bg-single

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์ /เรื่องดราม่า

25.05.2019

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

เรื่องดราม่า

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่เปรียบเป็น “วันประกาศอิสรภาพ” ของจอดิจิตอลทีวีก็ว่าได้ เนื่องด้วย กสทช.ได้มีน้ำใจยื่นขอนไม้มาให้เกาะเพื่อไม่จมน้ำตายไปต่อหน้าต่อตา โดยการอนุญาตให้เจ้าของสถานีดิจิตอลทีวีที่เหลืออยู่ 22 ช่อง สามารถแจ้งความประสงค์ขอคืนช่องได้

และก็มีผู้เลือกใช้บริการ 7 รายด้วยกันได้แก่

ช่อง 3 คืนจำนวน 2 ช่อง คือ 3Family (13) และ 3SD (28) เหลือเก็บไว้ทำมาหากินต่อเพียง 1 ช่องเท่านั้นคือ 3HD (33)

อีก 5 ช่องที่คืนก็มี MCOT Family (14), Bright tv (20), Voice tv (21), Spring News (19) และ Spring (26)

ตัวเลขในวงเล็บคือตัวเลขช่องนะครับ

สรุปว่าตอนนี้มีผู้กล้าลุยต่อ 15 สถานีด้วยกัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ลดลงไม่น้อยจากเดิม 24 ช่องเต็ม เหลืออยู่ 15 ฮีโร่มาร์เวลที่จะลุยไฟในอุตสาหกรรมนี้กันต่อไป

 

นี่คือสิ่งที่ไม่เกินการคาดเดา หลังจากการประมูลช่องผ่านไปได้ 1 ปี หลายเสียงบอกว่า สุดท้ายผู้ประกอบการจะอึดไม่ไหว และจะเหลือช่องอยู่ 10-12 ช่อง สำหรับตัวเลข 15 นี่ก็ใกล้เคียง

ที่เกิดเช่นนี้ขึ้นคงไม่ย้อนความกันอีก เพราะข้อมูลการดำเนินงานที่ผิดพลาดของรัฐในเรื่องนี้มีออกมาเป็นระยะๆ

และเหตุการณ์ประกาศอิสรภาพนี้ ก็เหมือนเป็นการ “ชดเชย” ในสิ่งที่พลาดไปนั้น

สรุปว่า… “ก็ยังดี”

นี่คือธรรมชาติของสิ่งต่างๆ บนโลก ที่ทุกอย่างจะมีวิธีการจัดการกับมันเอง อะไรที่มากไปน้อยไป ไม่นานก็จะเกิดการปรับตัวทั้งที่เป็นบวกและลบ

ถามว่า แล้วเหตุการณ์นี้ส่งผลอะไรต่อมา

 

ข้อมูลบอกว่า 5 สถานีนี้จะปิดตัวลงไม่เกินเดือนสิงหาคม จะมีคนต้องออกจากงานราว 1,500 คน ส่งผลแน่นอนกับ 1,500 ครอบครัว

ในขณะที่คนที่เดินต่อก็ต้องเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง คงไม่สามารถใช้ทุนรอนมาเสริมความแข็งแรงได้มากนัก แต่ก็จำเป็นต้องสร้างงานเพื่อแย่งชิงคนดู ที่จะสะท้อนมาเป็นเรตติ้งเพื่อเรียกเม็ดเงินโฆษณา

แน่นอนที่คนยังดูทีวี แต่ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างมาก และเปลี่ยนเร็วจนอุตสาหกรรมตามไม่ทัน นั่นหมายความว่าดิจิตอลทีวียังต้องเหนื่อยหนักจากการแย่งชิงคนดูจากแพลตฟอร์มอื่น และผู้เล่นรายอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ 15 ช่องที่เหลือ

5 ปีที่ผ่านมาได้สร้างดราม่าหนักๆ ให้กับอุตสาหกรรมนี้เหลือเกิน เป็นยิ่งกว่า “กรงกรรม” เพราะกรงกรรมสุดท้ายยังมีบทสรุปและบางคนก็แฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่นี่ยังมองบทสรุปในอีก 10 ปีที่เหลือไม่ออก และแน่นอนที่คงจะไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งกันทุกตัวละคร

ถ้าเป็นละครก็เป็นละครที่สุดแสนดราม่า โศกสลดเศร้ารันทดในชะตากรรมของตัวละครยิ่งนัก

 

ดราม่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การวางนโยบายของรัฐบาลและการเดินเกมที่ไม่อยู่บนทางสายกลางก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นจริงๆ กับผู้คนในประเทศ

นี่กำลังจะมีการแย่งกันเป็นรัฐบาลเพื่อนำประเทศ ยังไม่รู้ว่าผู้ที่ได้เป็นจะนำพาเรือลำใหญ่นี้ได้ถูกทิศทางเพียงไร ลำพังเรือนี้ก็มีรูรั่วรูเบ้อเริ่มอยู่รอบลำ แค่ไล่อุดก็เหนื่อยแล้ว แล้วยังจะต้องเผชิญกับคลื่นลมในมหาสมุทรของโลก ที่เพียงอเมริกากับจีนจิกตีกันก็ส่งผลสะเทือนไปทั่ว แล้วไทยจะเลี่ยงผลกระทบได้อย่างไร

กังวลใจว่า หากรัฐบาลคิดนโยบาย โดยวัดกันแต่เพียงตัวเลขก็อาจจะก่อโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนขึ้นมาอีกได้

หากยังดราม่ากันเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ยังตกลงเรื่องเก้าอี้กันไม่เสร็จ ยังแสวงหาอำนาจมาครอบครองให้มากที่สุด ก็อาจจะมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับประเทศนี้อีก

หากคนใหญ่คนโตมีหน้าที่การงานสำคัญ แต่วางตัวไม่เหมาะสม คอยเบ่งแม้แต่กับตำรวจผู้น้อยที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ก็อย่าหวังว่าจะเห็นสังคมที่พัฒนาไปกว่านี้

เรื่องนี้ทำให้คนหลายคนอยากเปลี่ยนชื่อจาก “โชค” เป็นอย่างอื่น

ถึงขั้นทำสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถว่า “รถคันนี้เพื่อนโชค” คล้ายๆ กับที่เคยมี “รถคันนี้สีดำ” มาแล้ว

เห็นว่ามีการทำสติ๊กเกอร์ตามมาอีก เขียนว่า “รถคันนี้มีอธิบดี” ล้อเลียน “รถคันนี้มีเด็ก” แต่เจ็บๆ คันๆ กว่ากันเยอะ

 

ย้อนไปเรื่องดิจิตอลทีวีที่พูดถึงไปตอนต้น ตอนที่ประมูลนั้นก็แย่งกันทุ่มเงินเพื่อให้ได้ครอบครองช่อง เพื่อหวังเป็นแหล่งทำมาหากินทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และก็เกิดเหตุการณ์พลิกความคาดหมายต่างๆ ดังที่ทราบ

มาถึงเรื่องการเมือง ที่ก็กำลังจะแย่งโอกาสแย่งอำนาจกัน ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ได้แย่งโอกาสกันเพื่อหวังเป็นแหล่งทำมาหากินเหมือนที่ผ่านๆ มา

จากเรื่องของดิจิตอลทีวี ที่สุดท้ายแล้วธรรมชาติจะจัดการหาทางออกของมันได้เอง

เรื่องการเมืองเหมือนกัน ที่หากสุดท้ายแล้วหาทางออกไม่ได้ หรือหาทางออกได้แต่ยังวุ่นวายไม่รู้จบ ก็จะมีธรรมชาติที่จะลุกขึ้นมาจัดการจนได้

ธรรมชาตินั้นมาจากไหน มาจากธรรมชาติของคนเรานี่แหละ ที่หากอัดอั้นตันใจ ไร้ทางออกมากๆ เข้า ก็ต้องรวมตัวกันลุกขึ้นมาสู้เพื่อ “จัดการ” กับมัน

ขอเพียงแต่ว่าอย่าบังคับให้ถึงวันนั้นเลย หากว่าผู้มีอำนาจเห็นแก่ประเทศชาติจริงๆ

ก็เพียงแต่ครองอำนาจด้วยความเป็นธรรม ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตนและพวกพ้อง

ไม่อย่างนั้น ต้องมีดราม่าระดับประเทศเกิดขึ้นแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร