bg-single

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ | สหรัฐยอมรับ ตระหนักถึงอันตรายโควิด-19 ใช้หุ่นยนต์บริการเว้นระยะห่าง

12.09.2020

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

สหรัฐยอมรับ

ตระหนักถึงอันตรายโควิด-19

ใช้หุ่นยนต์บริการเว้นระยะห่าง

นับจากมีการแพร่ระบาดของ #ไวรัสโควิด ประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ในช่วงแรกมักไม่ให้ความสำคัญกับอันตรายของเชื้อ #โควิด-19

เคยกล่าวถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยว่าเป็นเพียงนโยบายที่สร้างความถูกต้องทางการเมืองเท่านั้น และมักหลีกเลี่ยงการสวมใส่หน้ากากออกสื่อ

จนกระทั่งวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทรัมป์มีท่าทีต่อวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเปลี่ยนไป

โดยออกมาสนับสนุนให้ชาวอเมริกันสวมหน้ากากอนามัย

รวมถึงยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดอาจแย่ลงกว่านี้ด้วย

ท่าทีดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ยอมรับถึงปัญหา หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เน้นย้ำไปที่การสนับสนุนให้เปิดเศรษฐกิจมาโดยตลอด

ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดครั้งแรกในรอบเดือน ทรัมป์เรียกร้องให้กลุ่มเยาวชนหลีกเลี่ยงการไปสถานบันเทิงที่มีคนแออัด พร้อมทั้งยอมรับว่าสถานการณ์จะแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่นี้

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนที่ไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งแม้จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม

พร้อมทั้งระบุด้วยว่า ตนก็เริ่มคุ้นเคยกับการสวมหน้ากากอนามัยแล้ว

หลังจากสหรัฐอเมริการายงานสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้จีดีพีของสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ตกต่ำลงอย่างหนัก

ทรัมป์ ผู้ที่ต้องการใช้ผลงานด้านเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการหาเสียงเองก็มีคะแนนนิยมในโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนตามหลังคู่แข่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต

เส้นทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการแพร่ระบาดอย่างมีนัยสำคัญ

ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกายอมรับว่าการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังส่งผลถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา

การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดถูกชะลอให้ช้าลง ผู้บริโภคเริ่มลดการใช้จ่าย และการกลับมาว่าจ้างแรงงานที่ถูกพักงานไปอีกครั้งก็ชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มกิจการขนาดเล็ก

เฟดยังคงรักษาแนวนโยบายเดิมเอาไว้เป็นส่วนใหญ่ และยังคงประกาศอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินมาตรการทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะกินเวลานานเพียงใด เพื่อจำกัดการสูญเสียให้น้อยที่สุด และขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด แม้ทิศทางทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะยังไม่ชัดเจนในเวลานี้

สหรัฐมีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนหลายหมื่นคนต่อวัน

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสถานการณ์ในสหรัฐยังไม่พ้นจากการระบาดระลอกแรกและจะเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฉพาะรัฐทางตอนใต้และตะวันตกของสหรัฐที่มีการเร่งรีบให้ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ที่เร็วเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อต้านไม่ยอมสวมหน้ากากป้องกันและเว้นระยะห่างทางสังคม

จากข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ CDC ชี้ว่าความเสี่ยงที่จะติดโควิด-19 จากการสัมผัสหรือรับประทานอาหารนอกบ้านนั้นอยู่ในระดับต่ำ

แต่ก็มีรายงานเรื่องการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 หลายต่อหลายครั้งในหมู่พนักงานร้านอาหารและลูกค้า

ทั้งนี้ การระบาดของโคโรนาไวรัสในสหรัฐดังกล่าว ได้นำมาสู่การมีมาตรการกำหนดระยะห่างระหว่างพนักงานและลูกค้า ด้วยการนำหุ่นยนต์ที่สามารถทำอาหารได้มาใช้ และกำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น

โดยร้านอาหารต่างๆ มีการทดสอบใช้หุ่นยนต์ที่มีชื่อว่า #Flippy เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Miso Robotics เมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย นำไปใช้ที่ร้านอาหาร White Castle ที่สามารถทอดมันฝรั่งหรือ French fries และทำอาหารอื่นๆ ได้

ทางร้านได้พูดคุยกับบริษัท Miso ในเรื่องการร่วมหุ้นกันมาประมาณหนึ่งปีแล้ว และการเจรจาดังกล่าวจริงจังมากขึ้นเมื่อเริ่มมีการระบาดของโควิด-19

Jamie Richardson รองประธานร้าน White Castle กล่าวว่า หุ่นยนต์ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปทำงานอื่นๆ ได้ เช่น ทำความสะอาดโต๊ะ หรือรับรายการอาหารเพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่บ้าน

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ปราศจากการสัมผัสก็มีความสำคัญต่อลูกค้ามากขึ้นด้วย

เขายังบอกด้วยว่า จากนี้ทั่วโลกต้องคิดปรับเปลี่ยนรูปแบบเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น

สําหรับหุ่นยนต์ Flippy มีสนนราคาอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์ ค่าบริการรายเดือนอีก 1,500 ดอลลาร์

โดยทางบริษัท Miso มีแผนที่จะให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนำหุ่นยนต์ไปใช้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าซื้อหุ่นยนต์ แต่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนที่สูงขึ้นแทน

ขณะที่หุ่นยนต์ทำอาหารกลายมาเป็นที่นิยม โรงพยาบาล โรงอาหารตามมหาวิทยาลัยและสถานที่อื่นๆ ก็พยายามที่จะลดต้นทุนค่าแรงงานลงด้วยการใช้หุ่นยนต์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์พ่อครัว และได้ปรากฏตัวตามร้านอาหารต่างๆ มาแล้ว เช่นที่ร้าน Creator ในนครซานฟรานซิสโก

เป็นอีกก้าวหนึ่งของเทคโนโลยีช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเห็นความร่วมมือของสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และผู้ให้บริการโทรคมนาคม ในการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์มาสนับสนุนทางการแพทย์

ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ตลอดจนหุ่นยนต์พัฒนาเพื่อการขนส่งและการสื่อสารทางไกลเพื่อช่วยสนับสนุนภารกิจต่างๆ ที่อาจจะช่วยให้การใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ของคุณรวดเร็วขึ้นไปอีก

เราจะได้เห็นการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น ซึ่งเป็นเพราะผลพวงจากไวรัสโควิด-19

ที่มา https://www.matichonweekly.com/column/article_155448



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน