bg-single

ปรากฏการณ์ Coldplay คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ทอล์ก ออฟ เดอะ เวิลด์!

25.04.2017

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีปรากฏการณ์คอนเสิร์ตวงโคลด์เพลย์ (Coldplay) ที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศ และโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง

คนที่ฟังเพลงหรือติดตามข่าวสารอยู่ระดับหนึ่ง คงรับรู้ถึงกระแสคอนเสิร์ตนี้อยู่แล้วว่าแรงขนาดไหน

ส่วนคนที่ไม่รู้ก็น่าจะมีไม่น้อยที่ได้รู้กันในวันนั้น

เนื่องจากปรากฏการณ์ที่ผู้คน 6 หมื่นกว่าคนมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดคอนเสิร์ต ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ส่งผลให้รถติดทั่วกรุงเทพฯ จนต้องสอบถามหาสาเหตุ

ทำให้ความยิ่งใหญ่ของคอนเสิร์ตนี้กระจายการรับรู้ออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น

อันที่จริงคอนเสิร์ตโคลด์เพลย์ถูกพูดถึงและอยู่ในกระแสต่อเนื่องมานานหลายเดือนแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม 2559 โคลด์เพลย์-วงดนตรีป๊อปร็อกชื่อดังประกาศตารางทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกในชื่อ “A Head Full of Dreams Tour” เป็นความฝันของแฟนเพลงทั่วโลกที่อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

ผู้คนจากต่างมุมโลกพร้อมใจกันพูดถึงการประกาศทัวร์คอนเสิร์ตนี้ จนขึ้นอันดับ 1 ในเทรนด์โซเชียลมีเดียทั่วโลก และเป็นข่าวที่สื่อทั่วโลกมอบพื้นที่ให้

ประกาศรอบแรกไม่มีชื่อประเทศไทยในตารางทัวร์

แต่มีการประกาศเพิ่มเข้ามาภายหลัง โดยการดีลของโปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่ “ไลฟ์เนชั่น บีอีซี-เทโร”

หลังจากเห็นกระแสเรียกร้องของคนไทยว่ามีคนอยากดูอยู่เป็นจำนวนมากพอที่ผู้จัดจะไม่ขาดทุน

พอถึงวันเปิดขายบัตรของแต่ละประเทศ คนที่อยากดูต้องตื่นมารอเตรียมซื้อบัตรกันแต่เช้า ใครเร็วก็ได้ไป

บัตรขายหมดประกาศ Sold Out อย่างรวดเร็วทุกที่ (ยกเว้นบ้านเราที่มีดราม่าเรื่องขายตั๋วเกินที่นั่ง)

“AHead Full of Dreams Tour” เป็นทัวร์คอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้

ไม่ใช่แค่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แต่หมายถึงใหญ่ที่สุดในโลก

ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตของศิลปินอื่นๆ ในวงการเพลงโลกที่ออกทัวร์คอนเสิร์ตในปีนี้

และอาจจะใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีจากนี้

ที่ว่า “คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” วัดกันจากอะไร หรือดูอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง?

ถ้าพูดแบบง่ายๆ คือดูที่สเกลงาน

คอนเสิร์ตนี้ออกแบบมาเพื่อแสดงในสเตเดี้ยมขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่แสดงในฮอลล์เด็ดขาด

ดูหยาบๆ แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่า “ยิ่งใหญ่ที่สุด”

แต่อันที่จริง การที่ผู้คนยกให้คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันมีเหตุผลประกอบที่ละเอียดกว่านั้น

 

ความยิ่งใหญ่ของคอนเสิร์ต “A Head Full of Dreams Tour” ประกอบขึ้นมาจาก

1. ชื่อเสียงของวงโคลด์เพลย์ที่อยู่ระดับหัวแถวของยุคนี้ พูดได้เลยว่าเป็นวงป๊อปร็อกที่ดังที่สุดในโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาและอีกสัก 3 ปีหลังจากนี้ก็ยังไม่น่าจะมีวงไหนขึ้นมาเทียบพวกเขาได้

โคลด์เพลย์เป็นวงดนตรีจากอังกฤษ ประกอบด้วยสมาชิกวง 4 คนคือ คริส มาร์ติน-ร้องนำ/เปียโน, จอนนี่ บั๊กแลนด์-กีตาร์, กาย เบอร์รี่แมน-เบส, วิล แชมเปี้ยน-กลอง

ออกอัลบั้มแรกเมื่อปี 2000

พวกเขาเป็นวงดนตรีจากอังกฤษที่ไม่ได้ทำเพลงแบบ “อังกฤษ”

ด้วยสไตล์ดนตรีของวงที่เป็นสากลถูกจริตอเมริกันชน ไม่ใช่ดนตรี “บริตป๊อป” หรือ “บริตร็อก” ที่มีสำเนียงเฉพาะอย่างวงดนตรีอังกฤษส่วนใหญ่ในยุคก่อนหน้านั้น

ทำให้พวกเขาไปได้สวยในอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อกระแสดนตรีทั่วโลก

เมื่อได้รับการตอบรับอย่างดีในอเมริกา การจะมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกก็อยู่ในมือของพวกเขาแล้ว

ชื่อเสียงของโคลด์เพลย์ค่อยๆ เพิ่มขึ้น บวกกับประสบการณ์ในวงการที่มากขึ้นเรื่อยๆ โคลด์เพลย์ได้ขึ้นแสดงเป็นเฮดไลน์เทศกาลดนตรีดังๆ ของโลกมาแล้วแทบทุกเวที

แม้ว่าอัลบั้มหลังๆ มานี้พวกเขาทำเพลงที่ต่างออกไป จนโดนบ่นว่า “ออกทะเล” แต่ก็ไม่ได้ฉุดชื่อเสียงความนิยมของวงอยู่ดี

ในตอนนี้อาจจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโคลด์เพลย์อยู่ในช่วงพีกแล้วหรือยัง

เพราะในแง่ความนิยม กราฟของพวกเขายังเป็นขาขึ้นอยู่ และอาจจะขึ้นไปมากกว่านี้ได้ในอัลบั้มต่อๆ ไป


2.โปรดักชั่นของคอนเสิร์ตที่อลังการงานสร้าง

อย่างที่บอกว่าออกแบบมาเพื่อแสดงในสเตเดี้ยมขนาดใหญ่ โปรดักชั่นประกอบด้วยเวที 3 เวที คือเวทีหลัก 1 และเวทีย่อยอีก 2 ประกอบกับแสง สี เสียง พลุ โมชั่นกราฟิกตระการตา ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันใส่ใจรายละเอียด

ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของคอนเสิร์ตบอกว่า

“การออกแบบเวทีที่ไม่มีหลังคาทำให้เรามีพื้นที่กว้างขวางและไม่มีข้อจำกัดใดๆ นักร้องสามารถจ้องมองดวงดาวได้เลย ถึงแม้มีข้อกังวลถกเถียงกันเกี่ยวกับความยากและอุปสรรคในการออกแบบเวทีกลางแจ้ง แต่เราเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีศักยภาพเหมาะสมที่สุดกับโปรดักชั่นที่เราออกแบบ”

นอกจากนั้น ยังมีรายละเอียดที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยแต่สำคัญคือ การแจกริสแบนด์เฉพาะของวงที่เรียกว่า “Xyloband” ให้ผู้ชมทุกคนใส่ขณะชมคอนเสิร์ต

ซึ่งเจ้าริสแบนด์ตัวนี้จะรับสัญญาณและส่องแสงไฟสีต่างๆ ตามที่ทีมออกแบบได้ออกแบบไว้ว่าอยากให้เพลงไหนได้ภาพออกมาในโทนสีไหน

 

3.จำนวนคนดูมหาศาล ซึ่งก็สัมพันธ์กับชื่อเสียงความโด่งดังของวง และจากการออกแบบการแสดงในสเตเดี้ยม บ่งบอกว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีคนดูรอบละ 4 หมื่นคน อย่างในบ้านเรามีคนดูมากถึง 6 หมื่นกว่าคน

โคลด์เพลย์มีแฟนเพลงมากขนาดนั้นเชียวหรือ? คนดูมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?

ถ้าวัดความเป็นแฟนเพลงจากการติดตามฟังเพลง ซื้อเพลงหรืออุดหนุนศิลปินอย่างจริงจัง แฟนโคลด์เพลย์ก็ไม่มากถึงขนาดนั้นหรอก

แต่ในกรณีนี้ต้องมองอย่างละเอียดอ่อนกว่าคำว่า “แฟนเพลง” เพราะแต่ละศิลปินมีธรรมชาติไม่เหมือนกัน

บางศิลปินจะได้ใจแฟนตัวจริงของตัวเองเท่านั้น คนอื่นเข้าไม่ถึง

ขณะที่บางศิลปินมีความแมส เป็นคนของมหาชน ต่อให้ไม่ใช่แฟนก็เข้าถึงและอยากเข้าไปมีประสบการณ์ร่วม ซึ่งโคลด์เพลย์เป็นแบบหลัง

เพลงของโคลด์เพลย์ฟังง่าย เข้าถึงง่าย ใครฟังก็ได้ จึงมีคนมากมายที่ไม่ได้เป็นแฟนโคลด์เพลย์ แต่ฟังโคลด์เพลย์ มีคนมากมายที่ไม่ใช่นักฟังเพลง แต่ชอบฟังเพลงโคลด์เพลย์ มีคนมากมายที่ไม่ได้เป็นนักดูคอนเสิร์ตตัวยง แต่เมื่ออยากดูคอนเสิร์ตสักครั้งจึงเลือกคอนเสิร์ตโคลด์เพลย์ เพราะคำร่ำลือว่าคุ้มค่าน่าดู หรือเหตุผลอื่นๆ

แต่แน่นอนว่าในคอนเสิร์ตโคลด์เพลย์ก็ย่อมมีคนที่เป็นแฟนตัวจริงของโคลด์เพลย์อยู่มากมายพอกัน

ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแฟนเพลงชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย และมีแฟนเพลงจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาเพื่อดูคอนเสิร์ตนี้โดยตรง


4.โคลด์เพลย์เป็นศิลปินที่ใครๆ ก็รัก ทั้งเพื่อนฝูงคนในวงการ ทั้งสื่อมวลชน

ในแง่ตัวบุคคลพวกเขาเป็นคนดี วางตัวดี ไม่มีข่าวเสียหาย ข้อนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่มีน้ำหนักมากเท่า 3 ข้อก่อนหน้า แต่ก็มีส่วนที่ทำให้โคลด์เพลย์ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชนไปในทางบวกเสมอมา

นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่พอจะบอกได้ว่าทำไมคอนเสิร์ตนี้ถึงได้เป็นที่ร่ำลือว่ายิ่งใหญ่นักหนา

ในคอนเสิร์ตวันนั้น โคลด์เพลย์จัดเพลงเด่นเพลงดังมาแสดงให้ผู้ชมได้ดูถึง 23 เพลง

โดยรวมพวกเขาแสดงดีในมาตรฐานวงระดับโลก มีความซึ้ง ความเศร้า ความสนุก

แต่ในส่วนความสนุกยังน้อยไปหน่อยถ้าเอาไปเทียบกับคอนเสิร์ตศิลปินอื่นๆ ในระดับใกล้เคียงกัน

คอนเสิร์ตของโคลด์เพลย์ไม่มีเพลงที่เข้าขั้น “มัน” ชวนกระโดดสุดเหวี่ยง

ซึ่งก็เข้าใจได้ ไม่ใช่ว่าวงบกพร่องในการแสดง แต่เพราะสไตล์ดนตรีของโคลด์เพลย์ไม่จัดจ้าน ไม่มันอยู่แล้ว

พวกเขาจึงชดเชยด้วยเพลงช้าฮิตๆ ที่ได้ใจคนดูทุกเพลง

และทำโชว์ให้สนุกในหลายๆ เพลงที่ตัวเพลงสนุกพอจะทำได้

 

ความพยายามของโคลด์เพลย์ที่จะทำโชว์ให้สนุกมากขึ้น เห็นได้จากอัลบั้มหลังๆ ที่พวกเขาเติมเสียงอิเล็กทรอนิกส์ เติมสีสันดนตรีแบบอื่นๆ เข้าไปในเพลงมากขึ้นเพื่อให้เพลงออกมาสนุก

ต่างจากเพลงในยุคแรกของวง อย่างอัลบั้มล่าสุดที่เห็นได้ชัดว่าคัลเลอร์ฟูลมากๆ ซึ่งในตอนที่อัลบั้มออกมา แฟนๆ ส่วนหนึ่งก็มีคำถามว่า ทำไมโคลด์เพลย์เป็นอย่างนั้นไปแล้ว? … อยากได้ยินเพลงแบบเดิมๆ

การแสดงสดครั้งนี้จึงตอบคำถามแฟนเพลงเก่าๆ ว่า เพลงใหม่ๆ ที่ห่างจากความเป็นโคลด์เพลย์แบบเดิมนี่แหละที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้มีสีสันและเป็นความสนุกของโชว์

ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Adventure of a Lifetime” “Hymn For The Weekend” “A Head Full of Dreams” รวมถึง “Something Just Like This” ที่ทำร่วมกับศิลปินอื่น

ถ้าโคลด์เพลย์ทำแต่เพลงในสไตล์เดิมอย่าง “In My Place” “The Scientist” “Fix You” แบบ 3 อัลบั้มแรก เวลาเล่นคอนเสิร์ตคงไม่คึกคัก มีหวังทำคนดูง่วงแน่ๆ

คอนเสิร์ตใหญ่ๆ อย่างนี้ การที่มันจะเกิดขึ้นได้ ต้องถูกจังหวะเวลาพร้อมกันหมด

ศิลปินมีเพลงเยอะพอ ชื่อเสียงความโด่งดังพอที่จะทำโชว์ใหญ่ๆ คนจัดพร้อม คนดูพร้อม นานๆ มันเกิดขึ้นที จึงเป็นที่ฮือฮา ถูกพูดถึง

ไม่ใช่แค่ “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” แต่เป็นถึง “ทอล์ก ออฟ เดอะ เวิลด์”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’