bg-single

ทิศทางแห่ง “ปรองดอง” “นักการเมือง”ที่ประกาศตนว่าใส่เสื้อคลุมของ”ประชาธิปไตย”

25.02.2017

ธรรมชาติของมนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราเจ็บปวดหากรู้สึกโดดเดี่ยว ถูกเกลียดชัง ขณะที่มีความสุขเมื่อรู้สึกว่าได้รับการยอมรับ เป็นที่รัก

เราต่างต่อสู้ และสร้างในสิ่งที่เชื่อว่าจะได้รับการยอมรับ และถูกรัก และทำลายไม่ว่าอะไรก็ตามที่คิดว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางให้ไม่ได้รับการยอมรับ การถูกรัก

ที่โหยหาอำนาจ ความร่ำรวย ความยิ่งใหญ่ทั้งหลาย กระทั่งความขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ดีงาม หรือในอีกด้านหนึ่งคือการสยบยอม

มนุษย์เรายอมทำลายแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง เพื่อแปลงเป็นสิ่งที่คิดว่าสวยงามกว่าขึ้นมาเพื่อสนองตอบต่อสัญชาตญาณนี้

การทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับ และทำลายสิ่งที่คิดไปว่าจะก่อให้เกิดความรังเกียจนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคมมนุษย์

เป็นเหตุที่เกิดจากด้วยถึงที่สุดแล้วมนุษย์จะสร้างอำนาจที่เหนือกว่าขึ้นมา กดข่มเพื่อให้เกิดการยอมรับ

ไม่ว่าจะเป็นอำนาจที่ทำให้เกิดความกลัว หรืออำนาจที่ทำให้เกิดความรัก ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการสยบยอม

สังคมมนุษย์จึงขับเคลื่อนไปด้วยสัญชาตญาณแห่งการช่วงชิงต่อสู้เพื่อความเหนือกว่า จึงเป็นสังคมที่มีแต่ความยุ่งยาก รุนแรง ไร้ความสุขสงบ

 

หากแต่มนุษย์เป็นสัตว์ฉลาด จึงมีพัฒนาการของการคิดค้นวิธีการจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งเรียกว่าการปกครอง ซึ่งหมายถึงกติกาการอยู่ร่วมกันโดยมีเป้าหมายที่ความสุขสงบ

การปกครองพัฒนามายาวนาน ผู้ปกครองต่างเรียนรู้และถ่ายทอดถึงศิลปะการสร้างอำนาจทั้งด้วยวิธีสร้างความกลัว และทำให้รัก

มีกฎระเบียบ กฎหมายที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ ด้วยการลงโทษผู้ละเมิด

พัฒนาการรูปแบบการปกครองเมื่อเดินมาถึงยุคนี้ “ระบอบประชาธิปไตย” ได้รับการยอมรับว่าเป็นพัฒนาการสูงสุดที่สากลโลกเชื่อว่าจะทำให้เกิดความสงบสุขที่แท้จริงให้กับสมาชิกในสังคมได้ดีที่สุด

ไม่ใช่สงบเพราะขนหัวลุกด้วยความหวาดกลัว หรือหลงงมงายยอมเก็บงำความทุกข์ยากเพราะความรัก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสยบยอมในภาวะของ “ทาส” ไม่ว่าจะเป็นทาสถูกบังคับด้วยอำนาจที่เหนือกว่า หรือสยบยอมเพราะ “รัก” ครอบงำ

“ประชาธิปไตย” คือหนทางที่ก่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์โดยเอื้อจิตวิญาณเสรีได้มากที่สุด

เป็นหนทางแห่งการยอมรับ “ความไม่เหมือนกัน” รับรู้ถึงความแตกต่างของเพื่อนในสังคม แต่อยู่ร่วมกันในความแตกต่างนั้น โดยไม่ไปคุกคาม กดข่ม หรือทำให้คนที่แตกต่างจากตัวเองเดือดร้อน

สังคมมนุษย์ที่ได้รับการยอมรับว่าพัฒนาแล้ว ยึดถือแนวทางที่จะอยู่ร่วมกันด้วยการช่วยกันสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตย

แม้แต่ประเทศที่รับรู้กันอยู่ว่าผู้ปกครองใช้อำนาจแบบเผด็จการคือ สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนในสังคมเพื่อบังคับให้ได้รับการยอมรับ ยังพยายามที่จะเรียกการปกครองประเทศตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย

 

ประเทศไทยเราถึงวาระที่บอกว่าอยู่ระหว่างการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย

ในเงื่อนไขที่ว่าจะต้องสร้าง “ความปรองดอง” ให้เกิดขึ้นเสียก่อน

ความน่าสนใจอยู่ที่ “ปรองดอง” ที่กำลังสร้างกันอยู่นี้ เป็นไปเพื่อ “เปิดทางให้วิญญาณเสรีได้อยู่อย่างยอมรับความแตกต่างร่วมกัน”

หรือเพื่อ “กดข่มให้สยบยอมกับอำนาจที่แสดงออกถึงความพร้อมที่จะขจัดทิ้งความแตกต่าง”

และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ “นักการเมือง” ที่ประกาศตนว่าอาศัยเสื้อคลุมของ “ประชาธิปไตย” ขึ้นมาสร้างการยอมรับจากประชาชน

เห็นและร่วมกันนำพา “ปรองดอง” ไปในทิศทางใด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร