บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
สำนวนคดีหลุดถึงมือผู้ต้องหา
ผมทราบจากตำรวจหลายคน และนักธุรกิจในภูเก็ตเล่าให้ฟังว่า นาย อ. มีความสนิทสนมกับนายตำรวจระดับสูงมากมาย แต่จะจริงแค่ไหนผมไม่ยืนยันเพราะผมไม่เคยเห็นกับตา เป็นข้อมูลที่ผมต้องรับฟังเพื่อเป็นแนวทางการทำงาน
นาย อ. จะสนิทสนม นรต.รุ่น 18 เป็นพิเศษ มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็น ผบ.ตร.ในขณะนั้น และรุ่นนี้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ขณะนาย อ. เป็นผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นในป่าตอง มีการเลี้ยงรับรองคณะนายตำรวจระดับสูงบ่อยครั้ง
วันที่นาย อ. มามอบตัว ผมจึงวางแผนจัดเตรียมการเป็นพิเศษ ในฐานะที่ผมเป็นทั้งหัวหน้าสถานีตำรวจ และเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนของโรงพัก ผมจึงเปิดห้องประชุมชั้น 2 เตรียมสำนวนการสอบสวน เตรียมกล้องวิดีโอ เพื่อบันทึกไว้ในระหว่างมีการรับมอบตัว
และระหว่างการสอบสวน ผมนั่งที่หัวโต๊ะ เปิดกล้องบันทึกตลอดเวลา พนักงานสอบสวน นำสำนวนการสอบสวนมาเตรียมพร้อมแล้ว
เมื่อถึงเวลา นาย อ. เดินทางมาถึงสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พร้อมกับคนหนึ่งในสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยผมไม่ทราบมาก่อน ตำรวจที่อยู่ชั้นล่างรายงานให้ผมทราบ ผมยังคงนั่งอยู่ในห้องประชุมชั้น 2 และสั่งให้ร้อยเวรนำเข้ามาในห้องประชุม
เมื่อนาย อ. เดินเข้ามาในห้องประชุม มานั่งตรงหน้าผม และต่อหน้าพนักงานสอบสวน พล.ต.ท.ผู้นั้นที่เดินตามหลังนาย อ. ในระยะห่างพอสมควร เห็นมีกล้องวิดีโอกำลังบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ จึงชะงักทันทีและไม่กล้าเดินเข้ามาในห้องประชุม การสอบสวนดำเนินไปตามปกตินานหลายชั่วโมง ในวันนั้น ผมจึงไม่มีโอกาสได้กล่าวต้อนรับ พล.ต.ท.คนดังกล่าวแม้แต่คำเดียว
สอบสวนเสร็จ ผมสั่งให้นำนาย อ. เข้าห้องขังทันที
และไม่อนุญาตให้ประกันตัว
เพราะความที่นาย อ. เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสำนักงานเทศมนตรีตำบลป่าตอง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จึงมีอำนาจมีเงิน เป็นคนกว้างขวาง คนรู้จักกันมากมายในนามของ ดร.อ. นามบัตรก็ระบุเช่นนั้น เมื่อผมสอบสวนจึงรู้ว่า เป็นด็อกเตอร์ห้องแถว ไม่ได้ไปเรียนจบระดับปริญญาเอกมาจากที่ไหน นาย อ. รับสารภาพกับผมว่า ซื้อใบปริญญาบัตรมา จ่ายเงินแล้วก็ได้เป็นด็อกเตอร์ คนไทยก็หลงเรียกกันว่า ดร.อ. เป็นที่ครึ้มอกครึ้มใจ และสร้างความภาคภูมิใจกับคำนำหน้าว่า “ด็อกเตอร์” ยิ่งนัก
นาย อ. ทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งโรงแรม บริษัทเคเบิลทีวี ที่ป่าตอง วอเตอร์สกี หรือบ่อสกี และสนามยิงปืน บริเวณน้ำตกกะทู้ และยังมีบริษัทที่มีการจับจองอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อหวังผลกำไร
นาย อ. อดีตเป็นตำรวจน้ำ แล้วลาออก เรียก “จ่าใช้” บ้านเดิมอยู่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มีญาติพี่น้องในตลาดบ้านบึง
เมื่อนาย อ. มามอบตัวกับผม ผมจึงตลบหลังนาย อ. อีกครั้ง
วันที่ 2 สิงหาคม 2544 จึงนำนาย อ.ไปตรวจค้นซ้ำ ที่บ้านพักหลังใหญ่โตอยู่ใกล้กับเขารัง ตรงข้ามถนนแม่หลวน ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ครั้งก่อนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2542 ผมกับตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนจำนวนมากทั้งถูกกฎหมาย ทั้งปืนผิดกฎหมาย มีปืนหลายชนิด และมีปืนผิดมืออยู่ด้วย มีแม้กระทั่งปืนแม็กกาซีนสีทองงามอร่ามทั้งกระบอก ด้ามปืนทำด้วยงาช้าง เป็นคลังอาวุธย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เมื่อมีปืนไม่ถูกต้องจึงได้มีการออกหมายจับ
การตรวจค้นครั้งนี้มีทั้งทนายความ พี่ชายกับพี่สาวของภรรยานาย อ. นำการตรวจค้น แต่ก่อนจะได้ตรวจค้น ยึกๆ ยักๆ ท้วงติงทุกอย่าง และตำรวจทุกคนที่ไปถูกค้นตัวอย่างละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องปกติไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ผมมักจะเจอคนประเภทหัวหมอที่ไม่เข้าท่าบ่อยๆ
มีห้องหับมากมาย ตรวจค้นกันไม่หวาดไม่ไหว บ้านหลังนี้มี 3 ชั้น มีเรือนคนใช้ มีห้องเซาน่า ห้องรับรองแขก มีโรงรถ มีรั้วล้อมรอบทำด้วยอิฐ มีทางเข้า-ออก 2 ทาง คือทางเข้า-ออกด้านถนนแม่หลวน และทางเข้า-ออกด้านข้างบ้าน ประตูรั้วขนาดใหญ่เป็นอัลลอย ใช้ระบบรีโมตคอนโทรล
เฉพาะเรือนคนใช้มี 4 ห้องนอน
ส่วนอาคารหลัก 3 ชั้น มี 9 ห้องนอน ซึ่งไม่รวมห้องโถง ห้องรับแขก
ชั้นล่างมี 1 ห้องนอน ห้องโถง ห้องรับแขก และห้องคอมพิวเตอร์
ชั้นที่ 2 มี 5 ห้องนอน
ชั้นที่ 3 มี 3 ห้องนอน
คราวนี้ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ออกหมายค้นลงวันที่ 2 สิงหาคม 2544 ผู้ร่วมตรวจค้นมี พ.ต.ท.วีระศิลป์ ขวัญเซ่ง รอง ผกก.(ป.), พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ พงส.(สบ2), พ.ต.ท.ปรีชา แกล้วทนงค์ สว.สส., พ.ต.ต.วิชาคม คำจำปา สวป., พ.ต.ต.ธเนศร์ พวงมณี พงส.(สบ2), ร.ต.ท.คนึง พิทักษ์กุลธร พงส.(สบ1), ร.ต.ท.ประสาน โตวอน รอง สวป.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
พบหลักฐานสำคัญ ในห้องนอนของภรรยาของนาย อ. ซุกไว้ในตู้เสื้อผ้า เป็นเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษ มี 4 รายการจำนวนทั้งสิ้น 170 แผ่น เอกสารเป็นรายละเอียดของคดีของนาย อ. ทั้งหมด เนื้อหาของคดีมีมากมายและยิบย่อยจนยากที่จะจดจำได้หมด หากอ่านผ่านสายตาเพียงแค่ครั้งเดียว
เมื่อผมเห็นเอกสารเหล่านี้ต้องตกใจจริงๆ สิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้เมื่อสำนวนการสอบสวนหลุดมือจากผม แล้วส่งไปอยู่ในมือของอัยการ อาจจะมีการถ่ายสำนวนการสอบสวนให้ผู้ต้องหา แล้วสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ
เมื่อเอกสารที่ตรวจค้นพบนั้นมาอยู่ตรงหน้าผม คัดย่อคำให้การของทุกคนทั้งสำนวน ไม่ใช้วิธีถ่ายเอกสารจากสำนวนแต่ละแผ่น ผมจึงมั่นใจและยืนยันได้ในทันทีว่า เป็นฝีมือของอัยการคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน เป็นอัยการคนที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีนี้ เวลานั้นผมนึกถึงอัยการคนหนึ่ง เมื่อได้รับการติดต่อจากฝ่ายผู้ร้าย จึงได้ขายความลับในสำนวนการสอบสวนโดยวิธีคัดย่อทั้งคดีลงไปในแผ่นเอกสาร การคัดย่อต้องใช้เวลานานมากจนเสร็จสมบูรณ์ แล้วจึงส่งให้ทนายความฝ่ายจำเลยและผู้ต้องหา และคงจะถ่ายเก็บไว้หลายชุด จนผมมาตรวจค้นเจอในครั้งนี้
การกระทำของอัยการเช่นนี้ ถือเป็นความเสียหายต่อคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ตแล้วเป็นอย่างยิ่ง
แต่ผมยังระบุไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้ใด ผมจึงร้องทุกข์ไว้ว่า ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ในความผิดที่ได้กระทำการนำความลับในสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 2420/2541 มาสรุปถ้อยคำพยานทุกปาก เอกสารพยานหลักฐานทุกชนิดที่มีอยู่ในสรรพสำนวน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นการกระทำโดยผู้เป็นเจ้าพนักงาน รู้หรืออาจรู้ความลับในราชการ กระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น และผู้ก่อให้ หรือช่วยเหลือ หรือให้การสนับสนุนให้ได้มาซึ่งเอกสาร ให้ได้มาซึ่งการรับรู้เรื่องข้อเท็จจริง รู้พยานหลักฐานทุกชนิดเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ต้องหาที่กระทำผิดให้ไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง ถือว่าเป็นการสนับสนุน ช่วยเหลือให้มีการกระทำผิด อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
