ว่าไปแล้วแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจสุราและเบียร์เป็นบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เพื่อจะนำกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ด้วยเผชิญแรงต่อต้านอย่างหนัก จึงได้ปรับแผนเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ (Singapore stock exchange) แทน สำเร็จในปี 2548


แผนการที่แตกต่าง

ซีพีเอฟ กับวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ดำเนินไปตามแผนการการควบรวมกิจการ ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจครบวงจรที่มีอยู่เดิม มุ่งสู่ปลายทาง เชื่อมกับผู้บริโภคโดยตรง ด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าคอนซูเมอร์

แบรนด์ CP เกิดขึ้นในปี 2549 “เริ่มผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานภายใต้เครื่องหมายการค้าซีพี ออกจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ” ตามมาด้วยแผนการสร้างเครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่ของตนเอง

ปี 2554 เปิดธุรกิจค้าปลีกรูปแบบซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์-CP FreshMart กับร้านอาหารบริการด่วน-CP Kitchen

ไทยเบฟฯ จากฐานธุรกิจสุราและเบียร์ที่มีอยู่แล้ว ก้าวสู่แผนการใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น สู่ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ซี่งเป็นการก้าวสู่พรมแดนใหม่ แผนการเข้าซื้อกิจการจึงดูครึกโครมเป็นพิเศษ ไม่ว่ากรณี โออิชิ (2549) หรือ เสริมสุข (2555)

ขณะเดียวกันก็พยายามกวาดธุรกิจสุราและเกี่ยวข้องรายเล็กๆ ในประเทศไทย เข้ามาอยู่ในเครือข่ายอย่างเงียบๆ


เครือข่ายภูมิภาค

ซีพีเอฟ เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ควบรวมกิจการในเครือข่ายดั้งเดิมของซีพี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคอาเชียน แผนการดูราบรื่น จึงเข้าสู่แผนการใหญ่ ควบรวมกิจการสำคัญ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ในประเทศจีน ผ่านบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง

ปี 2555 “เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 74.18% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนและเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศเวียดนาม” เป็นที่รู้กันดีว่า คือ C.P. Pokphand หรือ CPP กิจการดั้งเดิมของซีพี อยู่ที่ฮ่องกง

“ในประเทศจีน CPP มีธุรกิจหลัก-ธุรกิจอาหารสัตว์ภายใต้ชื่อ “เจียไต๋” (Chia Tai) เป็นแบรนด์ที่ใช้ในประเทศจีนเป็นเวลากว่า 30 ปีโดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศใน 28 มณฑลและเขตการปกครอง ธุรกิจอาหารสัตว์คิดเป็นประมาณ 95% ของยอดขาย CPP 6 เดือนแรกของปี 2554 มียอดขาย 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 36,325 ล้านบาท) มีกำไรสุทธิ 64 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1,952 ล้านบาท) ส่วนประเทศเวียดนาม CPP ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 70.82% ของหุ้นทั้งหมดของ CPV (29 กรกฎาคม 2554) ซึ่งดำเนินธุรกิจเกษตรครบวงจร 6 เดือนแรกของปี 2554 CPV มียอดขาย 648 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 19,764 ล้านบาท) มีกำไรสุทธิ 97 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2,958 ล้านบาท)” ถ้อยแถลงของซีพีเอฟในช่วงเวลานั้น (25 พฤศจิกายน 2554) พร้อมกับสรุปไว้ว่า

“ผลจากการเข้าซื้อธุรกิจในครั้งนี้ จะทำให้ซีพีเอฟเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในประเทศไทย ในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมไปสู่ 12 ประเทศทั่วโลก รองรับการบริโภคของประชากรกว่า 3 พันล้านคน และยอดขายปีหน้าเติบโตอย่างน้อยทันที 50%”

จากนั้นเพียงไม่ถึงปี ไทยเบฟฯ ดำเนินแผนการใหญ่เช่นกัน ซื้อกิจการเก่าแก่ของสิงคโปร์ เริ่มต้นขึ้นกลางปี 2555 ไทยเบฟฯ ได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 24% ของ Fraser and Neave แห่งสิงคโปร์

ถือเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่ด้วยมูลค่าเกือบหนึ่งแสนล้านบาท ตามแผนการก้าวกระโดด 2 ขั้น ไม่เพียงเข้าสู่ธุรกิจมิใช่แอลกอฮอล์อย่างเป็นการเป็นงานมาก ยังถือเป็นก้าวสำคัญในฐานะธุรกิจระดับภูมิภาคที่เป็นจริงเป็นจัง

ซีพีเอฟ-ไทยเบฟฯ ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร