สะท้อนจากธรรมกาย แรงกดดันยังไปอยู่ที่พระธัมมชโยมากกว่าหน่วยงานของรัฐ

ปฏิบัติการต่อพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกายเข้มขึ้นเรื่อยๆ จากการออกหมายจับที่แม้จะยังไม่บุกเข้าไปจับด้วยเหตุผลที่รัฐบาลสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ตลอดว่าไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรง
การเกณฑ์ทั้งพระและคนเข้าไปเป็น “กำแพงญาติธรรม” เป็นอุปสรรคใหญ่ เหมือนกับว่าทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐขึ้นมา เนื่องจากออกหมายจับ หมายค้นมาแล้วไม่สามารถปฏิบัติการตามหมายได้
มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่เรียกร้องให้อำนาจรัฐกล้าหาญที่จะใช้ความเด็ดขาด บางเสียงถึงขั้นเย้ยหยันแบบตั้งใจกดดันให้ใช้ความรุนแรง
แต่รัฐบาลยังแน่วแน่ที่จะเลือกวิธีการเพิ่มแรงกดดันทีละนิดมากกว่าที่จะปฏิบัติการเฉียบขาดในคราวเดียว
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ชี้ไปในทางที่ว่าการใช้อำนาจรัฐแบบนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดลงเรื่อยๆ คล้ายกับว่าจะเป็นการนำไปสู่ “รัฐล้มเหลว” คือมีอำนาจแต่ใช้ไม่ได้
ทว่า นั่นเป็นเพียงมุมมองของบางคน บางกลุ่มหรือไม่
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดย “นิด้าโพล” เมื่อไม่นานมานี้
ผลการสำรวจที่ออกมาว่า ประชาชนร้อยละ 48.88 เห็นว่าพระธัมมชโยควรมอบตัวด้วยตัวเอง ร้อยละ 22.12 เห็นว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจ ควรรีบบุกจับกุมพระธัมมชโยโดยเร็วเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 16.80 เห็นว่า คสช. ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปรับเปลี่ยนผู้บริหารวัดพระธรรมกาย และผู้บริหารของมูลนิธิที่อิงวัดพระธรรมกาย ร้อยละ 5.68 เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรมีมาตรการกดดันให้พระธัมมชโยมอบตัว เช่น ตัดน้ำ ตัดไฟ หรือระบบสื่อสารของวัดพระธรรมกาย
ส่วนที่เห็นว่าการใช้กฎหมายไม่หนักแน่นพอนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร้อยละ 1.52 ที่เป็นส่วนของความเห็นอื่นๆ ซึ่งมีกระทั่งเห็นว่าพระธัมมชโยไม่ได้กระทำความผิดอะไร ไม่ควรดำเนินการใดๆ
ในคำตอบข้างต้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกนึกคิดของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นไปตามอารมณ์แบบบางคน บางเสียงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์
เป็นท่าทีของคนส่วนใหญ่ที่สะท้อนในความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรง
แม้ในคำถามต่อมาของโพลนี้ที่ว่า “ท่านมีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถนำตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีภายใน 3 เดือน ตามที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวไว้” แล้วที่ตอบว่ามั่นใจมาก มีร้อยละ 14.40 ที่ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 16.40 ที่มั่นใจครึ่งหนึ่ง ไม่มั่นใจครึ่งหนึ่ง มีร้อยละ 2.08 ขณะที่มีมากถึงร้อยละ 36.08 ที่ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 28.00 ไม่มั่นใจเลย
จะเป็นคำตอบที่เอาไปตีความเรื่องความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐได้ แต่หากพิเคราะห์ในภาพรวมแล้วน่าจะเป็นไปในทาง “แม้ไม่มั่นใจว่าอำนาจรัฐจะจัดการเรื่องนี้ได้ แต่เป็นความไม่มั่นใจที่เจืออยู่ในความเข้าอกเข้าใจมากกว่า”
หมายถึงว่าที่สุดแล้ว ประชาชนยังยืนอยู่ข้างรัฐบาลในการตัดสินใจไม่ใช้ความเด็ดขาดแบบรุนแรง
แรงกดดันยังไปอยู่ที่พระธัมมชโยมากกว่าหน่วยงานของรัฐ
