bg-single

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /REPLICAS

03.03.2019

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

REPLICAS

‘อมตภาพ’

 

กำกับการแสดง Jeffrey Nachmanoff

นำแสดง Keanu Reeves Alice Eve Thomas Middleditch John Ortiz

 

แนวคิดว่าด้วยวิทยาศาสตร์กับความปรารถนาในอมตภาพของมนุษย์กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของหนังระทึกขวัญและไล่ล่าในรูปธริลเลอร์

น่าจะดีอยู่หรอก ถ้าทำออกมาได้ดีและคุมเกมอยู่มือ

แต่เท่าที่ออกมา คือ Replicas เละเทะไม่ได้เรื่อง ถึงขั้นที่ต้องนึกถามว่า “เอาจริงเหรอเนี่ย” เหมือนกับฤๅษีแปลงสาร ได้สารมาอย่าง แต่จะเอาไปส่งให้อีกคน ก็แปลงสารให้เป็นเรื่องอื่นไปเสียงั้นแหละ

ประเด็นใหญ่ในเรื่องจึงผันแปรเบี่ยงเบนและหักเหกลายเป็นอื่นไปเสียง่ายๆ

 

ว่ากันจริงๆ คือ Replicas พยายามเป็นมากกว่าที่สมมติฐานอันใหญ่โตเหนือมนุษย์เดินดินจะเป็นได้

สมมติฐานนั้นก็เหมือนกับเรื่องแฟรงเกนสไตน์ ที่มีนักวิทยาศาสตร์พยายามทำตัวเป็นพระเจ้า โดยสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่

ผิดแต่ว่าสมัยนั้น วิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้ามาถึงขั้นยุคคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น แฟรงเกนสไตน์ที่เกิดมีชีวิตขึ้นจากมือมนุษย์จึงเป็นผลผลิตของชิ้นส่วนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่เอามาปะเย็บต่อเข้าด้วยกันใหม่ กลายสภาพเป็นผีดิบเดินได้

Replicas ก็พยายามทำแบบเดียวกัน แต่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย ตามแบบในหนังหลายเรื่อง เหมือนอย่างจอห์นนี่ เดปป์ ทำใน Transcendence ที่พยายามเสนอไอเดียของการถ่ายโอนสติสัมปชัญญะของมนุษย์ลงสู่คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

พอเอาเข้าจริง ในมือของทีมงานที่ขาดแคลนฝีมือ Replicas เลยออกมาสะเปะสะปะ มะงุมมะงาหราอยู่ในความมืดสลัว มองหาแสงสว่างไม่เจอ

ครั้นพอตอนหักจบแบบเซอร์ไพรส์เอ็นดิ้ง ก็เล่นสาดแสงสว่างสาดจ้าเข้าตาคนดูจนกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันแบบโรแมนติก เอาใจคนดูที่อยากให้พระเอาชนะแบบตะบี้ตะบัน ไม่ต้องนึกถึงอะไรอื่นกันละ…

ไอเดียนี้ในมือของคนเขียนบทเก่งๆ ผู้กำกับฯ ดีๆ และนักแสดงที่เล่นหนังเป็นขนาดพอใช้ได้ น่าจะทำให้กลายเป็นผลงานที่ตราตรึงน่ากล่าวขวัญถึงได้

แต่เท่าที่เป็นอยู่ ต้องขอแสดงออกด้วยเสียงถอนใจดังๆแบบหนักอกหนักใจ…ไม่รู้จะเอาใจช่วยได้ยังไง… เพียงครั้งเดียว

เฮ้อ!… น่าเสียดาย อุตส่าห์มีไอเดียใหญ่โต แต่ทำออกมาได้แค่ระดับธริลเลอร์หวือหวาเท่านั้น

 

วิลล์ ฟอสเตอร์ (คีอานู รีฟส์) เป็นนักวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา เขาทำงานให้หน่วยงานของรัฐชื่อ ไบโอไนน์ ที่อยู่ในเปอร์โตริโก และภารกิจหลักของหน่วยงานนี้คือ การดึงเอาสติปัญญาและสัมปชัญญะออกจากร่างของผู้เสียชีวิต และนำไปถ่ายโอนใส่ร่างสังเคราะห์ หรือเรียกง่ายๆ คือร่างของหุ่นยนต์

ปฏิบัติการทดลองครั้งล่าสุดของวิลล์ในหน่วยงานนี้ เฉียดใกล้จะเรียกว่าเป็นความสำเร็จสุดยอดอยู่แล้ว โดยที่ร่างของทหารเสียชีวิตได้รับการดึงเอา “แผนที่ระบบประสาท” ออกได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทันเวลา และนำเข้าปลูกถ่ายในร่างหุ่นยนต์แบบที่เราเห็นอยู่ทั่วไป ประมาณแม้นเหมือน 3CPO ใน Star Wars ก็ว่าได้

ครั้นพอความรับรู้หรือสติสัมปชัญญะที่ยังครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีอะไรบุบสลายของมนุษย์ เข้าไปอยู่ในร่างโลหะสังเคราะห์ ก็เกิดอาการไม่ยอมรับและอาละวาดใหญ่โต เหมือนกับผู้บริจาคและผู้รับเข้ากันไม่ได้ จึงปฏิเสธการปลูกถ่ายนั้นเป็นพัลวัน

ผลคือใกล้ความสำเร็จเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ก็ต้องเรียกว่ายังล้มเหลวอยู่

 

ในภาวะกดดันที่วิลล์โดนยื่นคำขาดจากผู้บังคับบัญชาว่า ถ้าไม่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมให้เห็น หน่วยงานนี้ก็จะต้องถูกยุบ เพราะกินงบประมาณไปไม่รู้จักเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่ยังไม่เห็นผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

วิลล์วางแผนไปพักผ่อนกับครอบครัว ที่มีภรรยาสาว โมนา (อลิศ อีฟ) ลูกสาวสองและลูกชายหนึ่ง โดยฝากบ้านไว้กับผู้ร่วมงานรุ่นน้อง เอ็ด วิตเทิล (โธมัส มิดเดิลดิตช์) ที่ให้ยืมเรือไปขับเล่นกลางทะเล

แต่โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แหม…คนเก่งกาจฉลาดเฉลียวขนาดปรารถนาจะทำตัวเป็นพระเจ้า แต่ไม่รู้จักตรวจตราในเรื่องง่ายๆ ที่สมควรต้องดูตาม้าตาเรือเสียก่อนในชีวิตจริง คือเช็กพยากรณ์อากาศเสียก่อนการไปพักผ่อนด้วยการแล่นเรือออกทะเล

ท่ามกลางฝนฟ้าอากาศวิปริตจนต้นไม้ล้มโค่นขวางทาง วิลล์ขับรถพาครอบครัวไปสู่ความตายแบบเทกระจาด มีเขาเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้แบบไม่บุบสลาย

และในความเศร้าเสียใจอย่างที่สุด วิลล์ก็จับแพะมาชนแกะ จับสองมาบวกสอง รีบโทรศัพท์สั่งงานลูกน้องคนสนิทให้ขโมยอุปกรณ์ราคาแพงลิ่วจากห้องแล็บออกมาไว้ใต้ถุนบ้านของตัวเองหน้าตาเฉย

แถมลูกน้องก็ยังเชื่อฟังคำสั่งอันไม่เข้าท่าของลูกพี่เสียด้วย

ไม่ต้องคิดถึงเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ของแผนการบ้าบิ่นนี้เลย

วิลล์จัดการ “ชุบชีวิต” ลูกเมียให้ฟื้นคืนมาสู่ร่างใหม่ โดยมีอุปสรรคอยู่ประปราย และที่เป็นความท้าทายใหญ่หลวง คือเขาต้องเผชิญหน้ากับปัญหายากเย็นของการเลือกสมาชิกสุดที่รักในครอบครัว เนื่องจากมีอุปกรณ์ชุบชีวิตใหม่ได้เพียงสามคน แต่วิลล์สูญเสียครอบครัวไปสี่คน

ทางเลือกตรงนี้ใหญ่หลวงนัก และเขาก็ทำเช่นเดียวกับมนุษย์อีกหลายล้านคน เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาสิ้นคิด นั่นคือ ปล่อยให้พระเจ้าเป็นคนเลือก

นั่นคือการเสี่ยงทาย

ปัญหาการทำโคลนนิ่ง ดึงแผนที่ระบบประสาทออกจากร่างที่เสียชีวิต และถ่ายโอนสติสัมปชัญญะสู่ร่างจำลอง ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่วิลล์ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหารุมเร้ารอบตัวของการต้องปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่เพียงแต่จากหน่วยงานที่เขาทำงานให้ แต่จากเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงานของภรรยา เพื่อนฝูงของลูกสาวลูกชาย ครูที่โรงเรียน ตำรวจที่มาสืบถาม ฯลฯ สารพัดละค่ะ

และที่หนังแทบไม่ได้พาดพิงถึงเลย คือ ความลับของเขาอาจแปรไปสู่เรื่องของฆาตกรรม การกำจัดหลักฐาน และการปกปิดร่องรอย ซึ่งเป็นอาชญากรรมขั้นอุกฉกรรจ์ได้

 

ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของการเขียนบทที่ทะเยอทะยานมากเกินไปจนไม่ไปไหนสักทาง ภรรยาของวิลล์เป็นหมอ และในช่วงแรกเธอมีบทสนทนาถกเถียงกับสามีในปัญหาเรื่องจริยธรรมของการทำตัวเป็นพระเจ้านี้ แต่หนังก็ทิ้งเรื่องนี้ไปเสียดื้อๆ และหันเหทิศทางไปสู่การเป็นธริลเลอร์ระทึกขวัญ

ส่วนเรื่องการที่สติสัมปชัญญะจะยอมรับร่างใหม่ หรือเรื่องของการลบความทรงจำอันจะนำมาซึ่งความปวดร้าว การติดตามสืบหาของฝ่ายบ้านเมือง และการที่อยู่ดีๆ หน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลอเมริกัน ก็เปลี่ยนโฉมหน้ากลายเป็นผู้ร้ายเสียดื้อๆ การหักหลัง ชีวิตส่วนตัวในแวดวงเพื่อนฝูงที่ทำงานที่โรงเรียนของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

และที่สำคัญคือ ปัญหาที่ใหญ่ยิ่งในเชิงอภิปรัชญาเบื้องหลังเรื่องราวการที่มนุษย์ทำตัวเป็นพระเจ้านี้ ไม่ได้มีการพูดถึงเลย

มนุษย์เราเป็นแค่การทำงานของระบบประสาทที่สั่งงานอยู่ในตัวเราเท่านั้นหรือ เมื่อร่างกายสูญสลายไป เราสามารถยกระบบประสาททั้งระบบไปสั่งงานในร่างใหม่ได้หรือ ฯลฯ

แต่เรื่องราวหักจบเอาง่ายๆ แบบที่ให้มีแฮปปี้เอ็นดิ้ง เพียงเพื่อเอาใจคนดูให้เกิดความสบายใจว่าทั้งหลายทั้งปวงแล้วพระเอกก็เป็นฝ่ายชนะในที่สุด

พระเอกต้องเป็นพระเอกวันยังค่ำ โดยไม่คำนึงถึงปัญหาศีลธรรม จริยธรรม หรือสิ่งอื่นใดเลย

 

 

ผู้เขียนไม่ได้เอาใจช่วยฝ่ายพระเอกมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เนื่องด้วยการกระทำที่ไร้หัวคิด ไร้จรรยาบรรณมาตั้งแต่แรก

พอมาถึงตอนจบ จึงไม่ช่วยทำให้ผู้เขียนสบายใจเลย เนื่องจากยังมีประเด็นอีกมากมายมหาศาลที่ทิ้งค้างคาไว้

ไม่ได้อยากคิดมากหรอกค่ะ ถ้าเผื่อหนังวางตำแหน่งไว้ในความบันเทิงแบบไร้สมอง เล่นเอามันส์กันลูกเดียว แต่ครั้นมีความพยายามใส่สมองลงไปบ้าง ก็กลับไม่ใส่ให้ครบถ้วนกระบวนความเสียยังงั้นแหละ แค่แตะผ่านให้เห็นปัญหา แต่ไม่พาเราไปให้ลุล่วงถึงที่หมาย

จึงเป็นแค่หนังประเภทหลีกหนีธรรมดาสามัญที่ดูเพียงผ่านๆ เท่านั้น

ดูแล้วหงุดหงิดไม่ได้ดังใจเลยค่ะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร