มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ทุกวันนี้ ทรงวาด อยู่ในกระแสการท่องเที่ยว ทั้งของคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะเจนใหม่ๆ ที่ชื่นชอบไวบ์หรือไวบส์ ของย่านเก่าอายุร้อยกว่าปี
ด้วยเป็นถิ่นที่อยู่ของคนจีน มาแต่ครั้งสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี คลังสินค้า โรงเลื่อยไม้ โรงสีข้าว จะเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำ มีท่าเรือจากต่างประเทศ และจากภาคใต้และตะวันออกของไทย
นอกจากขนส่งสินค้าแล้ว ยังมีนักเดินทาง แรงงานอพยพ ทั้งชาวจีน และชาวอื่นๆ เช่น แขก ญวน เป็นต้น
ส่วนพื้นที่ด้านใน จะเป็นตลาด โรงงาน และที่พักอาศัย ที่สร้างต่อเนื่องกัน จนมีสภาพแออัด จนไม่มีทางเข้าดับไฟในเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ ยิ่งวัสดุก่อสร้างที่ใช้เป็นไม้ ไม้ไผ่ ที่เป็นเชื้อไฟ ไฟไหม้แต่ละครั้งในอดีตจึงสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่กว้างหลายหลังคาเรือน
เป็นเหตุให้มีประกาศห้ามใช้วัสดุติดไฟง่ายก่อสร้างบ้านเรือน และขยายเขตทางเดิน เพื่อเข้าดับไฟได้สะดวก
อันเป็นที่มาของถนนสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ถนนวานิช ถนนเยาวราช ถนนราชวงศ์ และถนนพาดสาย ซอยอาเนี้ยเก็ง ซอยอิศรานุภาพ และตรอกข้าวสาร
รวมทั้งถนนทรงวาด ที่ตัดขึ้นใหม่ ระหว่างพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับพื้นที่ด้านใน เชื่อมจาก ท่าน้ำราชวงศ์ ไปจนถึงถนนเจริญกรุง ถนนสายแรก และสายหลักของกรุงเทพฯ ในเวลานั้น

ชื่อถนนแสดงที่มาอย่างชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าหลวง อาศัยพระราชอำนาจ ทรงวาด แนวถนนสายนี้ คู่ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยพระองค์เอง
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยู่หนาแน่น การก่อสร้างถนนสายนี้จึงใช้เวลานานหลายปี ช่วงแรกจากถนนจักรเพชร ถึงตรอกโรงกระทะ (ถนนเยาวพานิช) แล้วเสร็จ พ.ศ.2435 ช่วงที่สองจากตรอกโรงกระทะ ไปจดถนนเจริญกรุง แล้วเสร็จ พ.ศ.2450
ในปี 2482 มีการก่อสร้างถนนอีกสายที่ต่อเนื่องกัน ชื่อคล้องจองกัน คือ ถนนทรงสวัสดิ์ ที่เริ่มจากถนนเจริญกรุง ไปจดแม่น้ำเจ้าพระยา

การตัดถนนใหม่แต่ละสาย เท่ากับเปิดพื้นที่สำหรับการสร้างอาคารใหม่ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ที่มีรูปแบบคล้ายกับอาคารในปีนัง สิงคโปร์ และจีน จึงยังคงสภาพมาถึงปัจจุบัน
ทำให้สองฟากถนนทรงวาด ที่มีความยาวหนึ่งกิโลเมตรนั้น เรียงรายไปด้วยศาสนสถาน วัด ศาลเจ้า และมัสยิด ตึกแถวและคลังสินค้า ที่สวยงาม สามารถปรับใช้ เปิดเป็นร้านค้าแบบเดิม หรือใช้ทำกิจกรรมอื่นแบบใหม่ ตั้งแต่แกลเลอรีแสดงศิลปะ ร้านขายงานคราฟต์ ร้านขนม อาหาร และเครื่องดื่ม
สนองจริตนักท่องเที่ยวเจนใหม่ ที่ถวิลหาอดีต ต้องการความแปลกใหม่ ร่วมสมัย โดยไม่รู้ว่าย่านทรงวาดหรือถนนทรงวาด เป็นแบบแผนสำคัญในการพัฒนาเมืองของไทย ที่เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อภูมิทัศน์เมืองเปลี่ยนจากบ้านเรือนริมคลอง เป็นตึกแถวแถวริมถนน
อีกทั้งเป็นแบบอย่างการแก้ปัญหาเมืองที่เกิดความเสียหายจากเหตุอัคคีภัย โดยการขยายหรือตัดถนนกว้าง การควบคุมการก่อสร้างและการใช้อาคาร เพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ และการกำหนดให้ใช้วัสดุก่อสร้างไม่เป็นเชื้อไฟ และทนไฟ
จนทำให้ย่านเยาวราชมีรูปสัณฐานเมืองต่างจากพื้นที่อื่นในกรุงเทพมหานคร มีความสวยงาม เป็นระเบียบ คล้ายกับมหานครอื่น อาทิ ลอนดอน ชิคาโก ที่เคยเกิดเหตุอัคคีภัยเช่นเดียวกัน
