bg-single

คนมองหนัง | ชีวิตจริงของ “The Favorite”

11.03.2019

หนึ่งในภาพยนตร์ชิงรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากก็คือ “The Favourite” ผลงานของผู้กำกับฯ ชาวกรีก “ยอร์กอส ลันธิมอส” ซึ่งเล่าเรื่องราวของราชสำนักอังกฤษต้นศตวรรษที่ 18 ในรัชสมัย “ควีนแอนน์”

หนังย้อนยุคเรื่องนี้มุ่งเน้นเนื้อหาไปยังกลอุบายทางการเมืองและเงื่อนปมความสัมพันธ์ทางเพศ ซึ่งก่อตัวขึ้นในรัฐที่ศูนย์กลางอำนาจผูกติดอยู่ในมือของสตรีสามราย

นอกจากตัวละคร “ควีนแอนน์” ซึ่งส่งให้ “โอลิเวีย โคลแมน” คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้แล้ว

อีกสองตัวละครหลักของ “The Favourite” ก็ได้แก่ “ซาราห์ เชอร์ชิล” ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระ (ราเชล ไวซ์) และ “อบิเกล มาแชม” (เอ็มม่า สโตน) ซึ่งล้วนเป็น “คนโปรด” ที่ต่างแย่งชิงอำนาจในการครอบงำควีน

อย่างไรก็ดี “เอมี่ ฟรัวเดอ” ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ บัลติมอร์ เคาน์ตี้ ซึ่งสนใจศึกษาชีวประวัติและบทบาทของสตรีในสหราชอาณาจักรยุคต้นสมัยใหม่ ผู้เคยเขียนถึง “ซาราห์ เชอร์ชิล” ไว้ในหนังสือ “Silent Partners : Women as Public Investors during England”s Financial Revolution, 1680-1750” ได้ท้วงติงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า

แม้หนังจะประสบความสำเร็จพอสมควรในการถ่ายทอดชีวิตของสตรีอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองเมื่อต้นศตวรรษ 18 แต่ลันธิมอสก็ยังฉายภาพอำนาจอันไพศาลของสตรีเหล่านั้นได้ไม่ครบถ้วนนัก

โดยเฉพาะในกรณีของ “ซาราห์ เชอร์ชิล”

ณช่วงเวลาหนึ่ง “เลดี้ซาราห์” คือผู้มีอำนาจตัวจริงเบื้องหลัง “ควีนแอนน์” โดยมีส่วนกำหนดนโยบายด้านการเมือง, เศรษฐกิจ และการทหารของประเทศ ดังเช่นที่ภาพยนตร์เรื่อง “The Favourite” นำเสนอเอาไว้

ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระยังเคยได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลพระคลังข้างที่ นอกจากนี้ ขณะที่สามีของเธอคือ “นายพลจอห์น เชอร์ชิล” ดยุคแห่งมาร์ลบะระ มีภาระต้องนำกองทัพแห่งสมเด็จพระราชินีไปออกรบ “เลดี้ซาราห์” ก็เลยต้องทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัวด้วยในอีกด้านหนึ่ง

บรรดาปรปักษ์ทางการเมืองมักกล่าวโทษว่าคู่สามี-ภรรยาแห่งตระกูลเชอร์ชิลมีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองไปเสาะแสวงหาความร่ำรวยส่วนตัวในทางที่ผิด

แต่นักวิชาการอย่างฟรัวเดอเปิดเผยข้อมูลอีกมุมว่า “ซาราห์ เชอร์ชิล” มีคุณสมบัติประการหนึ่ง ที่หลายๆ คนมักประเมินเธอต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด นั่นคือ การรู้จักเลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อย่างเปี่ยมปฏิภาณไหวพริบ

เมื่อย้อนพิจารณาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่รุ่นบุกเบิกของตลาดหุ้นอังกฤษ โดยเธอนำเงินของครอบครัวไปร่วมลงทุนในกิจการธนาคารชาติและบริษัทเอกชนหลายแห่ง

กระทั่งเมื่อ ค.ศ.1704 “เลดี้ซาราห์” มีสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์รวมกันเป็นมูลค่ามากกว่า 1.9 หมื่นปอนด์ หรือตีเป็นค่าเงินปัจจุบันได้เกิน 1 แสนล้านบาท!

ในฐานะนักลงทุน “ซาราห์ เชอร์ชิล” มีชื่อเสียงอย่างมาก จากกรณีที่เธอรอดพ้นการสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาลในวิกฤต “ฟองสบู่แตกเซาธ์ซี” เมื่อปี 1720

ก่อนหน้านั้น บรรดาเศรษฐีเมืองผู้ดีต่างพร้อมใจกันร่วมลงทุนในบริษัท “เซาธ์ซี” ซึ่งได้สัมปทานค้าขายผูกขาด (รวมถึงค้าทาส) ในอาณานิคมอเมริกาใต้ของสเปน

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่เดือนก่อนวิกฤตฟองสบู่แตก ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระได้เทขายหุ้นเซาธ์ซีทิ้ง เพราะรู้สึกว่ากำลังมีการ “ปั่นหุ้น” ของบริษัทดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์

การคาดการณ์อันแม่นยำเช่นนั้น ส่งผลให้เธอได้รับเงินตอบแทนมาแบบสบายๆ 1 แสนปอนด์ สวนทางกับเพื่อนนักลงทุนส่วนใหญ่ที่พากัน “เจ๊งระนาว” โดยถ้วนหน้า

ศาสตราจารย์ฟรัวเดอบรรยายต่อว่า “เลดี้ซาราห์” ไม่เหมือนบรรดาตัวละครชนชั้นนำชายในหนัง “The Favourite” ที่มัวโง่เง่าสาละวนอยู่กับการเล่นพนันวิ่งแข่งเป็ด เพราะนายหญิงแห่งครอบครัวเชอร์ชิลไม่ชอบเดิมพันอะไรโดยไม่จำเป็น

ทว่าดัชเชสแห่งมาร์ลบะระคือนักลงทุนผู้ฉลาดหลักแหลม ซึ่งการกระทำและการตัดสินใจของเธอแค่คนเดียว สามารถส่งอิทธิพลครอบงำตลาดได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ต่างกับ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ในยุคนี้

ความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจอีกประการหนึ่งของ “ซาราห์ เชอร์ชิล” ยืนยันได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า เธอสามารถปล่อยเงินกู้จำนวนถึง 2 แสนปอนด์ให้แก่รัฐบาลสหราชอาณาจักร ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “โรเบิร์ต วอลโพล”

กลับเป็นอีกหนึ่ง “คนโปรด” ของ “ควีนแอนน์” และ “ผู้ชนะ” ในหนัง “The Favourite” อย่าง “อบิเกล มาแชม” เสียอีก ที่ไม่มีบทบาทโดดเด่นนักในประวัติศาสตร์ทางยาว

เพราะแม้ “เลดี้อบิเกล” จะกระตือรือร้นในทางการเมือง โดยเอียงข้างพรรคทอรี่ส์ (ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นพรรคอนุรักษนิยม) แต่เธอก็ถอนตัวจากวงจรอำนาจไปแบบดื้อๆ หลังสิ้นสุดรัชสมัย “ควีนแอนน์”

ผิดกับ “เลดี้ซาราห์” ที่โปรพรรควิก ซึ่งไม่ยินยอมยุติบทบาททางการเมืองและเศรษฐกิจของตนเอง แม้เมื่อเธอและครอบครัวจะตกอับจนหลุดจากวงจรอำนาจในราชสำนัก “ควีนแอนน์” ไปแล้ว (ก่อนที่ตระกูลเชอร์ชิลจะได้รับความไว้วางใจในรัชสมัยถัดมา)

ศาสตราจารย์เอมี่ ฟรัวเดอ สรุปความเห็นเกี่ยวกับนักการเมืองชื่อ “ซาราห์ เชอร์ชิล” เอาไว้ว่า แม้เลดี้ผู้นี้จะใช้อำนาจอย่างสนุกมือสมัยเป็น “คนโปรด” ของพระราชินี แม้เธอจะไม่ใช่ “คนดี” มากมาย รวมทั้งอาจฉวยใช้สถานภาพสูงส่งไปกอบโกยผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและครอบครัว

แต่สิ่งที่ “เลดี้ซาราห์” ปฏิบัติ ก็มิได้แตกต่างจากพฤติกรรมของชนชั้นนำชายส่วนใหญ่ในตลอดยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

หากเทียบเคียงกับชายเหล่านั้น นับว่าดัชเชสแห่งมาร์ลบะระไม่ได้กระทำอะไรที่แปลกใหม่หรือก่อเหตุผิดแหวกแหกกฎอยู่เพียงผู้เดียว

เธอแค่ประพฤติตนเหมือนที่ลูกผู้ชายรายอื่นเขาทำกัน ในฐานะลูกผู้หญิงคนหนึ่ง

เก็บความจาก “The real women of “The Favourite” included an 18th-century Warren Buffett” โดย Amy Froide เว็บไซต์ https://theconversation.com/the-real-women-of-the-favourite-included-an-18th-century-warren-buffett-110345



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร