หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ท้องฟ้าคืนข้างแรมเวลา 21.10 นาฬิกา มืดสนิท พูดให้เห็นภาพมันมืดขนาดแม้จะยกมือขึ้นดูก็มองไม่เห็น
ไม่แค่ความมืด สิ่งที่รายล้อมตัวผมอยู่ก็มีแต่ความเงียบ ไม่มีเสียงนกกลางคืน ไม่มีเสียงเก้ง ไม่มีกระทั่งแมลงกรีดเสียง
ผมอยู่ในความมืดและเงียบเช่นนี้มาแล้วร่วม 20 นาที เป็น 20 นาทีซึ่งดูยาวนานราวกับผ่านมาแล้วเป็นชั่วโมง
ในความมืดมีเสียงคำรามเบาๆ แทรกความเงียบ เสียงมาจากเบื้องหน้าห่างจากผมไปสัก 15 เมตร
เสียงคำรามนั้นบอกให้รู้ว่า เสือโคร่งตัวหนึ่งอยู่ตรงนั้น มันติดอยู่ในกับดัก นอกจากเสียงคำรามเบาๆ แล้ว ไม่มีอาการดิ้นรน หรือกระโจนเข้าหา
แม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่ผมก็รู้ว่า เสือกำลังจ้องมา
อยู่ร่วมกับทีมนักวิจัยในการจับเสือหลายครั้ง ผมพบว่า ขณะติดกับดัก และตอนที่เรามาถึง เสือจะไม่ดิ้นทุรนทุราย มันจะหมอบนิ่งเงียบ รอจังหวะเหมาะจึงจะกระโจนเข้าหา
แต่จากร่องรอยก่อนหน้า เราพบรอยพยายามดิ้นให้หลุด ต้นไม้ต้นเล็กๆ บริเวณนั้นถูกกัดขาด
เสือโคร่งเป็นนักล่าซึ่งได้รับการออกแบบร่างกายและทักษะมาอย่างเหมาะสมกับงาน
ลำตัวของเสือในป่าค่อนข้างเพรียว เคลื่อนที่ว่องไว มีประสาทหู ตา จมูกที่ดี ทำให้จำแนกเสียง กลิ่นได้
อุ้งเท้านิ่ม เดินเงียบ กรงเล็บซ่อนได้ในเวลาปกติ ตอนจะใช้งานถึงกางออก รวมทั้งทักษะต่างๆ ที่ได้รับการฝึกสอนจากแม่
เมื่อพบเหยื่อที่เป็นเป้าหมายมันจะหมอบเข้าหา เงียบกริบ จนกระทั่งเหลือระยะสัก 10-20 เมตร จะกระโจนตะปบด้วยกรงเล็บและกัดด้วยเขี้ยวบริเวณคอเหยื่อ
ถึงกระนั้นก็เถอะ ตามข้อมูลที่นักวิจัยมี งานของเสือนั้นยาก เสือลงมือสิบครั้ง จะพบความสำเร็จแค่ครั้งเดียว
ไม่น่าแปลกใจนักหรอก เพราะสัตว์กินพืชที่อยู่ในสถานภาพของความเป็นเหยื่อทั้งหลาย ก็ได้รับการออกแบบร่างกายมาอย่างดีหลายอย่างเหนือกว่าเสือด้วยซ้ำ
ที่สำคัญ แม้ว่าจะอยู่ในสถานภาพเหยื่อ แต่ พวกมันไม่ใช่ชีวิตที่ยอมจำนนง่ายๆ
ครั้งนี้เราอยู่ในแคมป์ริมลำห้วยมาแล้วร่วมหนึ่งเดือน ตั้งกับดัก เฝ้ารอ
นักวิจัยเรียกช่วงเวลาที่ตั้งกับดักว่า “เปิดกรง”
วันแรกที่มา เราพบรอยตีนและรอยสเปรย์ที่เสือพ่นไว้กับต้นไม้ริมด่าน รอยตีนประทับไว้บนพื้นชัดเจน รอยอุ้งตีนหน้าขนาด 7.3 เซนติเมตร ในเสือโตเต็มวัย นี่คือเสือโคร่งตัวเมีย เพราะเสือโคร่งตัวผู้จะมีความกว้างอุ้งตีนหน้าเฉลี่ย 8.8 เซนติเมตร
เสือตัวเมียคือเป้าหมายของเรา
พบร่องรอยใหม่ๆ ของเสือ เป็นเรื่องน่ายินดีก็จริง แต่ในงานของเรานี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีนักหรอก เพราะหมายความว่าเสือผ่านตรงนี้ไปแล้ว และใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะกลับมา
การอยู่ในป่าร่วมหนึ่งเดือนนี้ ทำให้ผมรู้ถึงความจริงหนึ่ง ขณะที่เสือใช้วิถีชีวิตอย่างปกติ เป็นอิสระ
ดูเหมือนว่า เราเองที่ติดอยู่ในกรง
การเปิดกรง เพื่อจับเสือโคร่งสวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ จะทำให้ได้ข้อมูลอันครบถ้วนสมบูรณ์
แต่ก่อนจะได้ข้อมูลเหล่านั้น ต้องผ่านสิ่งที่ยากที่สุดเสียก่อน
นั่นคือ ทำอย่างไรให้เสือพลาด

เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ไวต่อความผิดปกติ สิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยทำให้มันรู้ว่ามีบางอย่างไม่เหมือนเดิม กลิ่นของคน รอยเท้า ล้วนเป็นสัญญาณที่ทำให้มันระมัดระวัง กับดักไม่ได้มีหน้าที่เพียง “ดักเสือ” มันคือการทำให้เสือเชื่อว่า ทุกอย่างยังเป็นปกติ
คืนนี้ เสืออันเป็นเป้าหมายของเราพลาดเข้ามาติดกับดัก ทีมนักวิจัยมีเวลาราว 40 นาทีสำหรับจัดการทุกสิ่ง สวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณ ตรวจสอบน้ำหนัก วัดขนาด เก็บตัวอย่างขน หนวด รวมทั้งเห็บตามลำตัว
งานเสร็จ พร้อมกับเสือลืมตา ขยับตัว มันจะนอนนิ่งๆ อีกสัก 2 ชั่วโมงถึงจะลุกขึ้นและเดิน หายไปในความมืด กับดักหมดหน้าที่
เสือเป็นอิสระเดินไปตามเส้นทางของมัน ทิ้งไว้แค่รอยตีน
เฝ้ารอเพื่อจับเสือ ในขณะเดียวกันเสือก็สอนผมว่ากับดักที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ไปไหนไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อว่า เราต้องอยู่ตรงนั้น
อิสรภาพนั้นไม่ได้หมายถึงการไม่มีสิ่งใดมาผูกมัด แต่หมายถึงการรู้ว่า ควรอยู่อย่างไรเมื่อติดกับดัก และรู้ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ควรเดินออกจากสิ่งที่ผูกมัด
ได้ร่วมงานกับทีมนักวิจัย ผมได้เรียนรู้วิธีจับเสือ และก็ได้เรียนรู้จากเสือว่า
เสือพลาดเพียงครั้งเดียวจึงติดกับดัก แต่คนอาจติดอยู่ในกับดักเดิมทั้งชีวิต
เพราะไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองอยู่ในกับดัก…
