bg-single

บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)

15.06.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com

บทเรียนสังคมธุรกิจไทยหลายกรณี บุคคลสำคัญๆ จะปรากฏโฉมหน้าขึ้นในจังหวะเวลาอันควร

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ปัจจุบัน – เอสซีจี) ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น

การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ได้สร้างผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง รวมทั้งได้สร้างแรงกระเพื่อมมาถึงบริษัทปูนซิเมนต์ไทยด้วย โดยเฉพาะเรื่องราวในช่วงเวลาเพียงประมาณ 5 ปีนั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างอย่างสำคัญ

ในปี 2482 ชุณห์ ปิณฑานนท์ สมาชิกคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน เข้ามาเป็นประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (มีนาคม) จากนั้นไม่กี่เดือน (พฤศจิกายน) เขามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อขณะนั้น)

จากบันทึกข้อมูลที่ปรากฏ ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นประมาณ 25 ปี ตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่มิได้ดำรงตำแหน่งนี้เลย จะว่าไป ในที่สุดได้กลายเป็นโมเดลต่อเนื่องในเอสซีจียุคใหม่ (ตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบัน)

พระยาอรรถการประสิทธิ์ (ชื่อเดิม William Alfred Tilleke ชาวศรีลังกา) ที่ปรึกษากฎหมายคนสำคัญของราชสำนัก ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยคนแรก (2456- 2461)

ต่อจากนั้น W.L. Grut ในฐานะผู้ก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ต้น ได้เป็นประธานกรรมการคนที่สอง อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่องยาวนาน ถึง 21 ปี (2461-2482) ทั้งนี้ ทั้งสองถือเป็นชาวต่างชาติ

โดยเฉพาะ W.L. Grut เป็นประธานกรรมการบริษัทผู้บทบาทสำคัญในยุคต้น

ในปี 2449 W.L. Grut เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ไม่ช้าไม่นาน (2453) จึงได้รับช่วงกิจการโรงงานไฟฟ้าวัดเลียบ (Siam Electricity Company) ของพี่เขย ในระยะกระชั้นนั้น (2456) W.L. Grut ตัดสินใจเข้าลงทุนในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 25% โดยมีบทบาทบริหารอย่างเต็มตัวตั้งแต่ต้น

ต่อมาเมื่อพระยาอรรถการประสิทธิ์เสียชีวิต เขาจึงได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการปูนซิเมนต์ไทยสืบแทน

ถือว่าเป็นชาวต่างชาติผู้มีอิทธิพลในบริษัทปูนซิเมนต์ไทยอย่างยาวนานที่สุด (2561-2383) ข้ามผ่านจากยุคอาณานิคม การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง

W.L. Grut เป็นส่วนหนึ่งของ Danish connection มีบทบาทในช่วงต่อระหว่างรัชกาลที่ 5 และ 6 เฉพาะที่เกี่ยวกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เขามีบทบาทสำคัญอย่างมาก

เขาตัดสินใจเลือกระบบการผลิตและ Package ของ F.L. Smidth แห่งเดนมาร์ก (เครื่องจักรการผลิตและผู้บริหาร) ในเวลานั้นถือกันว่าเป็นโมเดลสำคัญ เป็นหลักประกันระบบการผลิตซีเมนต์ที่เป็นไปได้ ในยุคสังคมสยามไม่มีความพร้อมใดๆ

อีกเรื่อง เขามีบทบาทประสานสัมพันธ์ในมิติกว้างขวาง กับ Trading company ของระบอบอาณานิคม เพื่อให้กลไกธุรกิจของอุตสาหกรรมซีเมนต์แห่งแรกในสยามดำเนินการไปอย่างราบรื่น

มรดกแห่งสายสัมพันธ์และระบบธุรกิจในช่วงก่อตั้ง เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอยู่รอด บางสิ่งกลายเป็นวัฒนธรรมอันภาคภูมิในเวลาต่อมา

ที่สำคัญมีส่วนทำให้ยุคปูนซิเมนต์ไทยบริหารโดยชาวเดนมาร์ก ดำรงอยู่นานถึง 6 ทศวรรษ (2456-2517)

ชุณห์ ปิณฑานนท์ ประธานกรรมการคนที่ 3 ถือได้ว่าเขาเป็นประธานคนไทยคนแรกของบริษัท ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดำรงตำแหน่งถือว่าไม่นานนั้น (มีนาคม 2482 – มีนาคม 2485) ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ชุณห์ ปิณฑานนท์ สมาชิกคณะราษฎรผู้มีบทบาทในแนวทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2481-2489 ในฐานะกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยเฉพาะบริษัทปูนซิเมนต์ไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

นอกจากนั้นเป็นกรรมการในบริษัทไทยนิยมพาณิชย์ และเครือข่าย ซึ่งถือเป็นบริษัทแกนสำคัญในโมเดลเศรษฐกิจของคณะราษฎร (อ้างจาก – Capital Accumulation in Thailand 1855-1985, Suehiro Akira 1996)

ในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยมีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยทีมชาวต่างชาติ 3 คน อีก 2 คนเป็นฝ่ายไทย คือตัวแทนกรมพระคลังข้างที่ (ชื่อในขณะนั้น ก่อนเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานทรัพย์สินฯ) และคนจากตระกูลสุขุม (ผู้ถือหุ้นดั้งเดิมจากฝ่ายเจ้าพระยายมราช – ผู้ก่อตั้งคนสำคัญ) เมื่อพิจารณาโดยรวม อำนาจอยู่กับฝ่ายบริหารชาวต่างชาติ แต่แล้วในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน W.L. Grut ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท

ขณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัท กรรมการชุดใหม่รวมกันมีถึง 7 คน ล้วนคนไทย (ไม่นับรวมผู้จัดการซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

การปรับโครงสร้างบริหารครั้งใหญ่ ทั้งตัวประธานและคณะกรรมการบริษัทข้างต้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ให้อำนาจการบริหารที่เคยตกอยู่ในมือเดนมาร์กได้เปลี่ยนไปหลายมิติ สะท้อนการข้ามผ่านสู่ยุคใหม่ คนไทยมีบทบาทมากขึ้นในหลายระดับ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเองได้ขยายบทบาทกว้างขวาง จากการผลิตซีเมนต์สู่สินค้าอื่น จากบริษัทหนึ่งซึ่งมีแผนการธุรกิจเฉพาะตัว สู่บทบาทอันแข็งขัน ตอบสนองยุทธศาสตร์รัฐ

ในบรรดากรรมการใหม่คราวนั้น มีบุคคลหนึ่งซึ่งน่าสนใจควรบันทึกไว้

พระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) ชาวสงขลา เป็นนักกฎหมายผู้มีชื่อเสียง จบทั้งเนติบัณฑิตไทย และอังกฤษ (Barrister – at – Law Lane Temple)

ที่ควรทราบ ภรรยาของเขา – ท่านผู้หญิงศรี (นามสกุลเดิม ลพานุกรม) ซึ่งเป็นพี่น้องกับตั้ว ลพานุกรม (บุคคลสำคัญของคณะราษฎร (อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์คนแรก และหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งคณะราษฎร เคยเป็นรัฐมนตรีในยุคนั้น) สะท้อนสายสัมพันธ์อันซับซ้อน

เขาเข้ารับราชการตั้งแต่ปี 2460 ในฐานะนักกฎหมายมีความรู้อย่างดีคนหนึ่งในยุคนั้น จึงมีโอกาสทำงานและมีบทบาทอย่างกว้างขวาง เริ่มต้นเป็นผู้พิพากษา อาจารย์สอนกฎหมาย ไปจนถึงตำแหน่งสำคัญ อธิบดีกรมอัยการ (2471)

ที่สำคัญ ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง เขาได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วงสั้นๆ ในรัฐบาลคณะราษฎรชุดที่ 6 (22 กันยายน 2477 – 1 สิงหาคม 2478)

กับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย พระยามานวราชเสวีเข้ามาครั้งแรกในฐานะกรรมการ มาในจังหวะที่สำคัญมากๆ ในต้นปี 2479 ช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพระคลังข้างที่ ต่อมา (ตั้งแต่ปี 2485) เขาก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการบริษัท

ดูไปแล้ว โปรไฟล์คล้ายๆ กับประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยคนแรก – พระยาอรรถการประสิทธิ์

ที่น่าสังเกต ช่วงเวลาจากนั้น บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์ผันแปรอย่างต่อเนื่องถึง 2 ทศวรรษ (2475 -2495) ช่วงแห่งความยุ่งยากระยะเวลายาวนานที่สุดช่วงหนึ่งของสังคมไทย มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีถึง 25 ชุด นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน บริษัทปูนซิเมนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการมากที่สุดเช่นกัน มีการเข้า-ออกในช่วงสั้นๆ ทั้งจำนวนคนและจำนวนครั้งมากกว่ายุคใดๆ ในประวัติศาสตร์

พระยามานวราชเสวีมีบทบาทกว้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางการเมืองและราชสำนัก โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อเนื่องกันหลายรัฐบาล เป็นเวลาถึง 11 ปี (2478-2489) ที่สำคัญต่อจากนั้น พระยามานวราชเสวีดำรงตำแหน่งองคมนตรี ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาถึง 25 ปี (2492-2517)

สำหรับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยแล้ว เขามีบทบาทอย่างสำคัญในฐานะประธานกรรมการบริษัทยาวนานที่สุด (2485-2507) ในประวัติศาสตร์ อาจถือเป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่องและสมดุล ท่ามกลางช่วงเวลาผันแปรเกือบ 3 ทศวรรษที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยสามารถฝ่ามาได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน