bg-single

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญพิมพ์งูใหญ่-งูเล็ก หลวงพ่อโอภาสีผู้บูชาไฟ อาศรมบางมดวัดพุทธบูชา

19.04.2020

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ [email protected]

เหรียญพิมพ์งูใหญ่-งูเล็ก

หลวงพ่อโอภาสีผู้บูชาไฟ

อาศรมบางมดวัดพุทธบูชา

 

หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด (วัดพุทธบูชา) เขตบางมด กรุงเทพฯ ผู้มีวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากพระเกจิอาจารย์รูปอื่น ได้รับสมญาว่า “ผู้บูชาไฟ เป็นพุทธบูชา”

สร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังมากมาย ล้วนปรากฏพุทธคุณประจักษ์ จึงเป็นที่นิยมและเสาะแสวงหา

สำหรับเหรียญหลวงพ่อโอภาสี รุ่น 2 จัดสร้างในปี พ.ศ.2496 มีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์งูใหญ่ หรือพญานาคใหญ่ และพิมพ์งูเล็ก หรือพญานาคเล็ก

ลักษณะเป็นเหรียญปั๊ม มีหูในตัว ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือน หันหน้าตรง ข้างบนเป็นรูปงู หรือพญานาคคู่ ด้านล่างใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า “โอภาสี”

ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์ ข้างบนจารึกตัว “อ” รัศมี ย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อโอภาสี และมีรูปงู หรือพญานาคคู่ ด้านล่างใต้ยันต์ เขียนตัวเลขไทยว่า “๒๔๙๖” ซึ่งเป็นปีที่จัดสร้างเหรียญรุ่นนี้

จัดสร้างด้วยกัน 4 เนื้อ ได้แก่ เหรียญเนื้อทองคำ, เหรียญเนื้อนาก, เหรียญเนื้อเงิน และเหรียญเนื้อทองแดง

เป็นเหรียญที่สร้างจำนวนน้อย และมักพบในย่านบางมดเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชาวสวนรุ่นเก่า นิยมคล้องเหรียญรุ่นดังกล่าวกันมาก มีพุทธคุณป้องกันเขี้ยวจากงูพิษ ร่ำลือกันว่ามีผู้ถูกงูพิษกัดแต่ไม่เข้า

วัตถุมงคลทุกอย่างของท่านได้รับความนิยมสูงมาก นับเป็นเหรียญที่มีลักษณะงดงามและมากด้วยพุทธคุณ สมกับที่ได้รับการยกย่อง

 

หลวงพ่อโอภาสี หรือพระมหาชวน โอภาสี เดิมชื่อ ชวน มะลิพันธ์ เกิดที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2441 บรรพชาที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช

เล่าเรียนปริยัติด้วยความขยันขันแข็งเป็นที่พอใจเจ้าสำนักบาลีเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับออกปากว่าสิ้นประโยคนักธรรมในวัดแล้วจะส่งมาเรียนในกรุงเทพฯ ให้ถึงที่สุด ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และฝากตัวเป็นศิษย์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนกระทั่งอายุครบ จึงอุปสมบท โดยทรงเป็นพระอุปัชฌาย์

ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค

มีความใฝ่ใจและมุ่งมั่นศึกษาด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน สามารถเจริญกัมมัฏฐานโดยเพ่งพินิจกองกูณฑ์หรือเจริญกสิณเตโชธาตุ และยังได้ฝากตัวเข้าศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อกบ ถ้ำเขาสาริกา พระเกจิผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้นด้วย

ราวปี พ.ศ.2484 เริ่มออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพร เพื่อเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างเคร่งครัด ฉันภัตตาหารเพียงมื้อเดียว คราหนึ่งท่านเดินทางปักกลดที่บางมด อ.บางขุนเทียน ฝั่งธนบุรี เมื่อชาวบ้านทราบข่าวจึงนำข้าวของเครื่องใช้และปัจจัยมาถวาย แต่ท่านก็นำไปเผาไฟจนหมด

ท่านกล่าวว่า “ความร้อนของมนุษย์นั้น ถูกเผาผลาญด้วยโลภะ โมหะ ภคะ อวิชชาฯ การที่ท่านนำของถวายไปเผานั้น เพื่อเป็นพุทธบูชาสักการะแด่อำนาจพุทธานุภาพ, อนุพุทธะปัจเจกพุทธะ อันเป็นที่สักการบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ดลบันดาลให้อานุภาพเหล่านี้มาช่วยดับร้อนผ่อนคลายจิตใจมนุษย์ให้บรรเทาลงด้วยอำนาจแห่งความมืดมน เพื่อเป็นการดับกิเลสทั้งหลายให้หมดไป”

สร้างความศรัทธาแก่สาธุชนทั้งหลาย กิตติศัพท์และอภินิหารของท่านปรากฏให้ชาวบ้านพบเห็นเรื่อยมา

จึงได้ร่วมกันปลูกสร้างอาศรมให้พำนักเรียก “อาศรมบางมด”

เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อโอภาสี รุ่น 2 ปี 2496

 

ในเวลาต่อมา การก่อไฟของหลวงพ่อ กลายมาเป็นการเผาจตุปัจจัยสิ่งของต่างๆ ที่ประชาชนนำมาถวาย เป็นต้นว่า ผ้าที่ประชาชนนำมาทอด เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องกระป๋อง หรือแม้แต่เครื่องประดับต่างๆ ก็โยนเข้ากองเพลิงทั้งสิ้น

เหล่าชาวบ้านที่รู้จุดประสงค์ของท่าน ต่างนำน้ำมันก๊าดไปถวายเพื่อใช้ในการเผาปัจจัยต่างๆ นั่นเอง

ธรรมะที่หลวงพ่อโอภาสีแนะนำสั่งสอน ท่านจะเน้นให้ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ปล่อยวาง อย่ายึดถือ โดยเฉพาะศัตรูสำคัญคือ ขันธ์ 5 ให้พิจารณาแยกออกเป็นธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ให้เห็นแจ้งชัด ละอุปาทานที่มีอยู่

เมื่อพิจารณาเห็นจริงดังกล่าวแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่มีอยู่จะเบาบางไป

 

สมัยสงครามอินโดจีน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป ต่างเป็นที่พึ่งทางกายและใจของบรรดาทหารหาญและชาวบ้าน ดังนั้น วัตถุมงคล-เครื่องรางของขลังของพระเกจิในยุคนั้น จึงโด่งดังมาจนทุกวันนี้ และมีมูลค่าในการเช่าหาที่ค่อนข้างสูง

“ผ้าประเจียด” ของหลวงพ่อโอภาสี เป็นเครื่องรางอย่างหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนสมัยนั้น ด้วยคุณอันวิเศษยิ่ง

จัดพิธีปลุกเสกที่วัดบวรนิเวศฯ โดยอาราธนาพระเถระผู้ทรงวิทยาคมมาร่วมพิธีด้วย 3 รูปคือ หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง จ.นนทบุรี, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา จ.ปราจีนบุรี เมื่อทหารนำไปใช้ปฏิบัติการในสมรภูมิ

ปรากฏว่าสร้างประสบการณ์ให้ผู้คนร่ำลือมากมาย

 

มรณภาพเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2498 สิริอายุ 57 ปี พรรษา 37

สังขารไม่เน่าเปื่อยเป็นที่อัศจรรย์

ลูกศิษย์จึงนำบรรจุในโลงแก้ว ประดิษฐานในพระมหาเจดีย์ ในสวนอาศรมบางมด

ปัจจุบันคือ “วัดหลวงพ่อโอภาสี” หรือ “วัดพุทธบูชา”

ผู้ศรัทธาและประชาชนยังพากันไปกราบสักการะเนืองนิตย์

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?