bg-single

สุจิตต์ วงษ์เทศ / ลอยกระทง มาจากลอยโคม สมัยอยุธยา ขอขมาธรรมชาติ

25.07.2020

สุจิตต์ วงษ์เทศ

ลอยกระทง มาจากลอยโคม

สมัยอยุธยา ขอขมาธรรมชาติ

พิธีกรรมสำคัญในรอบปีที่รู้จักเป็นสามัญว่า “ประเพณี 12 เดือน” มีขึ้นเพื่อความอุดมสมบูรณ์และมั่นคงทางอาหาร ได้แก่ ข้าว ที่ได้รับยกย่องจากราชสำนักสมัยอยุธยาตอนต้นเป็น “แม่โพสพ”

อยุธยา “ราชอาณาจักรสยามแห่งแรก” สืบทอดและสร้างสรรค์ประเพณีเกี่ยวกับแม่โพสพสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน แต่ระบบการศึกษาไทยทุกวันนี้ “ตัดตอน” ข้อมูลความรู้ทำให้บอกไม่ได้ถึงที่มาและความหมายแท้จริงของประเพณีนั้นๆ จึงเสมือน “เด็ดดอกไม้ที่บานแล้ว” โดยไม่รู้ที่มาของการบ่มเพาะกว่าจะผลิบานเป็นดอกไม้นั้น

ลอยกระทงมีต้นตอรากเหง้าจากลอยโคมสมัยอยุธยา เพื่อขอขมาธรรมชาติคือน้ำและดิน ที่บันดาลความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูคนทั้งปวงให้มีชีวิตเพื่อสร้างสรรค์บ้านเมืองจำเริญเติบโตเป็นราชอาณาจักร ทั้งนี้ มีพยานหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี รวมถึงประเพณีพิธีกรรมทำตกทอดสืบเนื่องมายาวนานมาก ตั้งแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์สมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายพันปีมาแล้ว

ตำราก่อนหน้านี้ระบุว่าลอยกระทงมีกำเนิดจากนางนพมาศ สนมพระร่วง กรุงสุโขทัย ดังพบในหนังสือเรื่องนางนพมาศ หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ แต่ปัจจุบันในทางวิชาการเป็นที่รับรู้และรับรองทั่วกัน ว่าหนังสือเรื่องนางนพมาศเป็นวรรณกรรมสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสมมุติฉากเป็นกรุงสุโขทัย แต่งขึ้นอย่างมี “นิยาย” ราวแผ่นดิน ร.3-ร.4 จึงไม่ถือเป็นเรื่องจริงตามที่เคยเชื่อมานานว่าลอยกระทงครั้งแรกมีในกรุงสุโขทัย

 

ขอขมาธรรมชาติ เพื่อความมั่นคงทางอาหาร

 

“เดือน 11 น้ำนอง            เดือน 12 น้ำทรง

เดือนอ้ายเดือนยี่              น้ำก็รี่ไหลลง”

 

กลอนเพลงร้องเล่นยกมานี้น่าเชื่อว่าเป็นที่รู้แพร่หลายในหมู่ชาวบ้านสมัยอยุธยา บริเวณลุ่มน้ำภาคกลาง มีเนื้อความบอกสภาพขณะนั้นของลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เดือน 11 (กันยายน-ตุลาคม) น้ำเหนือนองทั่วไปไหลหลากลงมาจากทางเหนือจนท่วมข้าวในนาซึ่งกำลังตั้งท้องออกรวง

เดือน 12 (ตุลาคม-พฤศจิกายน) น้ำทรงตัวไม่ขึ้นไม่ลง แต่บางแห่งลุ่มต่ำมากอาจท่วมข้าวจนรวงเหลืองแก่เน่าตายกับน้ำท่วมนั้น

เดือนอ้าย คือ เดือน 1 (พฤศจิกายน-มกราคม) ถึงเดือนยี่ คือ เดือน 2 (มกราคม-กุมภาพันธ์) น้ำลดลงตามธรรมชาติ บรรดาชาวนาเริ่มเกี่ยวข้าว เมื่อเสร็จแล้วหลังจากนั้นก็นวดข้าว ได้ข้าวเปลือกเอาไว้แปลงเป็นข้าวสารเก็บไว้กินตลอดปี

แต่ธรรมชาติไม่คงที่เสมอไปทุกปี โดยมนุษย์ไม่มีวันรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดภาวะผิดปกติแปรปรวนในปีไหน? ตอนไหน? ดังนั้น เพื่อความมั่นใจของคน “ทำนาทางฟ้า” ต้องมีพิธีกรรมขอขมาธรรมชาติคือน้ำและดินเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการเซ่นวักตั๊กแตนสังเวยผีสางที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ ขออย่าได้แปรปรวนจนเสียหาย

สมัยอยุธยา ซึ่งสืบเนื่องประเพณีพิธีกรรมจากบ้านเมืองหรือรัฐสมัยก่อนหน้านั้น ได้แก่ รัฐในวัฒนธรรม “ทวารวดี” (ด้วยเหตุที่ว่าอยุธยามีนามทางการว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” หมายถึงกรุงศรีอยุธยาเป็นทายาททางอุดมคติจากทวารวดีมีน้ำล้อมรอบอันเป็นแดนของเทพนามพระกฤษณะบนสวรรค์)

พิธีกรรมขอขมาน้ำและดินมีสืบต่อกันตั้งแต่เดือน 11 ถึงเดือน 12 เพื่อวิงวอนร้องขอให้น้ำลดลงเร็วๆ จะได้เก็บเกี่ยวข้าวในนา (ถ้าน้ำไม่ลดหายไป ชาวนาเข้านาเก็บเกี่ยวไม่ได้) โดยแข่งเรือและลอยโคม ถ้าน้ำยังไม่ลดก็ไล่น้ำ

แข่งเรือและลอยโคมจนถึงไล่น้ำเริ่มเมื่อไร? เลิกเมื่อไร? สมัยโบราณไม่กำหนดตายตัว เพียงแต่รับรู้ทั่วกันกว้างๆ ว่าระหว่างกลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ชุมชนใดพร้อมลอยวันใดวันหนึ่ง หรือลอยเรื่อยๆ หลายวันก็ได้จนกว่าน้ำจะลด

 

แข่งเรือ

เรือสองลำความยาวไล่เลี่ยกัน มีฝีพายจำนวนเท่ากัน ชิงเอาชนะกันด้วยการพายเรืออย่างเร็วๆ เท่ากับผลักดันน้ำอย่างรุนแรงให้ไหลลงอย่างรวดเร็ว น้ำจะได้ลดเพื่อชาวนาลงไปเก็บเกี่ยวข้าวในนาที่สุกเหลืองอร่ามเต็มที่แล้ว

สมัยอยุธยา แข่งเรือมี 2 ระดับ ได้แก่ แข่งเรือเสี่ยงทายในพระราชพิธี และแข่งเรือพนัน

แข่งเรือเสี่ยงทาย เป็นพระราชพิธีสมัยอยุธยาตอนต้น มีบอกในกฎมณเฑียรบาล และทวาทศมาสโคลงดั้น ว่าเรือมเหสีแข่งกับเรือพระเจ้าแผ่นดิน

แข่งเรือพนัน เป็นประเพณีชาวบ้านทั่วไป มีบอกในจดหมายเหตุลาลูแบร์ และยังมีสืบเนื่องทุกวันนี้ทั่วประเทศ รวมทั้งทั่วภูมิภาคอุษาคเนย์

 

ชักโคม, ลอยโคม

แยกเป็น 2 กิจกรรม ทำคราวเดียวกัน เดือน 11, 12 พบอยู่ในเอกสารสมัยอยุธยาตอนต้น ได้แก่ กฎมณเฑียรบาล และทวาทศมาสโคลงดั้น

ชักโคม ตั้งเสาไม้เป็นแถวกลางแจ้ง แล้วชักรอกดึงโคมขึ้นแขวนยอดเสา ภายในโคมจุดไฟจากน้ำมันไขสัตว์วัวควายเพื่อกระทำบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามแบบพราหมณ์จากอินเดีย

จุดไฟจากน้ำมันไขสัตว์ ในกฎมณเฑียรบาลเรียก “จองเปรียง” คำนี้มีผู้รู้ทางภาษาโบราณอธิบายว่ามีรากจากภาษามอญโบราณ จอง (โจง) แปลว่า แสงสว่าง, เปรฺง (เปรียง) แปลว่า ควาย

ลอยโคม เดิมเป็นพิธีในศาสนาผี เพื่อขอขมาเจ้าแม่แห่งน้ำและดิน โดยใช้กาบกล้วยหรือกระบอกไผ่เป็นภาชนะใส่เครื่องเซ่นลอยน้ำ ต่อมารับแบบแผนจากจีนทำโคมกระดาษแล้วจุดไฟไว้ในโคมกระดาษลอยน้ำ (พบหลักฐานในจดหมายเหตุจีนและบันทึกของลาลูแบร์)

ขอขมาเจ้าแม่แห่งน้ำและดินโดยภาชนะใส่เครื่องเซ่นทำจากใบตอง พบหลักฐานเก่าสุดในภาพสลักปราสาทบายน ราว พ.ศ.1750 (ก่อนมีกรุงศรีอยุธยา) ต่อมาในแผ่นดิน ร.3 กรุงรัตนโกสินทร์ ปรับปรุงโคมกระดาษเป็นกระทงทำจากใบตองสืบถึงทุกวันนี้แล้วเรียก “ลอยกระทง”

 

ไล่น้ำ

เป็นพระราชพิธีมีเมื่อน้ำหลากท่วมข้าวในนาจนผ่านพิธีลอยโคมขอขมาไปแล้วยังไม่ลดลง จึงโปรดให้ทำพิธีไล่น้ำโดยตั้งขบวนจากกรุงพระนครล่องตามแม่น้ำไปบางปะอิน (สมัยอยุธยาตอนต้นเรียก “บางขดาน” เพราะเป็นที่โคลนเลนทะลักลงทับถมจนเป็นดินราบเรียบราวแผ่นกระดาน มีบอกในทวาทศมาสและกำสรวลสมุทร)

จากนั้นทำพิธีบริเวณ “ดินสะดือ” (คือตาน้ำ) ด้วยการเห่กล่อม (ขณะเรือจอดนิ่ง) เพื่อขอให้น้ำไหลผ่านตาน้ำลงบาดาลน้ำจะได้ลด (ตามความเชื่อโบราณว่าบาดาลอยู่ใต้ดินเป็นที่ขังน้ำกว้างใหญ่ มีพญานาคควบคุมดูแล)

การเห่กล่อมขอขมาให้น้ำลดอาจเป็นต้นแบบสิ่งที่เรียกทุกวันนี้ว่า “เห่เรือ”

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย
‘รังสิมันต์’ จี้ DSI เอาผิดเว็บพนัน Shuffle ชี้หลักฐานเพียงพอดำเนินคดีแล้ว เผย 6 บัญชี Bitkub เงินหมุนกว่า 100 ล้าน จับตาขยายผลฟอกเงิน-เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
จากผับเถื่อน-ส่วยเจ้าหน้าที่ สู่ทางออก ‘ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์’ เปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีเข้ารัฐ
เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า
สรุปคดี ตุ๋นซัมเมอร์ภาษาจีน เท นร.ทิ้งสุวรรณภูมิ : แฉเล่ห์-โกงเงินเด็ก ซี 8 สพฐ.ร่วมขบวน
ธงทอง จันทรางศุ | เที่ยว ‘เซี่ยงไฮ้’ แบบมี ‘สาระ’ ‘โต’ ไม่ได้ ถ้าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ชีวิต-เส้นทางรัก เนเน่ พรนับพัน – ไบร์ท วชิรวิชญ์ สู่วันสถานะโสด
ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง
‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI