bg-single

วิรัตน์ แสงทองคำ : ปรากฏการณ์ดุสิตธานี-เซ็นทรัล สะท้อนภาพกรุงเทพฯ ณ เมืองหลวงยุคใหม่

11.04.2017

กรณีดุสิตธานี-เซ็นทรัล (5)

“กลุ่มสยามพิวรรธน์ กลุ่มธุรกิจเพิ่งปรับโครงสร้างและก้าวเข้าสู่มหากาพย์ใหม่ในปี 2546 ในฐานะเจ้าของศูนย์การค้าสำคัญ 2 แห่งที่มีอยู่แล้ว -สยามเซ็นเตอร์ (เปิดบริการปี 2516) และสยามดิสคัฟเวอรี่ (เปิดบริการปี 2540) ในทำเลสำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชนที่เกิดขึ้นใหม่ ได้เดินหน้าครั้งใหญ่ ปรับโฉมศูนย์การค้าเก่า ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ผนึกรวมสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่เข้ากับสยามพารากอน ที่เกิดขึ้นใหม่ปี 2546 จนอาณาบริเวณดังกล่าว กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ ไปอย่างแท้จริง” (จาก กรณีดุสิตธานี-เซ็นทรัล (1) มติชนสุดสัปดาห์ 10 มีนาคม 2560)

เฉพาะบทสรุป “อาณาบริเวณดังกล่าว กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ ไปอย่างแท้จริง” ในงานบางชิ้น เคยขยายความเพิ่มเติมว่าเป็น “ศูนย์กลางกรุงเทพฯ ยุคใหม่” แนวคิดข้างต้นได้นำเสนอและเชื่ออย่างนั้นมาตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนที่กำลังนำเสนอต่อจากนี้

ว่าด้วย “ศูนย์กลางกรุงเทพฯ” สะท้อนพัฒนาการ เชื่อมโยงกับการปรับโฉมหน้าเมืองหลวง เข้ากับวิถีชีวิต และการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนยุคต่างๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนย้ายไปสู่ “อาณาบริเวณ” ต่างๆ ตามจังหวะเวลาและเหตุการณ์สำคัญๆ

 

ยุคแรกๆ ควรกล่าวถึง-ย่านวังบูรพา

ย่านวังบูรพา เกิดขึ้นในช่วงสงครามเกาหลี ก่อนจะเข้าสู่ช่วงต้นๆ ยุคสงครามเวียดนาม ศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์สามแห่ง คือโรงภาพยนตร์คิงส์ โรงภาพยนตร์ควีนส์ และโรงภาพยนตร์แกรนด์เปิดตัวขึ้น ผนวกกับย่านบันเทิงซึ่งโรงภาพยนตร์อยู่ก่อนหน้าแล้วอีกแห่ง คือศาลาเฉลิมกรุง จึงกลายเป็นศูนย์การค้าที่มีแรงดึงดูดอย่างมากในเวลานั้น

การเกิดขึ้นของย่านวังบูรพา ให้ภาพการเปลี่ยนแปลงหัวเลี้ยวหัวต่อยุคสมัย สัมพันธ์กับยุคก่อนหน้านั้นถึง 2 ช่วง

จากยุคอาณานิคม วังบูรพาภิรมย์ (ปี 2418) เป็นวังที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ สร้างขึ้นพระราชทานให้พระราชโอรส (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช-ต้นสกุล ภาณุพันธุ์) ในยุคอาณานิคม กรุงเทพฯ กำลังปรับโฉมหน้าด้วยสถาปัตยกรรมอิทธิพลในยุคนั้น (Colonial architecture)

ต่อมาในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ต่อเนื่องสงครามโลกครั้งที่สอง วิถีชีวิตผู้คนในวังบูรพาดำเนินไปอย่างไม่คึกคัก ในที่สุดบรรดาทายาทราชสกุลภาณุพันธุ์ได้ตัดสินใจขายวังให้กับ โอสถ โกศิน นักกฎหมายและนักธุรกิจยุคนั้น (เรื่องราวของเขา ผมเคยเสนอมาแล้วอย่างละเอียด ในฐานะกรรมการบริษัทคนสำคัญคนหนึ่งของเครือซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี) จากนั้นได้รื้อวัง ถือเป็นกรณีแรกๆ ซึ่งได้รับความสนใจมากทีเดียว โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนจากที่พำนักราชสกุล ไปสู่วงจรเชิงพาณิชย์ เป็นศูนย์การค้า และโรงภาพยนตร์

เชื่อมต่อกับช่วงเปลี่ยนผ่านจากสมบูรณาญาสิธิราชย์สู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เมื่อศูนย์การค้าวังบูรพาโครงการใหญ่ของ โอสถ โกศิน ได้เชื่อมโยงกับย่านใกล้เคียงศาลาเฉลิมกรุง จึงกลายเป็นย่านสำคัญมีพลังอย่างเหลือเชื่อในสังคมและวิถีชีวิตในเมืองหลวงสมัยนั้น

อันที่จริงโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เป็นแผนการในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่สร้างเสร็จและเปิดฉายภาพยนตร์เรื่องแรก (2496) ได้ล่วงเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนการปกครอง


ยุคแห่งการ “ต่อภาพ”

พัฒนาการของกรุงเทพฯ ภายใต้แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ-ธุรกิจ เกิดขึ้นอย่างมีความสำคัญ และต่อเนื่องในยุคสงครามเวียดนาม แต่เป็นเฉพาะโครงการๆ ไป เป็นไปอย่างอิสระ ทั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันและกระจัดกระจายออกไป ทว่า ได้ก่อรูปความเป็นศูนย์กลางเมืองหลวงใหม่อย่างกว้างๆ ซึ่งได้เคลื่อนย้ายออกจากย่านวังบูรพามาแล้ว

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตามจังหวะ มีสะดุดบ้างตามภาวะ ตลอดช่วง 4 ทศวรรษเลยทีเดียว

เริ่มต้นด้วย โรงแรมเอราวัณ (ปี 2500) บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต่อมาเชื่อมเข้าสู่ย่านถนนพระราม 1 เปิดตัวโรงแรมสยามคอนติเนนตัล (ปี 2505) เครือโรงแรมระดับโลก-InterContinental Hotel ขณะนั้นอยู่ภายใต้เครือข่ายธุรกิจของสายการบิน Pan Am แห่งสหรัฐ (สายการบินสหรัฐ ซึ่งมีบทบาทสำคัญร่วมมือกับฐานสหรัฐในภารกิจสงครามเวียดนาม) ตามมาด้วยศูนย์การค้าแห่งแรกของกรุงเทพฯ–ศูนย์การค้าสยาม

Daimaru แห่งญี่ปุ่นเข้ามาเมืองไทย (ปี 2507) ในบริเวณใกล้เคียงกัน (ศูนย์การค้าราชประสงค์ ต่อมาในปี 2515 ข้ามฟากมาฝั่งตรงข้ามคือราชดำริอาเขตใน)-ถือเป็นผู้นำโมเดลห้างสรรพสินค้า (Department store) และเป็นธุรกิจญี่ปุ่น เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตปัจเจกไทยยุคใหม่

พร้อมๆ กับกระแสเครือข่ายธุรกิจใหญ่ที่เรียกว่า Trading company หรือ Sogoshosha เข้ามาในเมืองไทยอย่างคึกคัก (ปี 2500 Marubeni ปี 2502 Mitsubishi, Nissho-Iwai, Nomura trading และปี 2503 Mitsui, Sumitomo)

จากนั้นไปถนนสีลม การปรากฏขึ้น ห้างเซ็นทรัล สีลม (2511) โรงแรมดุสิตธานี (2513) กับสำนักงานธุรกิจการเงิน ผลักดันให้ย่านนั้นโดดเด่นขึ้น จนเรียกกันว่า “วอลล์สตรีตกรุงเทพฯ”

ศูนย์กลางกรุงเทพฯ อย่างหลวมๆ และเป็นไปตามธรรมชาติของธุรกิจซึ่งมี “ผู้เล่น” หลายราย เดินหน้าขยายตัวต่อไป จากห้างเซ็นทรัล ชิดลม (2517) โรงแรมปาร์คนายเลิศ (ปี 2523) อัมรินทร์ พลาซ่า (2527)

ศูนย์การค้ามาบุญครอง (เปิดปี 2528 ต่อมามีปัญหาต้องเปลี่ยนมือการบริหารในช่วงปี 2537 และเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ในปี 2543) เพลินจิต เซ็นเตอร์ (2539) และศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม (ปี 2540)


ปรากฏการณ์ “สยามพิวรรธน์”

“เริ่มแรกบริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2502 โดย พลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ (ขณะนั้นมียศพลตรี) โดยเริ่มด้วยการพัฒนาโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ซึ่งเป็นโรงแรมห้าดาวระดับนานาชาติแห่งแรก ที่เปิดให้บริการในประเทศไทย และต่อมาได้ก่อสร้างสยามเซ็นเตอร์เป็นศูนย์การค้าระดับนานาชาติ แห่งแรกของประเทศไทยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานั้น ตามด้วยสยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์การค้าซึ่งมีรูปลักษณ์ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน สยามทาวเวอร์ อาคารสูง 30 ชั้น ซึ่งให้เช่าเป็นสำนักงานของบริษัทต่างๆ รวมทั้งอาคารจอดรถสยาม ซึ่งเป็นอาคารจอดรถที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ควบคุมการจอดรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลได้ดำเนินกิจการมาเป็นเวลาถึง 35 ปี บริษัทได้เห็นควรให้หยุดกิจการโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล เพื่อทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด และก่อสร้างโครงการใหม่คือโครงการศูนย์การค้าสยามพารากอนขึ้นมาทดแทน โรงแรมจึงได้ปิดกิจการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2545 และได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด” ในวันที่ 28 มกราคม 2546″

ข้อความ “เกี่ยวกับสยามพิวรรธน์” จากต้นแหล่ง (http://www.siampiwat.com) ซึ่งค่อนข้างยาว แต่ให้ภาพที่น่าสนใจ ซึ่งควรเพิ่มเติมมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้น และผู้บริหารใหม่ (โดยมี ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นประธานกรรมการ และ พนัส สิมะเสถียร เป็นรองประธาน)

กลุ่มสยามพิวรรธน์กับแผนการที่ได้ผลในการผนึกพลัง สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน เข้ามาปักธงยึดตำแหน่งที่ดี ศูนย์กลางจับจ่ายใช้สอยใจกลางกรุงเทพฯ เป็นไปตามแผนอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ สอดคล้องกับเครือข่ายคมนาคมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของระบบขนส่งมวลชนระบบรางครั้งแรกในกรุงเทพฯ-บีทีเอส ตั้งแต่ปี 2531 แรงผลักดันสำคัญสร้างภูมิศาสตร์เศรษฐกิจกรุงเทพฯ ใหม่

 

ศูนย์กลางใหม่ๆ

โมเดลสยามพิวรรธน์กับโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน (โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน) ดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง จะสร้างแรงขับเคลื่อนอ้างอิงไปสู่โครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองหลวงสมัยใหม่ ซึ่งมี “อาณาบริเวณ” เป็นศูนย์กลางหลายแห่งในย่านสำคัญต่างๆ ทั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แรงขับเคลื่อนโดยโครงการผสมผสาน (Mix-used) ซึ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้นๆ

กลุ่มเดอะมอลล์ ผู้ร่วมทุนกับสยามพิวรรธน์ในศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งมีโครงการขนาดใหญ่ (ลักษณะร่วมทุน) เชื่อมโยงกับศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม (เปิดปี 2540) อยู่แล้ว ได้ดำเนินแผนเผนึกพลังตามแนวทางธุรกิจคล้ายกันอย่างแข็งขันเปิดอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียงกัน เอ็มควอเทียร์ (ปี 2558) และกำลังดำเนินแผนการต่อไปอีก จะเปิดอีกแห่งไม่ช้าไม่นาน (เชื่อว่าปี 2563) จะกลายเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญอีกย่านหนึ่ง

สยามพิวรรธน์เองดำเนินแผนธุรกิจเชิงรุกต่อไปอีก ด้วยความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี และกิจการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ (กลุ่มแมกโนเลีย) เปิดฉากโครงการใหญ่ที่สุด–ไอคอนสยาม (ICONSIAM) มูลค่าถึง 50,000 ล้านบาท โครงการพัฒนาแบบผสมผสานริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นความมุ่งมั่นที่มีเป้าหมายใหญ่เทียบเคียงกับเมืองใหญ่ริมน้ำในระดับโลกเลยทีเดียว ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2556 กำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้ (2560)

เป็นกระแสและความเป็นไป เคลื่อนตัวอย่างเป็นขบวนอันคึกคัก อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ว่าด้วยการปรับเปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ภายใต้แรงขับเคลื่อนของกลุ่มธุรกิจใหญ่ ก่อนจะมาถึงโครงการดุสิตธานี-เซ็นทรัล (กล่าวถึงมาแล้ว) ซึ่งว่าไปแล้วเป็นเพียง “ชิ้นส่วน” หนึ่งในภาพใหญ่เท่านั้น

ทั้งนี้ ยังไม่รวมกรณีกลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำธุรกิจซึ่งเคยอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ มีความพยายามอย่างยิ่งเช่นกันเพื่อก้าวเข้าสู่เกมของตนเอง แผนการใหญ่รอและลุ้นอยู่ข้างหน้า คือการช่วงชิงทำเลสำคัญเกี่ยวกับการซื้อที่ดินของสถานทูตอังกฤษ หากเป็นไปตามแผน เรื่องราวและภาพ “กรุงเทพฯ เมืองหลวงสมัยใหม่” จะตื่นเต้นขึ้นอีก

เป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง ดูเหมือนว่าธุรกิจใหญ่ มีความเชื่อมั่นกับสถานการณ์สังคมไทยช่วงเวลานี้อย่างมากๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’