bg-single

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ | Telegram แอพพลิเคชั่นรัสเซีย ยอดฮิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน

30.10.2020

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

Telegram แอพพลิเคชั่นรัสเซีย

ยอดฮิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน

จากกรณีที่เพจเยาวชนปลดแอกได้ออกมาประกาศเชิญชวนทุกคนให้เข้ากรุ๊ปในแอพพลิเคชั่นเทเลแกรมของเยาวชนปลดแอก ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่า อาจจะถูกปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจของเยาวชนปลดแอก ทำให้คนจำนวนมากต่างเปิดแอ็กเคาต์เทเลแกรมขึ้นมา และร่วมเข้าไปกดจอยกรุ๊ปจำนวนมาก

หลังจากม็อบเริ่มหันมาใช้แอพพ์ Telegram ไม่นานทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ออกหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอดำเนินการให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทุกรายระงับการใช้แอพพลิเคชั่นเทเลแกรม (#Telegram) เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อมูลเผยออกมาว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถแบนแอพพ์ #Telegram ได้

เพราะแม้แต่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแอพพลิเคชั่น Telegram นี้ พยายามแบนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแต่ไม่ได้ผลและคว้าน้ำเหลวมาตลอด

Telegram ในประเทศรัสเซียถูกใช้งานโดยกลุ่มหัวรุนแรงใช้เป็นเครื่องมือที่กระจายข่าวได้อย่างรวดเร็วมากทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย มีการบิดเบือนยุยงปลุกปั่น

ขณะที่ทางบริษัทผู้พัฒนา Telegram ปฏิเสธที่จะให้รหัสเข้าสู่ข้อมูลภายในกับภาครัฐ โดยระบุว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

Telegram คือแชตแอพพลิเคชั่นที่ก่อตั้งและพัฒนาขึ้นโดยสองพี่น้องชาวรัสเซีย ‘นิโคไลและพาเวล ดูรอฟ’ คนเดียวกับผู้ให้กำเนิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย VK หรือที่เรียกกันว่าเฟซบุ๊กเวอร์ชั่นรัสเซีย

Telegram เกิดขึ้นและให้บริการปี 2013 หรือ 7 ปีที่แล้ว เป็นแชตแอพพลิเคชั่นเข้ารหัสแบบ End-To-End (End-To-End Encryption) ที่โฟกัสความเร็ว ความปลอดภัยของข้อมูล ใช้งานง่าย และสามารถแพร่ข้อมูลถึงคนจำนวนมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างใช้งานแบบไม่จำกัดจำนวน

ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ จะมีเหมือนกับแชตแอพพลิเคชั่นทั่วๆ ไป เช่น การโทร.ด้วยเสียง, โทร.ด้วยวิดีโอ, การใช้สติ๊กเกอร์และบอต, การทำโพล ฯลฯ Telegram ยังมีฟีเจอร์สุดเจ๋งอย่าง ‘Secret Chats’ ที่ช่วยให้ทุกบทสนทนากลายเป็นแชตลับสุดยอด

ซึ่งการใช้งาน Secret Chats จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้งานทั้งสองฝ่าย (ทั้งผู้ที่เริ่มบทสนทนาและผู้ที่เข้าร่วมแชตลับนั้นๆ (Client-to-Client Encryption)) ซึ่งบทสนทนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแชตลับดังกล่าวจะถูกเข้ารหัส ไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ และไม่สามารถส่งข้อความนั้นๆ ต่อได้

รวมถึงสามารถตั้งเวลาให้ลบข้อมูลตัวเองได้ตลอดเวลา (Self-destruct) อีกด้วย ซึ่งถือเป็นจุดขายที่ทำให้ Telegram ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้ใช้งานทั่วโลกนั่นเอง

Telegram เคลมว่าแอพพลิเคชั่นของพวกเขาไม่เหมือนกับ WhatsApp คือการเป็นแชตแอพพลิเคชั่นที่อิงการเชื่อมต่อข้อมูลบนคลาวด์เป็นหลัก นั่นจึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้แอพพลิเคชั่นผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ‘ในเวลาเดียวกัน’ ได้อย่างลื่นไหลโดยไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์ ซึ่งผู้ใช้งานยังสามารถสำรองข้อมูลต่างๆ ขึ้นคลาวด์ได้สูงสุดมากกว่า 2 GB

นอกจากนี้ Telegram จะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการฟรีตลอด จะไม่มีแพลตฟอร์มที่มีโฆษณาหรือการสมัครใช้บริการในรูปแบบเก็บค่าธรรมเนียม

ทำให้ Telegram จึงถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ใช้งานในฮ่องกง เนื่องจากมันถูกใช้งานเป็นแพลตฟอร์มสำหรับกระจายข่าวสารที่เป็นประโยชน์สำหรับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย

ด้านหลักการความปลอดภัย Telegram มีการเข้ารหัสความปลอดภัย End-to-end Encryption แบบ Client-Client โดยผู้รับและผู้ส่งจะสามารถเข้าถึงข้อความได้เท่านั้น ในฟีเจอร์ Secret Chats โดยจะไม่มีเก็บคีย์สำหรับการถอดรหัสข้อมูลไว้บนเซิร์ฟเวอร์

แต่สำหรับฟีเจอร์ Cloud Chats ปกติจะมีการเก็บคีย์สำหรับการถอดรหัสไว้บนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการกู้ข้อมูล Telegram ถือการรักษาข้อมูลของผู้ใช้เป็นสำคัญ ปราศจากการสอดแนมจากบุคคลที่สาม เช่น เจ้าหน้าที่ นายจ้าง หรือผู้โฆษณา เป็นต้น

ด้านการส่งข้อความ Telegram สามารถตั้งเวลาให้ข้อความลบตัวเองโดยอัตโนมัติได้ ใน Secret Chats และสื่อต่างๆ ใน Cloud Chats โดยเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่ผู้รับได้รับการแจ้งเตือนบนหน้าจอ และถ้ามีการถ่ายภาพหน้าจอผู้ส่งจะได้รับการแจ้งเตือนด้วย

อีกทั้งผู้ใช้สามารถลบข้อความได้ทั้งของตนเองและฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้

สติ๊กเกอร์สามารถใช้ได้ฟรี และสามารถสร้างสติ๊กเกอร์เองได้

สำหรับการโทร.วิดีโอ โทร.เสียงไม่สามารถทำได้ในกลุ่ม แต่จะสามารถทำได้ในแชตส่วนตัว

ถึงอย่างไรก็ตาม Telegram ก็ไม่ใช่แอพพ์แชตที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่มีหลายจุดที่เราควรต้องระวัง อย่างแรก คือการล็อกอินนั้นจะใช้เบอร์โทร.เป็นพื้นฐาน และส่งรหัสผ่านเป็น OTP เพื่อเข้าใช้งาน ซึ่งถ้าเราโดนดัก OTP ได้ คนอื่นก็เข้าบัญชีของเราได้ แต่เราสามารถทำให้ปลอดภัยมากขึ้นโดยการตั้งรหัสผ่านของตัวเองควบคู่ไปกับ OTP ได้

นอกจากนี้ ที่เราควรปรับคือ เข้าไปในหน้า Settings -> Privacy and Security แล้วปรับในหมวด Phone Number ไม่ให้ผู้ใช้คนอื่นเห็นเบอร์โทร.ของเรา (เพราะค่ามาตรฐาน ทุกคนใน Telegram จะเห็นเบอร์โทร.ของเราได้) พร้อมตั้ง Who Can Find Me By My Number เป็น My Contacts เพื่อให้คนอื่นสามารถหาเราผ่านเบอร์โทร.ได้เฉพาะคนที่อยู่ในคอนแทกต์ของเราเท่านั้น

และที่สำคัญ เราสามารถเปลี่ยนชื่อตัวเองใน Telegram ไม่ให้เจาะจงตัวเรา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี