bg-single

จัตวา กลิ่นสุนทร : ศิลปากร-รวมใจถวายพ่อหลวง(3) ผลงานจำนวนมากถูกบันทึกเป็น “ประวัติศาสตร์”

28.12.2016

การทำงานสร้างงานทุกสิ่งอย่างย่อมต้องลงทุน มีต้นทุน เริ่มจากความรู้สึกนึกคิด แรงจูงใจ บันดาลใจ เกิดความรักความศรัทธา โดยเฉพาะกับการสร้างงาน “ศิลปะ”

เหมือนดังเช่นนักศึกษา ครูอาจารย์ ศิษย์เก่า “ศิลปินอิสระ-ศิลปินแห่งชาติ” จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ร่วมกับชาวศิลปากรทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีทั่วไปจนเรียกขานกันติดปากว่าชาว “หน้าพระลาน” นำเอาความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ความบันดาลใจอันเกิดจากความรักอาลัย “พ่อหลวง-พ่อของแผ่นดิน”

มาถ่ายทอดลงบนแผ่นไม้อัด ผืนผ้าใบ เป็นงาน “จิตรกรรม” ขนาดใหญ่

โครงการ “งานวาดภาพในหลวงของประชาชน” ซึ่งรวมเอางานประติมากรรม สื่อผสม กิจกรรมอื่นๆ และดนตรี ได้เสร็จสิ้นผ่านพ้นไปตามเป้าหมายแล้ว เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 บังเอิญได้มีส่วนเข้าร่วมโครงการบ้างเล็กๆ น้อยๆ ในฐานะศิษย์เก่าด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์จากต้นทุนของความรักเทิดทูนจงรักภักดี พร้อมทั้งได้ติดตามเสนอข่าวความเคลื่อนไหวเป็นไปมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งขณะนี้จำนวนชิ้นงานซึ่งเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จำนวน 89 ชิ้น รวมทั้งงานประติมากรรมขนาดต่างๆ ซึ่งมีทั้งภาพนูนต่ำ นูนสูง และลอยตัว ขนาดใหญ่ จำนวนหนึ่ง ได้ดำเนินการติดตั้งไว้บริเวณอาคารรอบสนามหญ้า คณะจิตรกรรมฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Prof.Corrodo Feroci) ผู้ก่อตั้งคณะจิตกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร–ติดกับด้านหลังกรมศิลปากร

ประชาชนทั่วไป ผู้ที่ให้ความสนใจสามารถผ่านเข้าไปชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความสนใจเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมยังมหาวิทยาลัยแห่งนี้กันมิได้ขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดราชการ

 

บรรยากาศรอบๆ กำแพงมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งนี้ โดยเฉพาะกำแพงด้านนอกทางด้านทิศใต้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกำแพงเดิมเก่าของวังท่าพระ ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ก็มีผลงานเพ้นต์พระบรมสาทิสลักษณ์ ซึ่งเป็นฝีมือของนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ติดตั้งมาตั้งแต่หลังวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวัน “สวรรคต” เพียงไม่กี่วัน เพราะพวกเขากระหน่ำพู่กันกันอย่างรวดเร็วกระทั่งเกิดผลงานเสร็จสมบูรณ์อยู่เต็มกำแพง เป็นที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน

สมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ร่วมมือกับคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เปิดโครงการ “ศิลปากร-รวมใจถวายพ่อหลวง” เพื่อชักชวนชาวศิลปากรมาร่วมแรงร่วมใจกันวาดภาพในหลวงของประชาชนขึ้น ซึ่งมิได้คาดหมายมาก่อนว่าจะต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจะสร้างผลงานเป็นจำนวนมาก เพราะเครื่องไม้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ทั้งหลายในการทำงานศิลปะ โดยเฉพาะสีชนิดต่างๆ ปัจจุบันมีราคาสูงยิ่งทีเดียว

สถานที่ทำงานก็อีกปัญหาหนึ่งเพราะต้องทำงานกันกลางแจ้ง ย่อมต้องมีร่มเงา เช่น เต็นท์ ขณะเดียวกันความคับแคบของอาคารเนื่องจากมหาวิทยาลัยกำลังรื้อถอนเพื่อก่อสร้างปรับปรุงอาคาร (Renovate) รวมทั้งปลายเดือนตุลาคม ฝนฟ้ายังกระหน่ำลงมาได้ทุกเวลา โต๊ะ เก้าอี้ จานสี กระป๋องน้ำ แม้กระทั่งผ้าสำหรับเช็ดสี เช็ดพู่กัน

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดทั้งสิ้นกับการที่มีคนมารวมตัวกันมากๆ เพื่อปฏิบัติงานตลอดทั้งวัน คือ อาหารและน้ำดื่ม สิ่งเหล่านี้ สมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรมฯ ต้องเตรียมไว้พร้อม

ถ้าหากไม่บังเอิญพลัดหลงด้วยความจงใจเข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์ของสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรมฯ ย่อมไม่รู้อะไรเป็นอะไร อันที่จริงสมาคมนักศึกษาเก่าพอจะมีเงินทุนสะสมอยู่บ้างพอสมควร แต่การจับจ่ายใช้สอยเงินของส่วนรวมนั้นจะทะเล่อทะล่าส่งเดชหละหลวมไม่รัดกุมย่อมไม่ได้ สมาคมมีคณะกรรมการรับผิดขอบ และมีการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ ยึดถือข้อบังคับ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ถึงแม้ไม่ได้นัดประชุมกันอย่างพร้อมหน้าเพราะด้วยเงื่อนไขของเวลา เพียงติดต่อกันทางไลน์ ทุกท่านก็เห็นดีเห็นงามกับโครงการนี้ด้วยการใช้เงินของสมาคมเพื่อดำเนินการไปก่อนกับต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับโครงการเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อ “พ่อหลวง-พ่อของแผ่นดิน” ค่อยมาหาทางจัดการกันต่อไปทีหลังย่อมจะได้

จะต้องบอกว่าราคาวัสดุอย่างเช่น การจัดทำไม้อัดขนาดใหญ่ 2.40 x 2.40 เมตร เพื่อใช้วาดภาพ รวมถึงมาเพิ่มคุณภาพขึ้นโดยขึงทับด้วยผ้าใบ (Canvas) คิดกันเป็นราคาออกมาแต่ละเฟรม เมื่อมาคิดจำนวนรวมกันทั้งหมดออกมาเป็นตัวเลขจำนวน 6 หลักขึ้นไปทีเดียว

 

เมื่อมีการระดมความคิด เริ่มเผยแพร่ชักชวนกันในแวดวงคนทำงานศิลปะ ศิษย์เก่า ทั้งเป็นศิลปิน ครูอาจารย์สอนศิลปะตามสถาบันสอนศิลปะทั้งหลายทั่วประเทศเพื่อให้มาทำงานวาดภาพครั้งนี้ ข่าวคราวเริ่มแพร่กระจายก็มีการตอบรับจากคนทำงานศิลปะเข้ามาเพื่อจะช่วยกันสร้างงานสำคัญครั้งแรกนี้ถึงกว่า 80 คน

คนยิ่งมาก ข่าวยิ่งกระจายดังขึ้นย่อมยิ่งสร้างความกังวล หนักใจให้กับเจ้าภาพ และเจ้าของสถานที่ โดยเฉพาะคณบดีคณะจิตรกรรมฯ นายกสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรมฯ รวมทั้งกรรมการสมาคมทั้งหลาย เพื่อเตรียมการรับรอง ซึ่งแน่เหลือเกินว่านั่นเป็นการเพิ่มขึ้นของ “ต้นทุน” ในการผลิตงานจำนวนมาก

แวบหนึ่งของความคิดจากประสบการณ์ คงหนีไม่พ้นการระดมทุนจากคนที่มีกำลังพอ คนละน้อยนิด ซึ่งในที่สุดก็จะเป็นกองใหญ่ขึ้น เมื่อแสดงเจตจำนงลงไปเป็นการจุดประกาย

ปรากฏว่ามีท่านอื่นๆ ได้หยิบยื่นการสมทบทุนมาแล้ว ตั้งแต่เป็นเงินสด อุปกรณ์การวาดภาพ-เขียนรูป ทั้งสี พู่กัน และ ฯลฯ

ที่สำคัญที่สุดแนวทางนี้ก็ไม่ได้หยุด ยังเพิ่มจำนวนผู้ร่วมสมทบทุนเหมือนดังที่กล่าวกับกรรมการว่าช่วยกันคนละน้อยนิด ประเดี๋ยวก็จะเพิ่มพูนขึ้นแน่ๆ

ในที่สุดเรื่องของอาหารและน้ำดื่มก็ติดตามมาถึงขนาดไปเปิดครัวกัน เพื่อแจกจ่ายประชาชนที่แห่แหนกันไปกราบพระบรมศพด้วย

 

หลังจากหัวเรือใหญ่ของคณะจิตรกรรมฯ กับนายก+คณะกรรมการสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรมฯ ทำงานกันอย่างหนักด้วยความเร่งรีบแข่งกับเวลา ประกอบกับความมีศักยภาพในการเรียนการสอนศิลปะ การผลิตบัณฑิตออกมารับใช้สังคมประเทศชาติ สร้างชื่อเสียงในประเทศนี้อย่างมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป จึงมี “กลุ่มทุนขนาดใหญ่” เข้ามาเป็น “ผู้สนับสนุนหลัก” เป็นเงินทุนตัวเลข 7 หลักทีเดียว หลังการวาดภาพครั้งแรก (32 ภาพ) ผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 22-24 ตุลาคม 2559

โครงการวาดภาพในหัวข้อ “ในหลวงของประชาชน” อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 12-13 พฤศจิกายน (30 ภาพ) วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 พฤศจิกายน 2559 (27ภาพ) จึงติดตามมาพร้อมกับความคิดใหม่ๆ เพื่อจะได้พระบรมสาทิสลักษณ์ จำนวนทั้งหมด 89 ภาพ รวมกับงานประติมากรรมอีกจำนวนหนึ่งดังที่ได้เขียนบอกกล่าวไปบ้างแล้ว

เพราะไม่ใช่เพียงแค่การวาดภาพ ปั้นรูปกันแต่เพียงอย่างเดียว คณะจิตรกรรมฯ ได้เชื้อเชิญชักชวนคณะต่างๆ ให้มามีส่วนร่วม เช่น คณะมัณฑนศิลป์ นำของมาแจก นักศึกษามาพิมพ์เสื้อสัญลักษณ์ เลข 9 ให้ประชาชนพร้อมแจกพระบรมสาทิสลักษณ์ ขนาด A4 มีการแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ จากนักร้องประสานเสียง และวงดุริยางค์จากคณะดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร รวมทั้งการเขียนภาพประกอบดนตรีโดย “ศิลปินแห่งชาติ” พร้อมอาหาร น้ำดื่ม

ครั้งที่ 3 นอกจากบรรยากาศการเขียนภาพของศิลปินทั้งหลายอย่างไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นภาพ “ประวัติศาสตร์” ในอนาคตแล้ว ก็ยังมีรายการแสดงดนตรี เช่น Silpakorn Student Jazz Ensemble, วุฒิชัย & Jazz Happens Band บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์/เพลงประพันธ์เพื่อในหลวง/เพลง Jazz สแตนดาร์ด/เพลงที่ในหลวงทรงโปรด/ที่ยกเอามาบอกซ้ำนั้น ผ่านไปเรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น

 

ขณะนี้ผลงานซึ่งนักศึกษา นักศึกษาเก่าหลากหลายรุ่น ศิลปินใหญ่-น้อย (เกือบ 200 ชีวิต) ร่วมด้วยช่วยกันสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นการถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดี ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตผลงานจำนวนมากนี้จะถูกบันทึกไว้เป็น “ประวัติศาสตร์”

แต่ขณะเดียวกันกลับดูเหมือนว่าผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้ เริ่มที่จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องราวต่างๆ ขึ้น เช่น มีผู้หยิบฉวยไปตีพิมพ์เป็นปกหนังสือ เป็นหนังสือแจกฟรี ไม่เว้นแม้แต่ “กระทรวงวัฒนธรรม” ซึ่งรับผิดชอบเรื่องศิลปวัฒนธรรมของชาติ ก็หยิบฉวยด้วยการถ่ายภาพการทำงานภายในคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ครั้งนี้ ไปตีพิมพ์แจกประชาชน ทำเหมือนกับเป็น “ผลงานของกระทรวง” ทีเดียว

คนที่รับผิดชอบเรื่องศิลปวัฒนธรรมของชาติ ไม่มีปัญญาคิดแค่เรื่อง “มารยาท” หรือต้นทุนของการสร้างงาน กระทั่งเรื่องลิขสิทธิ์ ทำอะไรมักง่าย แล้วชาวบ้านทั่วไปจะทำยังไงกันดี?

ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน จะได้ไม่มีปัญหา ซึ่งพร้อมจะติดตามมาอีกมากในอนาคต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)
นับถอยหลัง โผทหาร ทัพไทย-สมช.จับตา ‘เสธ.จุ๊ฟ-เสธ.เอี่ยว’ จ่อชิง เสือป่า 1 กองทัพ ปึ้ก รัฐบาล โชว์เขมร ‘อนุทิน’ นำขุนพล เยือนเวียดนาม
E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT