bg-single

ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’

15.06.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

‘ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’

หลายคนรวมถึงตัวฉันด้วยมักจะเข้าใจไปเองว่าเทคโนโลยี AI เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนอายุน้อยที่น่าจะอ้าแขนรับ AI เข้ามาในชีวิตกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แต่เมื่อได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดก็ทำให้เข้าใจว่าความคิดนี้อาจจะไม่จริงเสมอไป

ช่วงนี้ของปีเป็นฤดูพิธีสำเร็จการศึกษาในสหรัฐอเมริกาโดยแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะเชิญคนสำคัญๆ ที่ประสบความสำเร็จไปพูดให้ผู้สำเร็จการศึกษาฟัง

และแน่นอนว่าสุนทรพจน์ที่พูดในปีนี้ก็จะต้องหนีไม่พ้นการอยู่กับ AI

Gloria Caulfield ผู้บริหารจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้รับเชิญให้ไปกล่าวสุนทรพจน์ให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฟลอริดา

เธอกล่าวว่าเราทุกคนอยู่ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ทั้งตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน และการกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งต่อไป

พูดมาถึงแค่นี้กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาก็พร้อมใจกันโห่แสดงความไม่พอใจและเสียงโห่นั้นก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนเธอถึงกับต้องหันไปหาวิทยากรคนอื่นๆ และถามว่า “เกิดอะไรขึ้นนะ”

คนดังอีกคนที่ประสบชะตากรรมคล้ายกันก็คือ Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google ที่ไปพูดสุนทรพจน์ในพิธีสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยในแอริโซนา

Schmidt เริ่มเปิดด้วยการเล่าถึงชีวิตการเป็นนักศึกษาของตัวเอง การกำเนิดของคอมพิวเตอร์และวิวัฒนาการไปเป็นคอมพิวเตอร์พกพา สมาร์ตโฟน ที่แพร่กระจายในยุคอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย

ทันทีที่เขาเริ่มเชื่อมโยงผลกระทบอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากคอมพิวเตอร์ไปหาปัญญาประดิษฐ์ ฝูงชนก็ส่งเสียงโห่ไล่

Schmidt ตอบรับว่า “ผมรู้ว่าพวกคุณหลายๆ คนรู้สึกยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันมีความกลัวอยู่ เจเนอเรชั่นพวกคุณกลัวว่าอนาคตจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แมชชีนกำลังจะมาถึง งานกำลังหดหาย สภาพอากาศพัง การเมืองแตกร้าว และพวกคุณกำลังต้องรับทอดมรดกแห่งความยุ่งเหยิงที่พวกคุณไม่ได้เป็นคนก่อ ผมเข้าใจความกลัวนั้นดี”

อย่างไรก็ตาม เสียงโห่ยังคงดังต่อเนื่องจนเขาต้องพยายามพูดกลบ และปิดด้วยการกล่าวแสดงความยินดีต่อผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน

ไม่ใช่ทุกคนที่พูดถึง AI แล้วจะถูกโห่ไปทั้งหมดเพราะซีอีโอลุคคูลๆ อย่าง Jensen Huang ก็เคยพูดเรื่อง AI ในพิธีสำเร็จการศึกษาโดยได้บอกว่า AI ได้รื้อสร้างการประมวลผลใหม่ทั้งหมดซึ่งก็ไม่มีใครหืออืออะไร

แต่หากคุณไม่ใช่ Jensen Huang และพูดชม AI ในพิธีสำเร็จการศึกษาก็มีแนวโน้มสูงที่ฝูงชนจะปาก้อนหินใส่แทนที่จะหยิบยื่นดอกไม้ให้

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็อาจจะเพราะคนที่กำลังจะจบการศึกษามักจะได้รับข้อมูลว่า AI จะมาแย่งงาน และหลายคนก็มองว่ามันคือโฉมหน้าใหม่ของทุนนิยมแบบสุดขั้ว

ทั้ง Gloria และ Schidmt ไม่รู้ล่วงหน้าว่าการพูดถึง AI ในทางที่บอกว่ามันจะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือจะมีบทบาทที่สำคัญแค่ไหนเป็นสิ่งที่ผู้ฟังเจเนอเรชั่นนี้ไม่อยากได้ยิน

แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่มาทีหลังและน่าจะได้ถอดบทเรียนจากทั้งสองคนนี้มาแล้ว ก็คือ Ronni Chieng นักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟนชาวเอเชียที่ได้รับเชิญไปพูดในงานสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

แทนที่จะยกยอปอปั้นว่า AI เป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอันล่าสุด Ronni Chieng เลือกเดินไปทางตรงกันข้าม

ใจความสำคัญเกี่ยวกับ AI ในสุนทรพจน์ของเขาคือการบอกว่า “ภารกิจของคนรุ่นคุณคือการทำลาย AI ซะ ฆ่ามันให้ตาย!” โดยที่ขยายความว่าเขาไม่ได้หมายถึงการใช้ AI เพื่อสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์หรือฟิสิกส์

แต่เขาโจมตี AI ที่ทำให้เรากลายเป็นคนมักง่ายในชีวิตประจำวันเพราะมันทำทุกอย่างแทนเราไปหมด

Chieng บอกว่า AI ทำให้คนธรรมดาทั่วๆ ไปโง่ลง คนที่ไม่มีพรสวรรค์มักจะชอบโอ้อวดว่าตัวเองใช้ AI ช่วยร่างสุนทรพจน์ เขียนสคริปต์ เขียนบทพอดแคสต์ หรือช่วยทำวิดีโอให้

แต่สิ่งที่คนเหล่านี้พลาดไปก็คือความสนุกจากการได้สร้างงาน

คุณค่าของการเขียน การสร้าง และการแก้ปัญหาต่างๆ นั้นไม่ได้อยู่แค่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่กระบวนการด้วย อย่างตัวเขาเองก็รู้สึกว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการเขียนบทแสดงตลกของเขาก็คือการได้คิดว่าจะต่อจิ๊กซอว์มุขตลกแต่ละชิ้นยังไงและความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถทำเรื่องยากๆ ได้สำเร็จ

Chieng บอกว่าการใช้ทางลัดแล้วกระโดดข้ามไปตอนจบไปสู่ผลสำเร็จเลยนั้นไม่ได้ดีเสมอไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างทางนี่แหละที่ทำให้เราได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

ฉันชอบที่เขาบอกว่าศึกสงครามของคนเจเนอเรชั่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นสงครามระหว่างคนที่ “มีของ” กับคนที่ “รู้ตื้น” คนที่ชำนาญกับคนที่เสแสร้ง คนรสนิยมดีกับคนรสนิยมแย่

สุนทรพจน์ของ Ronni Chieng โดนใจผู้ฟังและได้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่คนพูดถึงและชื่นชมกันทั่วโลก อันนี้ก็ต้องยกนิ้วให้ว่าเขาอ่านผู้ฟังได้ขาดจริงๆ

และแม้เราจะอยู่ในยุคที่เราย้ายตัวตนไปอยู่บนออนไลน์กันหมดแล้ว แต่เขาก็ให้คำแนะนำที่เรียบง่ายแต่ใช้ได้จริงสำหรับทุกคน

นั่นคือ “จงทำโลกออฟไลน์ของคุณให้ดีกว่าโลกออนไลน์”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน