
คอลัมน์ เศษเนื้อข้างเขียง
การจะเริ่มเรื่องอันเกี่ยวกับ อุดม สีสุวรรณ อย่างมากด้วยสีสัน จำเป็นต้องเริ่มจากรายละเอียดอัน ทองใบ ทองเปาด์ เขียนไว้ในหนังสือ “คอมมิวนิสต์ลาดยาว”
เป็นเหตุการณ์ในปี พ.ศ.2505
หลังจากได้ร่วมเข้าชื่อร้องต่อศาลให้สั่งปล่อยตัว อิศรา อมันตกุล ก็ได้รับข่าวดีโดยพนักงานสอบสวนได้เสนอให้ปล่อยตัวพ้นจากข้อหา อิศรา อมันตกุล กับพวก 3 คนที่ถูกจับและรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน หรือเรียกตามภาษาตำรวจว่า “คดีเดียวกัน”
อันได้แก่ อิศรา อมันตกุล, อุทธรณ์ พลกุล “งาแซง” และ อุดม สีสุวรรณ (หนังสือพิมพ์เศรษฐการ) ก็ได้รับการปล่อยตัว
พวกเราต่างโห่ร้องแสดงความยินดีด้วยในการได้รับอิสรภาพของ อิศรา อมันตกุล และพวกพ้อง
เมื่อทั้ง 3 ถูกเบิกตัวออกไปพวกเราจึงพากันไปส่งอย่างแน่นขนัดและด้วยความอาลัย แต่พวกเรายินดีกันได้ไม่กี่ชั่วโมง ตกประมาณ 3 ทุ่มคืนนั้นเหมือนผีหลอก
ปรากฏเสียงเรียกตะโกนเข้ามาอีก
ฟังเสียงแล้วพวกเราจึงรู้ว่า อิศรา อมันตกุล, อุทธรณ์ พลกุล และ อุดม สีสุวรรณ ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เล่นเอาพวกเราต้องเรียกขานถามกันเซ็งแซ่
ที่ไฉนเวลาแห่งอิสรภาพจึงสั้นเช่นนั้น
แม้จะเป็นกลางคืนดึกดื่นแต่พวกเราก็ต้องสอบถามกันจนได้ ที่สุดพวกเราก็ได้ทราบว่า การที่พวก อิศรา อมันตกุล ต้องกลับสู่เหย้าอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่จากไปไม่นาน
ก็เพราะทางตำรวจการเมืองเกิดได้ข่าวใหม่ว่า
ในจำนวน 3 คนนี้มีอยู่คนหนึ่งชื่อย่อตัวอักษร “อ” เป็นบุคคลมีตำแหน่งในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อยู่ในอันดับสูงถึงชั้นกรรมการของพรรค ทางตำรวจจึงจำเป็นต้องกักตัวไว้สอบสวนก่อน
แต่เพราะว่าอักษรย่อ “อ” เหมือนกันทั้งสิ้นจึงเลยยังไม่ทราบว่า “อ” ใดเป็นคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ดังกล่าวแน่
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกักตัว “อ” ทั้ง 3 ไว้ต่อไปอีกเพื่อเค้นหาตัวกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ให้ได้เสียก่อน หนังสือพิมพ์ “บางกอกโพสต์” ได้เสนอข่าวการปล่อยตัวนักเขียนใหญ่ นักหนังสือพิมพ์ใหญ่ ทั้ง 3 คนนี้ และการกักขังใหม่ทำนองว่า 1 ใน 3 คนเป็นกรรมการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
จึงจำเป็นต้องอายัดตัวไว้ก่อน
ตกลงทั้ง 3 “อ” อันได้แก่ อิศรา อมันตกุล, อุทธรณ์ พลกุล และ อุดม สีสุวรรณ ต้องกลับเข้ามาสูดอากาศที่ลาดยาวอีก หลังจากที่ได้รับอิสรภาพชนิดที่ว่าออกจากลาดยาวไปสันติบาล
แล้วก็นั่งรถจากสันติบาลกลับลาดยาวเท่านั้นเอง
นอกเหนือจากการถูกจับกุมหลังรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2501 แล้ว เหตุการณ์ปล่อยตัวแล้วจับเมื่อปี พ.ศ.2505 ทำให้นามของ อุดม สีสุวรรณ ปรากฏขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครม
ท่ามกลางความสงสัย
สงสัยว่าในจำนวน 3 อ. ที่เริ่มจาก อุทธรณ์ พลกุล ตามมาด้วย อิศรา อมันตกุล และ อุดม สีสุวรรณ ใครกันแน่ที่เป็น “กรรมการกลาง” พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ทองใบ ทองเปาด์ เขียนไว้ด้วยว่า พวกเราต่างเสียใจที่นักหนังสือพิมพ์รุ่นพี่ทั้ง 3 คนต้องเสียอิสรภาพอีกครั้ง
แต่ก็ดีใจที่ทั้ง 3 ได้กลับมาอยู่กับพวกเราอีก
อิศรา อมันตกุล ได้รับการปลดปล่อยพร้อมกับ อุทธรณ์ พลกุล และ อุดม สีสุวรรณ ในปีต่อมา หลังจากที่ถูกขังโดยปราศจากความผิดและโดยไม่มีพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิดใดเลยเป็นเวลา 5 ปีเศษ
นั่นเป็น “ขมวด” ของ ทองใบ ทองเปาด์ โดยมิได้ระบุว่า ตกลง 1 ใน 3 คนนี้เป็นใครกันแน่ที่เป็น “กรรมการกลาง” พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
แต่เมื่อ พ.เมืองชมพู เขียน “สู่สมรภูมิภูพาน” ในปี พ.ศ.2532 ทุกอย่างก็ “กระจ่าง”
กระจ่างว่า อุทธรณ์ พลกุล มิได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ กระจ่างว่า อิศรา อมันตกุล มิได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
จึงรอดพ้นจากข้อสงสัยในเรื่อง “กรรมการกลาง”
หากแต่เป็น อุดม สีสุวรรณ ต่างหากที่อยู่ในสถานภาพแห่งสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ และใกล้กับความเป็น “กรรมการกลาง” พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมากที่สุด
จำเป็นต้องย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 อีกครั้ง
