บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (199)
สวรรค์ สู่ ‘นรก’
ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของตำรวจป่าตองที่ได้ลงแรงร่วมมือพร้อมใจกันพัฒนา สภ.อ.กะทู้ ตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน แม้ผลการตรวจประเมินของคณะกรรมการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สภ.อ.กะทู้จะได้รับอันดับที่ 2 โดยมี สภ.อ.ถลางเป็นอันดับที่ 1 ก็ตาม ไม่ก่อให้เกิดความท้อแท้เลย เพราะเป็นการประเมินครั้งแรกเท่านั้น และตำรวจป่าตองเพิ่งจะเริ่มพัฒนากันอย่างจริงจัง เมื่อพัฒนาต่อไปจนระบบเข้าที่ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นลำดับที่ 1 ของภาค 8
ผมได้กรุยทางมาไกลเพื่อโรงพักแห่งนี้ ทุ่มเทความพยายาม ความตั้งใจ ร่วมกับตำรวจทั้งโรงพัก ได้ดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก ผ่านมาหลายเดือน ดอกผลกำลังงอกงามให้ชื่นใจ ใกล้ความสำเร็จเข้าไปทุกที
แล้วการตรวจประเมินผลครั้งที่ 1 ของคณะกรรมการจากตำรวจภูธรภาค 8 สภ.อ.กะทู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 สร้างความฮึกเหิม มุ่งมั่น มีกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง จนผมลืมคดีหนักๆ และลืมเรื่องราวคดีที่ถูกฟ้อง หรือจำนวนคดีที่สูงมาก ซึ่งเคยเบียดบังเวลาของผมไปทั้งหมดขณะอยู่ที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ตจนหมดสิ้น ถูกกลบฝัง และหายไปจากความทรงจำ
ป่าตองไม่มีจำนวนคดีที่สูงมากมาย ไม่ต้องจมปลักอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อดูคดีทั้งวันทั้งคืนจนไปไหนไม่ได้
เป็นห้วงเวลาที่ผมปลอดโปร่งกับการทำงานมากที่สุดครั้งหนึ่ง
ผมอยากเห็นเงินงบประมาณที่ได้รับมา 3 ล้านบาทนำไปพัฒนาโรงพักให้ก้าวหน้าและทันสมัย ให้สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
ผมอยากเห็นแฟลตตำรวจหลังใหม่ที่กำลังจะลงมือก่อสร้างให้ตำรวจป่าตองได้มีที่พักเพิ่มอีก 1 หลัง
รวมทั้งจะได้มีการติดตามกับท่านเจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีวงก์ในการขอใช้ที่ดินของวัด เพื่อสร้างที่พักให้ตำรวจป่าตองเพิ่มเติมจนเพียงพอในอนาคต
ผมฝันไว้ว่า เมื่อมองไปวันข้างหน้าจะนำโรงพักป่าตองให้เดินรุดหน้าต่อไป ให้ตำรวจทำหน้าที่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีประสิทธิภาพ
และมั่นใจว่าตำรวจโรงพักป่าตองจะลดคดีอาชญากรรมจนประชาชน นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยสูงสุด แม้จะรู้ว่ายังมีอุปสรรคอีกมากมายให้ฝ่าฟัน
ผมเพลิดเพลินกับการทำงานที่ป่าตองมาก ทั้งสบายใจจนลืมนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ตเสียสนิท
การได้รับผลการประเมินครั้งที่ 1 เป็นอันดับที่ 1 ของภาค 8 ทำให้ผมดีใจจนหัวใจพองโตอยู่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก็มีข่าวมาเข้าหูว่า ผมอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่ป่าตองอีกต่อไป แต่จะต้องถูกย้ายไปเป็น ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต สถานที่ที่ผมเพิ่งจากมาเมื่อ 6 เดือนเศษๆ กลิ่นอายโรงพักเก่ายังไม่ทันจางเลย ความรู้สึกที่ผมเข็ด ขยาด และหวาดผวายังตามทิ่มตำเป็นแผลในใจ
ผมไม่อยากกลับไปเจอความกดดัน ความบีบคั้น ความทุกข์ทรมานใจอีกแล้ว ถึงแม้คราวนี้จะกลับไปเป็น ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ตก็ตาม
เพราะรู้สึกว่าเป็นของแสลงสำหรับผม ไม่อยากกลับไปสัมผัสให้ทิ่มแทงใจ ให้บาดแผลมันถูกบาดลึกเข้าไปอีก
และสิ่งหนึ่งที่เป็นที่พึ่งของผมในยามนั้นคือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนภูเก็ตและของคนทั่วไป รวมทั้งตัวผมเองก็ศรัทธา
ผมได้บนบานต่อหลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลองว่า ขออานุภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ได้ดลจิตดลใจอย่าให้ผมถูกย้าย ขอให้ผมได้ทำหน้าที่ที่ป่าตองต่อไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมทำงานแล้วมีความสุขครั้งหนึ่ง ขอให้สิ่งที่ผมได้ยินมาไม่เป็นความจริง และให้ลอยไปกับสายลม
ผมยังบนบานต่อไปอีกว่า หากสิ่งที่ผมปรารถนาสำเร็จผลเป็นไปตามที่ผมตั้งใจ ผมจะนำประทัดมาจุดฉลองถวายหลวงพ่อแช่ม เช่นที่คนทั่วไปบนบานกัน
แต่แล้วหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ท่านไม่รับสินบนจากผม
คําสั่งย้ายผมจาก สภ.อ.กะทู้ ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต จึงเกิดขึ้นจริงๆ คือคำสั่ง ตร.ที่ 459/2544 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2544 มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2544
ผมทำหน้าที่เป็น ผกก.สภ.อ.กะทู้ เพียงแค่ 7 เดือน 15 วัน เท่านั้นเอง จากวันที่ 10 พฤศจิกายน 2543 ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2544
ผกก.สภ.อ.กะทู้คนใหม่ที่มาทำหน้าที่แทนผมก็คือ ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.ชลิต ถิ่นธานี
เป็นการย้ายสลับกัน
ส่วนที่ไปที่มาของการโยกย้ายครั้งนี้ จุดเริ่มต้น ตำรวจจากส่วนกลางจับกุมบ่อนการพนันขนาดใหญ่กลางเมืองภูเก็ต ได้นักเล่นการพนันจำนวนมาก ผบช.ภ.8 จึงมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัย ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต ว่ามีความผิดฐานบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้มีแหล่งอบายมุขบ่อนการพนันขนาดใหญ่เกิดขึ้นกลางเมือง
ในระหว่างที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวน พ.ต.อ.ชลิตถูกส่งให้ไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรภาค 8 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นานเป็นเวลา 1 เดือน
ผลการสอบสวนของคณะกรรมการออกมาว่า พ.ต.อ.ชลิตไม่มีความบกพร่อง ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ แต่มีข้อแม้ไม่ให้อยู่ที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ตเหมือนเดิม
แต่ผลกระทบกลับมาตกที่ผม เพราะตำแหน่งที่จิ้มได้ คือ ผกก.สภ.อ.กะทู้
ความพยายาม ความทุ่มเท ความตั้งใจของผมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมหายวับไปทันที
สภ.อ.เมืองภูเก็ตมีปัญหาสารพัดให้ต้องแก้ไขตลอดเวลา เช่น มีคดีสูงมาก มีสำนวนการสอบสวนล่าช้าค้างอยู่จำนวนมาก มีปัญหาพนักงานสอบสวนบางคนไม่อยู่ข้างผม มีบ่อนการพนันใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่
ผมเคยอยู่มาก่อน เคยถูกคนกลุ่มใหญ่ที่มีอำนาจหน้าที่รุมยำจนชอกช้ำและบอบช้ำ จึงซาบซึ้งรสชาตินั้นดี
เมื่อต้องกลับไปถิ่นเก่า ไปเริ่มต้นใหม่ ต้องอยู่กับปัญหาเดิมๆ ที่หมักหมมเอาไว้ ผมจะไปเอาพลัง หรือมีฤทธิ์มาจากที่ไหน
ในขณะที่ สภ.อ.กะทู้ ผมได้เริ่มต้นนำทางไปไกลแล้ว เมื่อผมกลับไปถิ่นเก่า จึงเหมือนต้องวิ่งไล่ตาม สิ่งที่ทำไว้ก็กลายมาเป็นคู่แข่ง กลับมาทิ่มแทงผมอีก หนักหนาสาหัสจริงๆ รู้สึกหดหู่มากทีเดียว
และผมหวังว่า เมื่อ สภ.อ.กะทู้ภายใต้การนำของ ผกก.สภ.อ.กะทู้คนใหม่ คงพัฒนาโรงพักต่อไปไม่หยุดนิ่ง เพื่อรักษาอันดับที่ 1 ของภาค 8 ในการประเมินผลครั้งที่ 2 เอาไว้ให้ได้
ซึ่งถ้าหาก สภ.อ.กะทู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผู้ที่ต้องไปรับรางวัลคือ ผมซึ่งเป็นผู้นำการริเริ่ม
คงจะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจได้บ้าง
แต่ สภ.อ.กะทู้ไม่คิดสู้ต่อ จึงพ่ายแพ้ในการประเมินผลครั้งที่ 2 ไม่สามารถรักษาอันดับที่ 1 ไว้ได้ ผู้ชนะผมจำไม่ได้แล้ว
เพราะเวลานั้นไม่มีกะจิตกะใจจะจำ
การเริ่มต้นเป็น ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ตจึงมีแต่ความหวาดกลัว
จิตใจไม่ฮึกเหิม ไม่ห้าวหาญเหมือนทุกครั้ง และเริ่มมีสัมผัสรับรู้ถึงความไม่เป็นธรรม การทำงานที่ทุ่มเทเอาใจใส่ในหน้าที่นั้นไม่เพียงพอ บางทีทำไปก็แค่เท่านั้น
และผมรู้ว่ามีสิ่งใดบ้างที่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้การทำงานราบรื่น แต่เป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัด ทั้งไม่ชอบและขัดต่อความรู้สึกของผมเป็นอย่างยิ่ง
คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ออกมาในครั้งนั้นสร้างความหวาดหวั่นเช่นนั้นให้กับผมจริงๆ
แต่ด้วยเหตุที่ผมผ่านสภาพการทำงานมาหลากหลายรูปแบบที่ไม่เคยเป็นใจ ไม่มีความราบรื่น พบแต่ปัญหาอุปสรรค จึงเป็นประสบการณ์สำคัญจนสร้างพื้นฐานของจิตใจให้แข็งแกร่ง ทั้งยังเคยถูกกระทำ จึงเหมือนถูกเคี่ยวกรำมาโดยตลอด เคยถูกถล่มถูกทุบเฆี่ยนตี อย่างไม่ปรานีปราศรัย จิตใจจึงต้องด้านต้องทน และการต้องเอาตัวรอดเมื่อถูกกลั่นแกล้งออกมาให้ได้
จิตใจกวัดแกว่งอยู่แค่ไม่กี่วัน ความสงบก็กลับมา
และสุดท้ายความนิ่งของจิตใจก็เกิดขึ้นและเข้าที่ ความมุ่งมั่นก็กลับมาเหมือนเดิม จึงมองการทำงานในวันข้างหน้าให้เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถ และเตรียมรับมือกับปัญหามากมายที่รออยู่
ผมจะจุดประกายสร้างความฝันให้กับตัวเองเสมอ
และครั้งนี้จะกลับไปล่าความฝันให้เป็นจริงให้ได้
ผลของความตั้งใจจริงในครั้งนั้น สภ.อ.เมืองภูเก็ตได้รับรางวัลดีเด่น อันดับที่ 1 ของตำรวจภูธรภาค 8 และของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2545 ได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมอบรางวัลต่างๆ ให้อีกมากมาย มีการส่งนายตำรวจที่กำลังฝึกอบรมหลายหลักสูตรมาดูงานที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ต
ในเวลาเดียวกันนั้น ผมก็ได้รับของฝาก และเป็นของฝากที่ผมไม่อยากได้ ไม่ปรารถนาจะรับ ผมถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ร่วมกับพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนคดีล่าช้า พร้อมๆ กับการถูกร้องเรียนจากทั้งขาเล็กขาใหญ่ และยังมีพวกที่ไม่อยากเห็นผมได้ดี คอยตามจิกกัดกวนใจเป็นระยะ มีแม้กระทั่งเขียนใส่กระดาษด่าผมเป็นบัตรสนเท่ห์แอบมาวางทิ้งไว้ที่โต๊ะทำงานของผม
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมคาดเอาไว้
เมื่อถูกย้ายมาเป็น ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต ประสบการณ์ที่มีจึงต้องงัดออกมาใช้ บวกพลังที่ทุ่มเทเข้าไป และจะไม่ยอมแพ้ในทุกกรณี จนกว่าจะผลิดอกออกผลจนงอกงามออกมาให้ชื่นใจ
ชีวิตสีกากีที่ผ่านมา ได้ทำหน้าที่จนสุดกำลัง ต่อสู้ให้ทุกคนปลอดภัยจากอาชญากรรม แม้จะเหน็ดเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น จึงภาคภูมิใจเสมอกับทุกตำแหน่ง
“ลาก่อนป่าตอง ขอกลับไปสามกองเป็นคำรบที่สอง”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
