ปริญญา ตรีน้อยใส : ขยะเปียก จัดการอย่างถูกวิธี นำไปใช้ประโยชน์ ดูตัวอย่างจุฬาฯ

ยังมีขยะอีกประเภทหนึ่งที่ยังไม่ได้พูดถึง ถ้าเป็นภาษาวิชาการจะเรียกว่า ขยะเปียก
แต่ถ้าเป็นภาษาชาวบ้าน ก็รู้กันดีคือ เศษอาหาร ผักผลไม้ ที่ทิ้งนั่นเอง
ขยะประเภทนี้ ตามบ้านแม้จะมีไม่มาก แต่มีทิ้งทุกวัน ทุกบ้าน ยิ่งเป็นสถานที่ราชการ โรงเรียน ร้านอาหาร หรือตลาด จะมีปริมาณมากและมีทุกวันเช่นกัน
ที่สำคัญ ขยะประเภทนี้ จะเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป เพราะมีปัญหาเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
ในบ้านเขา แต่ละครัวเรือนหรือร้านค้า จึงต้องติดตั้งเครื่องบดปั่น ย่อยขยะประเภทนี้ให้กลายเป็นของเหลว ก่อนระบายทิ้งพร้อมน้ำเสียหรือของเสียส่งไปที่โรงบำบัดประจำเมือง
ในบ้านเรา ในอดีตใช้วิธีเก็บรวบรวมไปเลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจุบัน บ้านเมืองกว้างใหญ่ การจัดเก็บลำบาก คนเลี้ยงสัตว์ก็อยู่ไกล และเลือกให้อาหารเม็ด สะดวก และถูกสุขลักษณะ
ขยะเศษอาหารจึงกลายเป็นปัญหา
เดิมทีเทศบาลก็ใช้วิธีง่ายๆ นำขยะเปียกไปฝังกลบถมที่ อย่างในกรุงเทพฯ ทั้งที่ทำการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแฟลตดินแดง ล้วนมาจากการฝังกลบ รวมทั้งสวนจัตุจักร หนองแขม และสวนหลวง ร.9 อ่อนนุช รวมทั้งอีกหลายพื้นที่ในต่างจังหวัด ล้วนมาจากขยะประเภทนี้
ปัญหาจะเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการ ระหว่างการฝังกลบ ด้วยมีผู้ต้องการค้นหาขยะอื่นที่ยังเหลืออยู่ จึงไม่ได้ฝังกลบทันที จนเกิดกลิ่นเหม็น กลายเป็นเรื่องเป็นราว เป็นข่าวอยู่เสมอ
วิธีการฝังกลบ นอกจากจะช่วยยกระดับดินเดิมแล้ว ในช่วงเวลาของการเน่าเสีย จะเกิดก๊าซขึ้น ถ้ามีปริมาณมากพอ ก็จะก่อเกิดไฟไหม้ เหมือนที่แพรกษา สมุทรปราการ
แต่ถ้าจัดการอย่างถูกวิธี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ อย่างที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการนำขยะเปียกจากโรงอาหารนิสิต ไปบ่มให้เกิดก๊าซ จนได้ปริมาณมากพอให้ร้านค้าใช้ปรุงอาหาร ทำให้ต้นทุนลดลง ราคาอาหารถูกลง เป็นผลดีต่อนิสิต
ไม่อยากจะบอกว่า ถ้าท่านนายกฯ จะฉวยโอกาสใช้ ม.44 กำหนดให้ทุกโรงเรียน ทุกมหาวิทยาลัยดำเนินการแบบเดียวกัน ก็จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนนักศึกษา ถ้ารัฐกำหนดให้ทุกตลาด ทุกศูนย์การค้า ทุกอาคารราชการ ทุกแห่งที่มีศูนย์อาหาร ไปจนถึงทุกหมู่บ้าน อำเภอ และเมือง ก็จะเกิดประโยชน์ ลดปริมาณการใช้ก๊าซ
และหมดปัญหาขยะเปียกไปพร้อมกัน
แม้แต่ขยะเปียกที่ฝังกลบไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนที่เน่าเสียได้ ค่อยย่อยสลายตามธรรมชาติ จะเหลือกากบ้างนั้น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ทุกแห่งพร้อมจะรับซื้อไปเป็นเชื้อเพลิง เนื่องจากราคาถูกกว่าน้ำมันเตา
ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ไปช่วยจัดการขยะประเภทนี้ตามหมู่บ้านในต่างจังหวัด พบปัญหาอีกแบบคือ ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ล้วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่มาจากขยะเปียก
เช่น รองนายกเทศมนตรี ผูกขาดขยะเอาไปเลี้ยงหมูป่าบ้าง ร้านแก๊สไม่พอใจที่มีคู่แข่งบ้าง เถ้าแก่ร้านขายของเก่าได้รับสัมปทานจากเทศบาลกลัวเสียผลประโยชน์จากขยะที่ถูกฝังกลบ พนักงาน อบต. จับจองตำแหน่งพนักงานขับรถขยะและผู้ช่วยสำหรับคนในครอบครัวหรือบ้านเดียวกันเท่านั้น
เล่าเรื่องขยะมาหลายตอน หลายฉบับแล้ว หวังว่าผู้อ่านจะเห็นภาพและเข้าใจเรื่องขยะมากขึ้น
ต่อไปเวลามีข่าวเรื่องขยะ ก็อย่าเพิ่งแสดงความคิดเห็น ต้องพิจารณาว่า เป็นปัญหาอะไร ขยะประเภทไหน ใครจัดการ หรือเป็นผลประโยชน์ของใคร
