วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com
บทเรียนสังคมธุรกิจไทยหลายกรณี บุคคลสำคัญๆ จะปรากฏโฉมหน้าขึ้นในจังหวะเวลาอันควร
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ปัจจุบัน – เอสซีจี) ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ได้สร้างผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง รวมทั้งได้สร้างแรงกระเพื่อมมาถึงบริษัทปูนซิเมนต์ไทยด้วย โดยเฉพาะเรื่องราวในช่วงเวลาเพียงประมาณ 5 ปีนั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างอย่างสำคัญ
ในปี 2482 ชุณห์ ปิณฑานนท์ สมาชิกคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน เข้ามาเป็นประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (มีนาคม) จากนั้นไม่กี่เดือน (พฤศจิกายน) เขามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อขณะนั้น)
จากบันทึกข้อมูลที่ปรากฏ ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นประมาณ 25 ปี ตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่มิได้ดำรงตำแหน่งนี้เลย จะว่าไป ในที่สุดได้กลายเป็นโมเดลต่อเนื่องในเอสซีจียุคใหม่ (ตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบัน)
พระยาอรรถการประสิทธิ์ (ชื่อเดิม William Alfred Tilleke ชาวศรีลังกา) ที่ปรึกษากฎหมายคนสำคัญของราชสำนัก ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยคนแรก (2456- 2461)
ต่อจากนั้น W.L. Grut ในฐานะผู้ก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ต้น ได้เป็นประธานกรรมการคนที่สอง อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่องยาวนาน ถึง 21 ปี (2461-2482) ทั้งนี้ ทั้งสองถือเป็นชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะ W.L. Grut เป็นประธานกรรมการบริษัทผู้บทบาทสำคัญในยุคต้น
ในปี 2449 W.L. Grut เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ไม่ช้าไม่นาน (2453) จึงได้รับช่วงกิจการโรงงานไฟฟ้าวัดเลียบ (Siam Electricity Company) ของพี่เขย ในระยะกระชั้นนั้น (2456) W.L. Grut ตัดสินใจเข้าลงทุนในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 25% โดยมีบทบาทบริหารอย่างเต็มตัวตั้งแต่ต้น
ต่อมาเมื่อพระยาอรรถการประสิทธิ์เสียชีวิต เขาจึงได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการปูนซิเมนต์ไทยสืบแทน
ถือว่าเป็นชาวต่างชาติผู้มีอิทธิพลในบริษัทปูนซิเมนต์ไทยอย่างยาวนานที่สุด (2561-2383) ข้ามผ่านจากยุคอาณานิคม การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง
W.L. Grut เป็นส่วนหนึ่งของ Danish connection มีบทบาทในช่วงต่อระหว่างรัชกาลที่ 5 และ 6 เฉพาะที่เกี่ยวกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เขามีบทบาทสำคัญอย่างมาก
เขาตัดสินใจเลือกระบบการผลิตและ Package ของ F.L. Smidth แห่งเดนมาร์ก (เครื่องจักรการผลิตและผู้บริหาร) ในเวลานั้นถือกันว่าเป็นโมเดลสำคัญ เป็นหลักประกันระบบการผลิตซีเมนต์ที่เป็นไปได้ ในยุคสังคมสยามไม่มีความพร้อมใดๆ
อีกเรื่อง เขามีบทบาทประสานสัมพันธ์ในมิติกว้างขวาง กับ Trading company ของระบอบอาณานิคม เพื่อให้กลไกธุรกิจของอุตสาหกรรมซีเมนต์แห่งแรกในสยามดำเนินการไปอย่างราบรื่น
มรดกแห่งสายสัมพันธ์และระบบธุรกิจในช่วงก่อตั้ง เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอยู่รอด บางสิ่งกลายเป็นวัฒนธรรมอันภาคภูมิในเวลาต่อมา
ที่สำคัญมีส่วนทำให้ยุคปูนซิเมนต์ไทยบริหารโดยชาวเดนมาร์ก ดำรงอยู่นานถึง 6 ทศวรรษ (2456-2517)
ชุณห์ ปิณฑานนท์ ประธานกรรมการคนที่ 3 ถือได้ว่าเขาเป็นประธานคนไทยคนแรกของบริษัท ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดำรงตำแหน่งถือว่าไม่นานนั้น (มีนาคม 2482 – มีนาคม 2485) ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ชุณห์ ปิณฑานนท์ สมาชิกคณะราษฎรผู้มีบทบาทในแนวทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2481-2489 ในฐานะกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยเฉพาะบริษัทปูนซิเมนต์ไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
นอกจากนั้นเป็นกรรมการในบริษัทไทยนิยมพาณิชย์ และเครือข่าย ซึ่งถือเป็นบริษัทแกนสำคัญในโมเดลเศรษฐกิจของคณะราษฎร (อ้างจาก – Capital Accumulation in Thailand 1855-1985, Suehiro Akira 1996)
ในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยมีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยทีมชาวต่างชาติ 3 คน อีก 2 คนเป็นฝ่ายไทย คือตัวแทนกรมพระคลังข้างที่ (ชื่อในขณะนั้น ก่อนเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานทรัพย์สินฯ) และคนจากตระกูลสุขุม (ผู้ถือหุ้นดั้งเดิมจากฝ่ายเจ้าพระยายมราช – ผู้ก่อตั้งคนสำคัญ) เมื่อพิจารณาโดยรวม อำนาจอยู่กับฝ่ายบริหารชาวต่างชาติ แต่แล้วในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน W.L. Grut ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท
ขณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัท กรรมการชุดใหม่รวมกันมีถึง 7 คน ล้วนคนไทย (ไม่นับรวมผู้จัดการซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
การปรับโครงสร้างบริหารครั้งใหญ่ ทั้งตัวประธานและคณะกรรมการบริษัทข้างต้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ให้อำนาจการบริหารที่เคยตกอยู่ในมือเดนมาร์กได้เปลี่ยนไปหลายมิติ สะท้อนการข้ามผ่านสู่ยุคใหม่ คนไทยมีบทบาทมากขึ้นในหลายระดับ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเองได้ขยายบทบาทกว้างขวาง จากการผลิตซีเมนต์สู่สินค้าอื่น จากบริษัทหนึ่งซึ่งมีแผนการธุรกิจเฉพาะตัว สู่บทบาทอันแข็งขัน ตอบสนองยุทธศาสตร์รัฐ
ในบรรดากรรมการใหม่คราวนั้น มีบุคคลหนึ่งซึ่งน่าสนใจควรบันทึกไว้
พระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) ชาวสงขลา เป็นนักกฎหมายผู้มีชื่อเสียง จบทั้งเนติบัณฑิตไทย และอังกฤษ (Barrister – at – Law Lane Temple)
ที่ควรทราบ ภรรยาของเขา – ท่านผู้หญิงศรี (นามสกุลเดิม ลพานุกรม) ซึ่งเป็นพี่น้องกับตั้ว ลพานุกรม (บุคคลสำคัญของคณะราษฎร (อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์คนแรก และหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งคณะราษฎร เคยเป็นรัฐมนตรีในยุคนั้น) สะท้อนสายสัมพันธ์อันซับซ้อน
เขาเข้ารับราชการตั้งแต่ปี 2460 ในฐานะนักกฎหมายมีความรู้อย่างดีคนหนึ่งในยุคนั้น จึงมีโอกาสทำงานและมีบทบาทอย่างกว้างขวาง เริ่มต้นเป็นผู้พิพากษา อาจารย์สอนกฎหมาย ไปจนถึงตำแหน่งสำคัญ อธิบดีกรมอัยการ (2471)
ที่สำคัญ ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง เขาได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วงสั้นๆ ในรัฐบาลคณะราษฎรชุดที่ 6 (22 กันยายน 2477 – 1 สิงหาคม 2478)
กับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย พระยามานวราชเสวีเข้ามาครั้งแรกในฐานะกรรมการ มาในจังหวะที่สำคัญมากๆ ในต้นปี 2479 ช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพระคลังข้างที่ ต่อมา (ตั้งแต่ปี 2485) เขาก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการบริษัท
ดูไปแล้ว โปรไฟล์คล้ายๆ กับประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยคนแรก – พระยาอรรถการประสิทธิ์
ที่น่าสังเกต ช่วงเวลาจากนั้น บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์ผันแปรอย่างต่อเนื่องถึง 2 ทศวรรษ (2475 -2495) ช่วงแห่งความยุ่งยากระยะเวลายาวนานที่สุดช่วงหนึ่งของสังคมไทย มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีถึง 25 ชุด นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน บริษัทปูนซิเมนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการมากที่สุดเช่นกัน มีการเข้า-ออกในช่วงสั้นๆ ทั้งจำนวนคนและจำนวนครั้งมากกว่ายุคใดๆ ในประวัติศาสตร์
พระยามานวราชเสวีมีบทบาทกว้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางการเมืองและราชสำนัก โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อเนื่องกันหลายรัฐบาล เป็นเวลาถึง 11 ปี (2478-2489) ที่สำคัญต่อจากนั้น พระยามานวราชเสวีดำรงตำแหน่งองคมนตรี ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาถึง 25 ปี (2492-2517)
สำหรับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยแล้ว เขามีบทบาทอย่างสำคัญในฐานะประธานกรรมการบริษัทยาวนานที่สุด (2485-2507) ในประวัติศาสตร์ อาจถือเป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่องและสมดุล ท่ามกลางช่วงเวลาผันแปรเกือบ 3 ทศวรรษที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยสามารถฝ่ามาได้
