bg-single

ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม

15.06.2026

บทความพิเศษ

ก้าวใหม่ สังคม

ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’

ก้าวใหญ่ สังคม

ภาพของ “คณะสุภาพบุรุษ” ภาพของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หากมองผ่านความทรงจำของ พ.เนตรรังษี อันสะท้อนผ่านงานเขียน “คนขายหมึก”

ก็จะรู้สึกได้

“ในสมัยนั้นนักเขียนรุ่นเดียวกันที่เรียกว่า ‘รุ่นสุภาพบุรุษ’ คือ เรียกตามชื่อหนังสือพิมพ์ที่พวกเราทำ ทุกคนยังเป็นหนุ่มและยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนมากคิดทำงานหนังสือพิมพ์เพื่อหาชื่อเสียง

เรื่องรายได้เป็นเงินเป็นทองไม่ค่อยจะมีความหมายเท่าไร

การทำหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ รายปักษ์นั้น ในสมัยนี้ทราบว่าลงทุนกันเป็นแสนเป็นล้าน แต่สมัยที่ออก ‘สุภาพบุรุษ’ นั้นเงินทองก็จะไม่ค่อยมีกันหรอก

มีแต่ชื่อเสียงซึ่งคนขายกระดาษและโรงพิมพ์เขาเชื่อฝีมือ ก็พอออกกันไปได้

สมัยนั้น หนังสือพิมพ์ไม่ต้องซื้อเรื่อง เขียนกันอย่างคนกินอุดมคติ มีหนังสือเป็นสนามเขียนเอาชื่อเสียงก็ดีแล้ว เงินทองได้มาเจ้าของหรือบรรณาธิการเขาก็ไม่ได้เอาไปไหนหรอก

จ่ายค่ากระดาษบ้าง ค่าคนงานเรียงพิมพ์ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ บ้าง

เหลือก็กินกันไป เที่ยวกันไป เที่ยวกันแทบไม่เว้นแต่ละคืน ยังกะลูกเศรษฐี แล้วก็เที่ยวที่โก้ๆ หรูๆ แถวราชวงศ์เสียด้วย

เมื่อออกแล้วหนังสือขายได้จริงๆ และขายได้ค่อนข้างดีเสียด้วย”

อ่านสื่อ อ่านสังคมสยาม

ผ่าน “คณะสุภาพบุรุษ”

ถามว่าสตาฟฟ์หรือกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” ในยุคบุกเบิกเมื่อปี 2472 นั้นประกอบด้วยใครบ้าง

รายละเอียดโดยพื้นฐานเป็นดังนี้

หนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” ออกเป็นรายปักษ์ ระบุนามของ นายกุหลาบ สายประ ดิษฐ์ เป็น บรรณาธิการ และ เจ้าของ

ห้องสมุดไทยหนุ่ม เป็น เอเย่นต์

ห้องเกษมศรี วัดชะนะสงคราม (ต้องเขียนชะนะตามตัวสะกดเดิม) เป็น สำนักงาน

ค่าบำรุง 1 ปี 6 บาท ครึ่งปี 3.50 บาท (เมล์อากาศและต่างประเทศเพิ่ม 1 บาท) ขายปลีกเล่มละ 30 สตางค์

รายละเอียดของ “คณะทำงาน” หรือ “กองบรรณาธิการ” บางส่วน ครูอบ ไชยวสุ เจ้าของนามปากกา “ฮิวเมอริสต์” เขียนเล่าไว้อย่างมากด้วยสีสันเป็นอย่างยิ่ง

โปรดอ่าน

คนหนุ่ม คนรุ่นใหม่

คนเขียน หนังสือพิมพ์

ผู้ได้รับเชิญ หรือที่จริงเพียงแค่ชวนในสายตาของคุณกุหลาบและสายผมก็ได้จำนวนพอสมควรแก่ม้านั่งที่เราจัดไว้

แล้วก็ทยอยกันมาทีละคนสองคน

ทักทาย ปราศรัย ฐานะเพื่อนสนิทมากสนิทน้อยตามควรแก่ความสัมพันธ์ สรรพนามที่ใช้กันจึงเป็นไปตามดีกรีแห่งการเสวนาคบหา

บางคนมีนามสมญาเรียกขานกันแทนชื่อจริงก็ใช้ชื่อล้ออันเป็นที่รู้กันอยู่แล้วนั่น

เช่น มาลัย ชูพินิจ ก็เรียกเป็นที่รู้กันว่า “ม้าลาย” แล้วก็สั้นลงเหลือเพียง “ม้า” เท่านั้น

ก็เป็นที่รู้ที่เข้าใจว่าใคร

หรือ สนิท เจริญรัฐ มักเป็นผู้เห็นหรือได้ยินข่าวเล็ก ตื่นเต้น เป็นข่าวใหญ่อยู่เสมอ

จึงเรียกเป็นที่รู้กันว่า “นกเล็ก”

คุณบุญทอง เลขะกุล ชื่อเดิมซึ่งใช้เรียกกันเมื่ออยู่ปักษ์ใต้นั้นว่า “เบ้งถ่อง” ครั้นมาอยู่กรุงเทพฯ ใช้ชื่อในภาคกลางว่า “บุญทอง” ก็นิยมเรียกกันว่า “เบ้งถ่อง” ชื่อเดิม บางทีก็ดัดเสียงเรียกว่า “เบ้ง” คำเดียว

(เป็นพี่ชายของ หมอบุญส่ง เลขะกุล ซึ่งมีชื่อเดิมทางปักษ์ใต้ว่า “เบ้งเสี้ยว”)

ส่วนผมเองโดยอาชีพนั้นเป็นครู ใครใครในหมู่เพื่อนก็เรียก “ครู” ตามอาชีพด้วย ใครไม่รู้ก็นึกว่าไปเที่ยวเป็นครูเขาหมดทุกหนทุกแห่ง

ที่นี้ เราจะประชุมร่วมมือกันทำงานออกหนังสือพิมพ์ผมก็คงต้องทำหน้าที่อะไรแก่ส่วนรวมสักอย่างหนึ่ง ก็จะต้องมีการเรียกชื่อจริงชื่อเล่นกันอยู่เป็นประจำ ก็คงจะเรียกผมว่า “ครู” อยู่วันละหลายครั้งหลายหน

จนกว่าจะรำคาญ

และบางครั้งอาจจะตะโกนเรียกระยะไกล หรือในขณะมีเสียงอื่นเซ็งแซ่ก็อาจจะต้องตะโกนว่า “ครู” ซึ่งอาจไม่สบายหู ผมจึงขอเปลี่ยนจากการที่เรียกผมว่า “ครู” นั้น

เป็น “สมภาร” ก็ไม่รกหูเท่าไร

เป็นอันตกลงเรียกผมในธุระของการทำหนังสือ “สุภาพบุรุษ” นี้ว่า “สมภาร” ส่วนจะเผลอติดปากเรียก “ครู” อยู่ตามเดิม

ก็ไม่ต้องถูกปรับแต่ประการใดให้เป็นที่เดือดร้อน

ยอดพิมพ์ ยอดจำหน่าย

ความนิยม ทะยานสูง

ความเป็นจริงอันน่าตื่นเต้นก็คือ หนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” ตีพิมพ์ออกมาเผยแพร่เพียง 2 ปักษ์เท่านั้น

ก็ต้องเพิ่มจำนวนพิมพ์จาก 3,000 ฉบับ เป็น 4,000 ฉบับ

และหนังสือขายดีจนแม้กระทั่ง ร.วุธาทิตย์ สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งยอมรับว่า “ไม่มีไว้เป็นสมบัติ”

บทสรุปของ ฉุน ประภาวิวัฒน์ หรือ “นวนาค” ในกรณีของ “สุภาพบุรุษ”

คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นคนแรกที่สามารถรวบรวมนักเขียนไว้ได้เป็น “คณะ”

ไปไหนก็ยกขบวนไปด้วยกันทั้งชุด

นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการเขียน วงการหนังสือพิมพ์ และวงการประพันธ์ของสยาม

ทั้งๆ ที่การผลิตและนำออกจำหน่ายของหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” รายปักษ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง สามารถเพิ่มจำนวนพิมพ์จาก 3,000 ฉบับต่อปักษ์เป็น 4,000 ฉบับในเวลาอันรวดเร็ว

แล้วเหตุใดอายุของหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” จึงสั้นเป็นอย่างยิ่ง

บทสรุปจาก สุภา ศิริมานนท์ ซึ่งตีพิมพ์ใน “บานไม่รู้โรย” ฉบับเดือนมีนาคม 2541 ได้ให้คำตอบต่อคำถามข้างต้นได้เป็นอย่างดี

ครั้งแรก ในวงการ หนังสือ

การเกิดเป็น คณะ กลุ่ม

การที่เรียกขานว่า “คณะสุภาพบุรุษ” นั้นก็เพราะมีความพึงใจในความหมายและภาวะของการเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษ อันเป็นความหมายและภาวะซึ่งฟังดูออกจะภูมิฐานอยู่สักหน่อยสำหรับยุคสมัย

เป็นการก้าวหน้าก้าวหนึ่งทางความคิดและอารยธรรมสำหรับคนรุ่นหนุ่ม

เมื่อ “คณะสุภาพบุรุษ” มีการรวมตัวกันขึ้นค่อนข้างแน่นหนา ประกอบกับมีเพื่อนรุ่นอาวุโสคนหนึ่งมาชักชวนให้ดำเนินการออกนิตยสารของตนเองขึ้นโดยท่านผู้นั้นได้หาทุนให้ก้อนหนึ่ง

คุณกุหลาบจึงตัดสินใจลาออกจาก “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” และดำเนินการจัดตั้งนิตยสารรายปักษ์ “สุภาพบุรุษ” อันเป็นชื่อแห่งความพิสมัย

นิตยสารรายปักษ์ “สุภาพบุรุษ” เป็นนิตยสารฉบับหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงหอมตลบในประพันธพิภพของไทย แรกทีเดียว ตั้งอยู่ที่บ้านของ คุณอบ ไชยวสุ ตรงข้ามวัดชนะสงคราม แล้วต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่ปากคลองตลาด

แต่นิตยสาร “สุภาพบุรุษ” ก็เหมือนดังนิตยสารอื่นๆ ของยุคทุนนิยมในแง่ที่ว่าแม้จะเป็นนิตยสารซึ่งเสนอบทประพันธ์ดีวิเศษเท่าใด แต่ถ้าหากการบริหารงานล้มเหลวหรือไม่เป็นประสา

นิตยสารหรือกิจการนั้นๆ จะตั้งอยู่ไม่ได้

การบริหารเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งซึ่งปรากฏว่ายังไม่สู้จะรู้จักกันกี่คนนักในยุคสมัยนั้น ยุคซึ่งระบบทุนนิยมเพิ่งจะเริ่มต้นในประเทศไทย

นิตยสาร “สุภาพบุรุษ” หนีกฎข้อนี้ไม่พ้น

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)
นับถอยหลัง โผทหาร ทัพไทย-สมช.จับตา ‘เสธ.จุ๊ฟ-เสธ.เอี่ยว’ จ่อชิง เสือป่า 1 กองทัพ ปึ้ก รัฐบาล โชว์เขมร ‘อนุทิน’ นำขุนพล เยือนเวียดนาม
E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT