bg-single

พลวัต ทาง “เนื้อหา” เด่นชัด ใน “ความรักของวัลยา” และ เสนีย์ เสาวพงศ์

19.01.2017

จากปี พ.ศ.2486 จนกระทั่งจบสิ้นสงคราม เส้นทางการเขียนหนังสือของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ได้ผ่านพบสิ่งใหม่ ความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย

การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศช่วยให้ได้เปิดตามากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะการเป็นนักการทูตชุดแรกที่ไปประจำ ณ กรุงมอสโก ภายหลังไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียต

ทำให้ได้สัมผัสลึกมากกว่าที่ปรากฏใน “ชัยชนะของผู้แพ้” และ “ไม่มีข่าวจากโตเกียว”

ที่สำคัญก็คือได้รับรู้งานของนักเขียนในกลุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า ประสานเข้ากับบรรยากาศบนถนนหนังสือช่วงหลังสงคราม เป็นช่วงที่ดอกไม้แห่งความคิดใหม่ๆ ได้แตกช่ออรชร การเขียนในแนวเอาจริงเอาจังและงานนวนิยายที่มีเป้าหมายเริ่มมีปรากฏตามนิตยสารต่างๆ อย่างคึกคัก

เสนีย์ เสาวพงศ์ ได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางศิลปะวรรณคดี ทั้งในด้านการวิพากษ์วิจารณ์และลงมือทำงานสร้างสรรค์

บทความ “จินตนิยมและอัตถนิยม” บอกทิศทางว่าเขาได้หลุดพ้นจากพื้นฐานเดิมอันเคยแสดงออกใน “ชัยชนะของผู้แพ้” มาเป็นการทำงานอย่างมีเป้าหมายและมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่างานศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารทางความรู้สึกและความคิดที่มีพลัง

ถึงแม้ทางด้านเนื้อหาเขาจะก้าวรุดไปค่อนข้างไกล แต่ทางด้านรูปแบบที่ปรากฏใน “ความรักของวัลยา” ก็จัดอยู่ในขั้นงานแบบ “จินตนิยม” เพียงแต่เป็นจินตนิยมที่ “ก้าวหน้า”

เป็น “จินตนิยมใหม่” ที่เหยียบบาทก้าวเข้าไปยัง “อัตถนิยมใหม่”

 

นวนิยายขนาดสั้นเรื่อง “ความรักของวัลยา” มีฉากส่วนใหญ่อยู่ในกรุงปารีสช่วงหลังสงคราม นวนิยายเรื่องนี้ไม่มีไคลแมกซ์ในแบบใช้เหตุการณ์สร้างความตื่นเต้น บทบาทเด่นของตัวละครเป็นการถกเถียงกันในทางความคิดมากกว่าเป็นกิจกรรมที่ลงมือทำ

แต่กระบวนการเปลี่ยนแปลงในทางความคิดนั่นแหละที่ “สำคัญ”

เขาใช้ วัลยา, ยง อยู่บางยาง, เรอเน่, เตือนตา และไพจิตร เป็นสะพานในการนำเสนอทัศนะเกี่ยวกับ ชีวิต ความรัก ความเสอมภาคทางเพศ การทำงานศิลปะ ฯลฯ

เนื่องจาก “ความรักของวัลยา” เป็นนวนิยายที่สะท้อนภาพชีวิตของปัญญาชนชั้นกลางอย่างเป็นด้านหลัก ทั้งเล่มจึงเต็มไปด้วยการอภิปราย การโต้แย้งกันด้วยเหตุผลนานา ผู้อ่านจะพบกับคำคมจากปากของตัวละครแทบจะทุกหน้า

บางครั้งก็สมเหตุสมผล และบางครั้งก็ออกจะเป็นการจงใจ

อย่างเช่น ตอนหนึ่งของจดหมายที่เตือนตาเขียนถึงวัลยาว่า “เงื่อนไขทางวัตถุของชีวิตนั่นเองเป็นเครื่องกำหนดจิตใจส่วนใหญ่”

หลังจากลงมือทำงานเป็นครูและย้ายโรงเรียน 3 โรง

 

หนังสือเล่มนี้ให้ทัศนะทางความคิดใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น “โลกของเราเป็นโลกแห่งการเคลื่อนไหว สิ่งที่ยืนยงจีรังกาล ไม่มี ศีลธรรมจารีตประเพณีแบบหนึ่งที่ล้าสมัยก็ถูกลบเลือนละทิ้งสาบสูญไป

“สิ่งใหม่เข้ามาแทนที่ การดับสูญและการเกิดใหม่เท่านั้นเป็นสิ่งแน่นอน”

และ “ความรักที่เป็นเพียงความสุข หรือไม่ก็ก่อความใคร่ของคนคนหนึ่งหรืออย่างมากที่สุด 2 คนเท่านั้น เป็นความรักอย่างแคบ ความรักของคนเราควรจะขยายกว้างออกไปถึงชีวิตอื่นถึงประชาชนทั้งหลายด้วย ชีวิตของคนเราจึงจะมีคุณค่ามีความหมาย”

และจากทัศนะเหล่านี้เอง เสนีย์ เสาวพงศ์ จึงได้สรุป “ความรักของวัลยา” ว่า

ความรักนั้นได้แก่ความรักในสันติสุข ความรักในศิลปะและชีวิต ชีวิตก่อให้เกิดความรัก และความรักนั้นในตัวของมันเองมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตด้วย”

นี่คือเอกภาพระหว่าง “ชีวิต” กับ “ความรัก” ด้านหนึ่ง ชีวิตคือต้นธารและแหล่งกำเนิดแห่งความรัก ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ความรักก็ทำให้ชีวิตได้เติบใหญ่ พัฒนาไป จากชีวิต 1 ไปยังอีกชีวิต 1

มีบางคนตีความว่า การเปรียบเทียบของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ในเรื่องชีวิตและความรักนี้เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับจิต

วัตถุกำหนดจิต ขณะเดียวกัน จิตก็ก่อผลสะเทือนให้กับวัตถุ

 

จากนี้จึงเห็นได้ว่าประโยคที่เตือนตาสรุปให้วัลยารับรู้ที่ว่า “เงื่อนไขทางวัตถุของชีวิตนั่นเองเป็นเครื่องกำหนดจิตใจส่วนใหญ่”

นั่นก็คือ “วัตถุ” กำหนด “จิต”

อันเป็นหลักการโดยพื้นฐานของความคิดอย่างที่เรียกว่า “วัตถุนิยม” หรือ “สสารธรรม” ตามบัญญัติของ ปรีดี พนมยงค์ ในหนังสือ “ความเป็นอนิจจังของสังคม”

นั่นคือสิ่งที่ซึมซ่านอยู่ใน “ความรักของวัลยา”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร