bg-single

สุจิตต์ วงษ์เทศ/’ราชา’ มาจาก ‘หัวหน้าเผ่า’ อุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว

27.12.2020

สุจิตต์ วงษ์เทศ

‘ราชา’ มาจาก ‘หัวหน้าเผ่า’

อุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว

 

“ราชา”, “กษัตริย์” ในภูมิภาคอุษาคเนย์ มีต้นตอรากเหง้าแยกเป็นภาษาและบุคคล ดังนี้

  1. ภาษา มีรากจากภาษาบาลี-สันสกฤต ที่รับจากอินเดียตั้งแต่ก่อน พ.ศ.1000 หรือมากกว่า 1,500 ปีมาแล้ว
  2. บุคคล มาจากชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่เป็น “หัวหน้าเผ่าพันธุ์” หลังรับวัฒนธรรมอินเดียได้รับยกย่องเป็น “ราชา”, “กษัตริย์” ในชื่อต่างๆ ที่ผูกด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์จากอินเดีย

หลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา พบทั่วไปในภูมิภาคอุษาคเนย์และในไทย โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลาง มีลำดับดังต่อไปนี้

“หัวหน้าเผ่าพันธุ์” มีเครื่องมือสัญลักษณ์เป็นหยักๆ คล้ายจักร อายุมากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว (กลาง) ทำจากดินเผา ขุดพบที่อีสาน (ล่าง) ทำจากหิน ขุดพบที่โคกพลับ ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี (ภาพจากหนังสือของกรมศิลปากร)

 

1.ชุมชนดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว อยู่บนเส้นคมนาคมทางน้ำทางบกติดต่อได้ทั้งภายในและภายนอก มีคนพื้นเมืองนับถือศาสนาผี โดยผู้หญิงได้รับยกย่องเป็นหัวหน้าพิธีกรรมทางศาสนาผี (เช่น หมอขวัญ) และเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ (นักวิชาการทางมานุษยวิทยาบอกว่าตรงกับศัพท์สากลว่า chiefdom)

หัวหน้าเผ่าพันธุ์เป็นเจ้าของทรัพยากรและเทคโนโลยีการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้น ได้แก่ โลหะต่างๆ เช่น ทองแดง, ทองคำ, ดีบุก, ตะกั่ว, เหล็ก ฯลฯ

น่าเชื่อว่ามีความแตกต่างทางสังคม เพราะมีหลุมฝังศพโคตรตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์อยู่กลางลานชุมชนหมู่บ้าน ในหลุมฝังศพพบโครงกระดูกมีเครื่องประดับและเครื่องมือเครื่องใช้ทำจากโลหะชนิดต่างๆ ส่วนศพคนทั่วไปให้แร้งกากินจึงไม่เคยพบหลุมฝังศพ

 

2.หลังมีการติดต่อค้าขายและรับวัฒนธรรมอินเดีย แล้วรับศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ผสมกลมกลืนศาสนาผีที่มีอยู่ก่อนแล้ว) ผู้ชายได้รับยกย่องเป็นหัวหน้าพิธีกรรมทางศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์

ส่วนผู้หญิงถูกริบอำนาจไม่ได้เป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ แต่ยังคงเป็นหัวหน้าพิธีกรรมทางศาสนาผีสืบเนื่องจนทุกวันนี้ และทางสังคมผู้หญิงถูกเหยียดฐานะต่ำกว่าผู้ชาย

 

3.ต่อมารับภาษาบาลี-สันสกฤตจากอินเดีย ใช้เรียกอย่างยกย่องต่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์ตามวัฒนธรรมอินเดียว่า “ราชา” หรือ “กษัตริย์” แล้วรับวัฒนธรรมอินเดียเกี่ยวกับคนชั้นนำมาปฏิบัติ

 

4.หลังจากนั้นบ้านเมืองนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ ดัวยการสร้างพิธีในลัทธิเทวราช เพื่อสถาปนาราชาหรือกษัตริย์เป็น “เทวราชา” ผู้สืบเชื้อสายจากเทวดาบนสวรรค์

ลัทธิเทวราชมีต้นตอจากความเชื่อดั้งเดิมอุษาคเนย์เรื่องขวัญในศาสนาผี เมื่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์ตายลง บรรดาทายาทและผู้คนต่างส่งผีขวัญของหัวหน้าฯ ขึ้นฟ้าไปรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับผีฟ้าเพื่อปกป้องคุ้มครองคนยังมีชีวิตในเผ่าพันธุ์ จากนั้นผสมกลมกลืนกับความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีมหาเทพอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า โดยยกย่องผีฟ้าพื้นเมืองเป็นเทวดามหาเทพของอินเดีย ทำให้ราชาที่ตายเป็นผีขวัญกลายเป็นเทวดามหาเทพ เช่น พระศิวะ (อีศวร), พระวิษณุ (นารายณ์) เป็นต้น และลูกชายที่เป็นราชาสืบต่อไปเท่ากับสืบเชื้อสายจากเทวราช

 

 

5.บ้านเมืองนับถือศาสนาพุทธเลียนแบบพิธีกรรมลัทธิเทวราช พบตัวอย่างในตำนานขุนบรมว่าขุนบรมเป็นทายาทแถน (คือผีฟ้า ซึ่งเทียบเท่าพระพรหม บางตำนานในล้านนาตั้งชื่อราชาหรือกษัตริย์ว่าพระพรหม ได้แก่ พรหมกุมาร หรือพระเจ้าพรหม) ปกครองเป็นราชาของมนุษย์ เรียก “สมมติราช” สอดคล้องกับโองการแช่งน้ำระบุว่า “สมมติราช” นี้เป็น “เจ้าแผ่นดิน”

ต่อมามีการดัดแปลงลัทธิเทวราช เป็น “พุทธราช” โดยยกย่องราชาหรือกษัตริย์ในพุทธศาสนาเสมอด้วยพระพุทธเจ้า จึงเรียกราชาหรือกษัตริย์ว่า “พระพุทธเจ้าอยู่หัว” หรือ “พระเจ้าอยู่หัว” (บางทีมีนามหมายถึงพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระศรีสรรเพชญ์, พระบรมไตรโลกนาถ) ส่วนตำแหน่งทายาท เรียก “หน่อพระพุทธเจ้า” หรือ “หน่อพุทธางกูร” แล้วกำหนดให้ประชาชาติราษฎรแทนตนเองว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” หมายถึง เป็นข้าทาสของพระพุทธเจ้า ก็คือไพร่ฟ้าข้าทาสของ “ราชา” หรือ “กษัติรย์” นั่นเอง

[ในทางสากล กษัตริย์มีความเป็นมาหลากหลาย พบรายละเอียดจากหนังสือ กษัตริย์คือ (อะ)ไร? : มานุษยวิทยาสำหรับเยาวชน ของ เดวิด เกรเบอร์ และ นิกา ดูบรอฟสกี (เขียน) เก่งกิจ กิติเรียงลาภ (แปล) พนา กันธา (บรรณาธิการแปล) พิมพ์ครั้งแรก ธันวาคม 2563]

“ราชา” หรือ “กษัตริย์” มีสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมอินเดีย ราว 1,500 ปีมาแล้ว พบที่เมืองอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี (ซ้าย) สร้อยลูกปัดทองคำพร้อมจี้ และ (ขวา) ตราประทับดินเผาประกอบอักษรจารึก

 

พระสงฆ์และพราหมณ์ทำงานการเมือง

พระสงฆ์ในศาสนาพุทธ และพราหมณ์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ด้านหนึ่งประกอบพิธีกรรม ส่วนอีกด้านหนึ่งมีหน้าที่ทำงานการเมืองสนองชนชั้นนำ

พระสงฆ์ในศาสนาพุทธ ทำหน้าที่สรรเสริญหัวหน้าเผ่าพันธุ์พื้นเมืองให้มีฐานะสูงส่งเป็นพระราชาในวัฒนธรรมอินเดีย คือ “ธรรมราชา” หรือ “ธรรมาโศกราช” เยี่ยงพระเจ้าอโศก และ “จักรพรรดิราช” เยี่ยงพระอินทร์

พราหมณ์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทำหน้าที่สรรเสริญหัวหน้าเผ่าพันธุ์พื้นเมืองมีฐานะสูงส่งเป็นกษัตริย์ในวัฒนธรรมอินเดีย แล้วยกย่องให้สูงขึ้นเสมือน “เทวราชา” ในลัทธิเทวราช ได้แก่ มหาเทพเยี่ยงพระอีศวร (ศิวะ), พระนารายณ์ (วิษณุ), พระพรหม (จตุรพักตร์)

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธำรงศักดิ์โพล เผยผลสำรวจ การบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม รัฐบาลอนุทิน “สอบไม่ผ่าน”
ลิณธิภรณ์ ชู ลูกเสือยุคใหม่ ต้องไม่หยุดอยู่แค่ทักษะเดิม เสริมนำ AI มาใช้ เสนอสร้างเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ “หนึ่งกองลูกเสือ หนึ่งเครือข่ายพิทักษ์ชุมชน”
ระฆัง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ชีวิต – สงคราม
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (199)
ฝึกตื่นนอน โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (2)
เชลยศึกสงครามลาว (54)
50 ปี 6 ตุลา (8) เมื่อกระแสลมปฏิวัติพัดหวน!
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (จบ)
E-DUANG | หมายจับ อายัดทรัพย์ เบน สมิธ ผลงาน ความสำเร็จ ของ”ใคร”
‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย