‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในตอนนี้ขอแนะนำนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่น่าสนใจให้อ่านกันอีกหนึ่งนิทรรศการ
คราวนี้เป็นผลงานของ ณัฐพล สวัสดี ศิลปินไทยรุ่นใหม่มาแรง ผู้ทำงานศิลปะที่ผสมผสานเรื่องราวและประสบการณ์ส่วนตัว เข้ากับประเด็นทางสังคมและการเมืองได้อย่างกลมกลืน
ผลงานศิลปะของเขามักจะดึงให้ผู้ชมสัมผัสกับประสบการณ์ที่ไปไกลกว่าการมองเห็น หากแต่เป็นความรู้สึก ผัสสะ เขามีนิทรรศการแสดงศิลปะทั้งในและต่างประเทศมากมายหลายแห่ง
แต่ในคราวนี้แทนที่จะทำงานเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมการเมืองตามปกติ เขากลับหันมาสร้างงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ส่วนตัวลึกๆ ออกมาอย่างจะแจ้งและทรงพลัง ในนิทรรศการล่าสุดของเขาอย่าง “GUT” (ลำไส้ ลำแสง)
นิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมของณัฐพล ที่เกิดจากการยอมให้ร่างกายชี้นำ
กระบวนการทำงานของณัฐพลตั้งอยู่บนการระงับตรรกะ ไม่ใช่การไม่คิด แต่คือการวาดก่อนที่ความคิดจะเข้ามาจัดระเบียบ
สิ่งที่แวบเข้ามาจึงถูกตอบสนองออกไปทันที ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร การเมือง ความรุนแรงของโครงสร้างอำนาจที่มองไม่เห็น ความทรงจำที่ตกค้างมาตั้งแต่เด็ก ความอยากที่ยังหาชื่อไม่ได้
หรือความกลัว ซึ่งมักจะมาบ่อยที่สุด และบางครั้งก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร
ภาพที่ได้จึงไม่ใช่ภาพที่ถูกสร้าง แต่คือภาพที่ถูกขับออกมา เหมือนร่างกายที่ย่อยบางสิ่งไว้นานพอแล้ว และถึงเวลาต้องปล่อยมันออก



ณัฐพลกล่าวถึงที่มาที่ไปของนิทรรศการในครั้งนี้ว่า
“ที่มาของนิทรรศการนี้ คือผมอยากทำงานจิตรกรรมมานานแล้ว พอดีมีโอกาสได้คุยกับทางหอศิลป์ NEU Contemporary ก็เลยทำนิทรรศการนี้ขึ้นมา ตอนแรกผมคิดว่าอยากจะทำงานจิตรกรรมที่ขยายมาจากงานชุด March of the Termite ที่เคยทำมาก่อน แต่ก็ทำได้แค่สักชิ้นสองชิ้น แต่พอวาดภาพมาเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่แล้ว”
“ความเป็นจิตรกรรมขยายตัวออกไปมากกว่าที่จะจำกัดอยู่ในความเป็นคอนเซ็ปช่วลอาร์ต ผมปล่อยให้การทำงานจิตรกรรมเป็นงานจิตรกรรมไปเลย ไม่ได้คิดอะไรเลย เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกภายในที่วาดเป็นภาพออกมา”
เขายังกล่างถึงความหมายเบื้องหลังของชื่อนิทรรศการครั้งนี้ว่า
“นิทรรศการนี้มีชื่อว่า ‘GUT’ (ลำไส้ ลำแสง) ผมอยากจะสำรวจเข้าไปข้างในความกลัว หรือความรู้สึกตัวเอง เพราะเวลาเรากลัว เราเครียด เหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยู่ในท้อง ผมเลยอยากจะลองผ่าออกมาดู”
“ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในงานจิตรกรรมชุดนี้ ผมวาดลำไส้ วาดอวัยวะภายใน พอวาดมาเรื่อยๆ ผมไปพบข้อมูลว่า ลำไส้ของมนุษย์เราเหมือนเป็นสมองที่สองของร่างกาย ถ้าเกิดจุลินทรีย์หรืออะไรข้างในของเราดี ก็ทำให้อารมณ์ ความรู้สึกของเราดีไปด้วย เวลาเราตอบสนองกับสิ่งต่างๆ เช่น ความกลัว ความรัก สัญชาตญาณ ก็เหมือนทำงานอยู่ภายในท้องเรา ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบร่างกายทางชีววิทยา”
“ซึ่งในงานจิตรกรรมชุดนี้ ผมก็วาดออกมาโดยมีองค์ประกอบที่ผมชอบ ซึ่งเกี่ยวกับดนตรี พวกดนตรีพังก์ ดนตรีแบล็กเมทัล ที่เคยเห็นในงานผมก่อนหน้านี้ องค์ประกอบต่างๆ ที่ผมใช้ก็มาจากดนตรีพวกนี้ ไม่ได้คิดในเชิงคอนเซ็ปต์ ว่าคืออะไร ผมวาดมาเรื่อยๆ จากความรู้สึก โดยแทบไม่มีแบบร่าง หรือวางแผนในการทำงาน”
“ผมทำงานโดยไม่ใช้ตรรกะ เหมือนเป็นการระบายอารมณ์ มีทั้งภาพวาดเยี่ยวแตก ท้องแตก”


ก่อนหน้านี้ ณัฐพลทำงานที่มุ่งเน้นในการสำรวจและวิพากษ์วิจารณ์บริบททางสังคมการเมืองของประเทศไทย แต่ในครั้งนี้เขาหันมามองเข้าไปภายในส่วนลึกของตัวเองเป็นหลัก
“งานในนิทรรศการครั้งนี้ของผมไม่ได้ใช้การเมืองเป็นคอนเซ็ปต์หลักในงาน แต่ถ้าคนไปเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง ก็อาจจะคิดถึงประเด็นทางการเมืองได้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจให้กลายเป็นแนวคิดทางการเมือง ในนิทรรศการนี้มีแค่ประมาณ 2-3 ภาพ ที่ทำให้รู้สึกถึงประเด็นทางสังคมการเมือง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความรู้สึกภายในมากกว่าที่สะท้อนออกมาเป็นผลงานชุดนี้”
“ถ้าไปดูงานชิ้นเก่า อย่าง Up against the Wall หรือ หลังชนฝา ที่ผมแสดงวิดีโอที่ร้องไห้ งานนั้นพูดถึงความกลัวข้างใน ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า เสียใจ โกรธแค้น ก็สามารถแสดงออกมาจากสายตาได้ เพราะตอนวัยเด็กผมเคยผ่านประสบการณ์ที่รุนแรงมา คือบางสิ่งที่ตกค้างอยู่ด้านใน เป็นแรงขับหรือเป็นปมบางอย่างที่อยู่ข้างใน เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ชีวิตผมขับเคลื่อน ก็เลยพยายามที่จะกลับไปสำรวจด้านในมาโดยตลอด”
“ตอนแรกจะตั้งชื่อนิทรรศการว่า ไส้แตก แต่มาเปลี่ยนเป็น ลำไส้ ลำแสง ให้ดูเป็นกวีนิดหนึ่งและบางรูปก็จะเหมือนมีแสงออกมาจากท้อง ลำแสงที่ว่านี้อาจจะเป็นความฝัน ความเมามัน ความรู้สึกอะไรสักอย่าง”
“ภาพลำไส้พวกนี้ยังเหมือนได้อิทธิพลมาจากพวกปกอัลบั้มดนตรีพังก์ ดนตรีแบล็กเมทัล ที่ใช้ภาพลำไส้อยู่บนหน้าปกอัลบั้ม เป็นการพูดถึงอวัยวะภายในอย่างชัดเจน ผมก็ดึงความดิบเถื่อนตรงนั้นมาใช้ แต่ตัวรูปลักษณ์ภายในงาน พวกภาพร่างกาย ผมต้องการแสดงออกให้มีความเป็นการ์ตูน ความน่ารัก ผสมการแสดงออกถึงอะไรบางอย่าง”
เมื่อคิดถึงดนตรีพังก์และดนตรีแบล็กเมทัล ผู้ชมอาจคิดถึงการขบถต่อต้านสังคม แต่ณัฐพล เผยว่า
“โดยปกติดนตรีพังก์และแบล็กเมทัล จะสื่อความหมายในเชิงแบบขบถ หรือแหกคอก แต่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนั้นเลย ผมแค่หยิบเอาองค์ประกอบของมันมาใช้ งานชุดนี้ไม่ได้ต่อต้านอะไรเป็นพิเศษ ถ้าใครดูงานแล้วคิดว่าเป็นการต่อต้าน มันก็เป็นการต่อต้านโดยตัวของมันเอง ไม่ได้เป็นความตั้งใจของผมที่จะประกาศเรื่องนี้ออกมา”


ณัฐพลยังทิ้งท้ายถึงสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารไปสู่ผู้ชมในนิทรรศการครั้งนี้ว่า
“นิทรรศการนี้ผมต้องการให้ผู้ชมได้เห็นงานจิตรกรรมอีกแบบหนึ่ง ที่ผมคิดว่ายังไม่ค่อยมีให้เห็นในประเทศนี้ งานจิตรกรรมที่มีความสนุก เมามัน และไม่ต้องมีท่าทีเยอะ ผมคิดว่างานจิตรกรรมในประเทศไทย อาจจะไปเน้นเรื่องทักษะและรูปแบบ แต่ผมว่ายังขาดความสนุก ความเมามันอะไรบางอย่าง”
“ในการทำงานศิลปะของผมงานจิตรกรรมนำเสนอความรู้สึกข้างในหรือตัวตนออกมาได้ดีที่สุด อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนชิ้นต่อชิ้นเลย อย่างงานวิดีโออาร์ตของผมสมัยก่อน เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดไป ไม่ได้เข้าถึงตัวเราอย่างตรงไปตรงมา แต่พอเป็นงานจิตรกรรม ผมถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาเลย เหมือนภาษาของลำไส้ หยาบ ตรง สุภาพ และซื่อสัตย์กว่าที่คำพูดส่วนใหญ่จะกล้าเป็น”
“ภาษาของสมอง เราต้องผ่านการใช้กระบวนการความคิด แต่พอเป็นภาษาของลำไส้ กลับเป็นอีกแบบหนึ่ง เป็นเรื่องปฏิกิริยาตอบสนอง สมมุติว่าเราเจอสิ่งที่น่ากลัว เราอาจจะเข้าสู่ภาวะเครียด (Flight or Fight Mode) ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาในท้อง ทุกอย่างจะถูกตอบสนองทันทีในท้องของเรา ก็เปรียบเสมือนฝีแปรงเราเวลาวาดภาพออกมาทันทีทันใด เป็นการวาดจากลำไส้ ไม่ใช่จากสมอง”
นิทรรศการ “GUT” (ลำไส้ ลำแสง) โดย ณัฐพล สวัสดี จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม-5 กรกฎาคม 2026 ที่ NEU Contemporary, N22 ซอยนราธิวาส 22 (สาธุประดิษฐ์ 15)
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปิน ณัฐพล สวัสดี
