bg-single

สะท้อนจากธรรมกาย แรงกดดันยังไปอยู่ที่พระธัมมชโยมากกว่าหน่วยงานของรัฐ

07.01.2017

ปฏิบัติการต่อพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกายเข้มขึ้นเรื่อยๆ จากการออกหมายจับที่แม้จะยังไม่บุกเข้าไปจับด้วยเหตุผลที่รัฐบาลสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ตลอดว่าไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรง

การเกณฑ์ทั้งพระและคนเข้าไปเป็น “กำแพงญาติธรรม” เป็นอุปสรรคใหญ่ เหมือนกับว่าทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐขึ้นมา เนื่องจากออกหมายจับ หมายค้นมาแล้วไม่สามารถปฏิบัติการตามหมายได้

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่เรียกร้องให้อำนาจรัฐกล้าหาญที่จะใช้ความเด็ดขาด บางเสียงถึงขั้นเย้ยหยันแบบตั้งใจกดดันให้ใช้ความรุนแรง

แต่รัฐบาลยังแน่วแน่ที่จะเลือกวิธีการเพิ่มแรงกดดันทีละนิดมากกว่าที่จะปฏิบัติการเฉียบขาดในคราวเดียว

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ชี้ไปในทางที่ว่าการใช้อำนาจรัฐแบบนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดลงเรื่อยๆ คล้ายกับว่าจะเป็นการนำไปสู่ “รัฐล้มเหลว” คือมีอำนาจแต่ใช้ไม่ได้

ทว่า นั่นเป็นเพียงมุมมองของบางคน บางกลุ่มหรือไม่

 

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดย “นิด้าโพล” เมื่อไม่นานมานี้

ผลการสำรวจที่ออกมาว่า ประชาชนร้อยละ 48.88 เห็นว่าพระธัมมชโยควรมอบตัวด้วยตัวเอง ร้อยละ 22.12 เห็นว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจ ควรรีบบุกจับกุมพระธัมมชโยโดยเร็วเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 16.80 เห็นว่า คสช. ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปรับเปลี่ยนผู้บริหารวัดพระธรรมกาย และผู้บริหารของมูลนิธิที่อิงวัดพระธรรมกาย ร้อยละ 5.68 เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรมีมาตรการกดดันให้พระธัมมชโยมอบตัว เช่น ตัดน้ำ ตัดไฟ หรือระบบสื่อสารของวัดพระธรรมกาย

ส่วนที่เห็นว่าการใช้กฎหมายไม่หนักแน่นพอนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร้อยละ 1.52 ที่เป็นส่วนของความเห็นอื่นๆ ซึ่งมีกระทั่งเห็นว่าพระธัมมชโยไม่ได้กระทำความผิดอะไร ไม่ควรดำเนินการใดๆ

ในคำตอบข้างต้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกนึกคิดของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นไปตามอารมณ์แบบบางคน บางเสียงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์

เป็นท่าทีของคนส่วนใหญ่ที่สะท้อนในความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรง

 

แม้ในคำถามต่อมาของโพลนี้ที่ว่า “ท่านมีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถนำตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีภายใน 3 เดือน ตามที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวไว้” แล้วที่ตอบว่ามั่นใจมาก มีร้อยละ 14.40 ที่ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 16.40 ที่มั่นใจครึ่งหนึ่ง ไม่มั่นใจครึ่งหนึ่ง มีร้อยละ 2.08 ขณะที่มีมากถึงร้อยละ 36.08 ที่ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 28.00 ไม่มั่นใจเลย

จะเป็นคำตอบที่เอาไปตีความเรื่องความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐได้ แต่หากพิเคราะห์ในภาพรวมแล้วน่าจะเป็นไปในทาง “แม้ไม่มั่นใจว่าอำนาจรัฐจะจัดการเรื่องนี้ได้ แต่เป็นความไม่มั่นใจที่เจืออยู่ในความเข้าอกเข้าใจมากกว่า”

หมายถึงว่าที่สุดแล้ว ประชาชนยังยืนอยู่ข้างรัฐบาลในการตัดสินใจไม่ใช้ความเด็ดขาดแบบรุนแรง

แรงกดดันยังไปอยู่ที่พระธัมมชโยมากกว่าหน่วยงานของรัฐ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)
นับถอยหลัง โผทหาร ทัพไทย-สมช.จับตา ‘เสธ.จุ๊ฟ-เสธ.เอี่ยว’ จ่อชิง เสือป่า 1 กองทัพ ปึ้ก รัฐบาล โชว์เขมร ‘อนุทิน’ นำขุนพล เยือนเวียดนาม
E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT