บทความพิเศษ
ระฆัง ความคิด
ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ชีวิต – สงคราม
ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ บทสรุปของ สุภา ศิริมานนท์ จากด้านแห่งการเป็นนักประพันธ์
นั่นย่อมสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับความเป็น “ศรีบูรพา”
นั่นคือ “ในวิถีของการประพันธ์ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ แตกต่างไปจากเพื่อนฝูงในกลุ่มของท่านในแง่ที่ว่า หลังจากได้ประพันธ์เรื่องราวในทำนองเพลิดเพลินใจเป็นสำคัญอย่างเดียวอยู่สักระยะหนึ่งแล้ว
คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในนามปากกา ‘ศรีบูรพา’ ก็ได้วางกำหนดให้นวนิยายของท่านมี ‘ความหมาย’ แทรกแซงอยู่ด้วย
‘ความหมาย’ อันนี้ในชั้นแรกทีเดียวก็อาจจะเป็นเงื่อนแง่อันแสดงความคิดอ่านที่ ‘ผ่า’ ออกไปจากแนวความคิดที่ครอบคลุมทั่วไปมาแต่เดิม การ ‘ผ่า’ นี้ว่าที่จริงแล้วก็ไม่ใช่การผ่าอย่างพรวดพราด
คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็คงจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ แสวงหาทางของท่านมาเรื่อยๆ
ทั้งจากการศึกษาและจากการสังเกต
เนื้อหาที่สอดแทรกเนื้อหาได้ด้วยลักษณะทางคุณธรรมเรื่องแรกของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็เห็นจะได้แก่เรื่อง ‘ลูกผู้ชาย’
แต่อย่างไรก็ดี เรื่องที่ว่านี้ถ้าหากจะเอามาอ่านกันเดี๋ยวนี้ก็ต้องถือเอาเป็นเพียง ‘หลักบอกเขต’ หลักหนึ่งในถนนอันยืดยาวไม่มีปลายทางของวรรณกรรม
จากจิตสำนึกที่ในแง่เกี่ยวกับ ‘คุณธรรม’ ต่อมา ก็ได้ก้าวไปสู่สภาวะที่เรียกว่า ‘ความเป็นธรรม'”
พัฒนาการ ทางการเขียน
พรมแดนใหม่ ความคิด
นี่เป็นบทสรุปอัน สุภา ศิริมานนท์ ประเมินแล้วเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2518 มอบให้ รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้มีส่วนอย่างสำคัญในการปลุกเรื่องราวของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ตั้งแต่ก่อนสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516
เป็นบทสรุปต่อพัฒนาการทางความคิดในเบื้องต้นของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เมื่อสำแดงผ่านรูปการณ์เขียนแบบนวนิยายโดยนาม “ศรีบูรพา”
ความน่าสนใจไม่เพียงเพราะเป็นเบื้องต้นของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
หากที่สำคัญยังเป็นเบื้องต้นของรูปการณ์เขียนแบบนวนิยายในวงวรรณกรรมยุคใหม่ของไทยอีกด้วย
น่ายินดีที่ สุภา ศิริมานนท์ ได้ทำหน้าที่ในการขยายบทสรุปนี้เป็นรูปธรรม
วิถี กุหลาบ สายประดิษฐ์
ชีวิต และ การต่อสู้
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2519 สโมสรนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ได้จัดอภิปรายในหัวข้อเรื่อง “ชีวิตและการต่อสู้ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์” ขึ้น ณ ที่ทำการสโมสร ถนนราชดำริ
ผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย สันต์ เทวรักษ์ เจ้าของนวนิยายเรื่อง “รักธรรมนูญ” อันลือชื่อ
สุวัฒน์ วรดิลก ซึ่งแจ้งเกิดผ่านการคัดสรรของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ด้วยเรื่องสั้นในยุค “สุภาพบุรุษ” ที่มีคำว่า “ประชามติ” ต่อท้าย
และ สุภา ศิริมานนท์ อันเคยเป็นนักข่าวประจำสำนัก “ประชาชาติ”
นอกเหนือจากเป็นการประมวลรากความเป็นมาทางด้านวิชาชีพหนังสือพิมพ์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ แล้ว สุภา ศิริมานนท์ ยังกล่าวถึงขั้นแห่งการก้าวกระโดดในทางความคิด
ที่ส่งผ่านการประพันธ์ในนามปากกา “ศรีบูรพา” อย่างมีลักษณะรวบยอด
คำอภิปรายของ สุภา ศิริมานนท์ ในเดือนมิถุนายน 2519 ต่อมา ได้รับการเรียบเรียงและตีพิมพ์ในนิตยสาร “โลกหนังสือ” ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายน 2521 ภายใต้หัวเรื่อง “ความทรงจำ ชีวิตและการต่อสู้ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์”
ต้องอ่าน
อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์
ผ่าน “สงครามชีวิต”
เมื่อพิจารณาถึงภาวะว่าด้วย “ความเป็นธรรม” ปัญหาก็ย่อมเลยไปถึงความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมเป็นธรรมดา
ซึ่งความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางสังคมนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏตำนัยน์ตาและทั่วไป
คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้ก้าวเข้าต่อกรกับความเหลื่อมล้ำอันนี้ด้วยความละเมียดละไมและสุขุม โดยอาศัยบทประพันธ์เป็นพาหะสำคัญทั้งเรื่องขนาดสั้นและขนาดนวนิยาย
นวนิยายของ “ศรีบูรพา” ที่นับว่าเด่นชัดเหนือยุคก็เห็นจะได้แก่ “สงครามชีวิต”
การที่กล่าวว่าเด่นชัด เหนือยุค โดยอาศัยเหตุและประจักษ์หลักฐานที่ว่าในช่วงระยะเดียวกันนั้นไม่ได้มีนักประพันธ์คนใดที่จะเขียนได้ถึงระดับนี้
นักประพันธ์คนอื่นๆ ไม่ว่าใน “กลุ่มสุภาพบุรุษ” หรือเพื่อนร่วมรุ่นของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่ปรากฏว่ามีใครก้าวหน้าหรือตื่นตัวไปในทางก้าวเข้าหาประ ชาชนคนสามัญได้เสมอเหมือน
หลายๆ คนอาจจะมีชื่อเสียงไปในทางแต่งนวนิยายได้ดี น่าอ่าน อ่านสนุก เพลิด เพลิน และบางเรื่องก็พอจะถือได้ว่าเป็นอมตะในฐานะของนวนิยาย
อย่างเช่น “ละครแห่งชีวิต” ของ ม.จ.อากาศดำเกิง ระพีพัฒน์ ซึ่งเป็นนวนิยายที่ผลักรุนให้ผู้อ่านมีความพิสมัยในชีวิตของนักหนังสือพิมพ์อย่างยิ่งเป็นเรื่องแรกในประวัติวรรณกรรมของไทย
แต่เนื้อหาสาระก็เป็นไปในทางที่ฝากชีวิตไว้กับโชคเคราะห์ ไม่ใช่เรียกร้องให้เกิดสำนึกในกรณีเกี่ยวกับ “ความเป็นธรรมแห่งสังคม”
ถ้าจะนับกันว่านวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่จะแพร่กระจายความคิด ความรู้สึกของท่านผู้อ่านไปในทาง “ความเป็นธรรมแห่งสังคม” ก็หมายถึงว่า คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้เป็นผู้เริ่มย่ำระฆัง
เพื่อให้เสียงเรียกร้องอันนี้ชำแรกแทรกซึมลงไปในจิตและในสายเลือดของการต่อสู้ในยุคใหม่ เสียงกังวานของระฆังนั้นมีอิทธิพลอย่างไร
ก็ดูจะเป็นที่รับรองกันได้อยู่แล้วตราบจนถึงชั่วขณะนี้
อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์
ก่อน วิกฤต “6 ตุลาคม”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สุภา ศิริมานนท์ อภิปราย “ชีวิตและการต่อสู้ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์” เมื่อเดือนมิถุนายน 2519
เป็นการรำลึกเนื่องในมรณกรรมเป็นปีที่ 2 ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
แม้ในขณะนั้นอัฐิของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ยังอยู่ที่มหานครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่กล่าวสำหรับบรรยากาศทางการเมืองโดยทั่วไปของสังคมประเทศไทยเป็นบรรยากาศที่คึกคักและตื่นตัวอย่างยิ่ง
วรรณกรรมของ “ศรีบูรพา” ได้รับการตีพิมพ์และมีผู้ขานรับไม่เพียงแต่ “จนกว่าเราจะพบกันอีก” และ “แลไปข้างหน้าเท่านั้น”
หากแม้กระทั่งเรื่องแปลจำนวนมากก็ถือได้ว่าเป็นหนังสือขายดี
เกียรติภูมิของ “ศรีบูรพา” สูงเด่น และถือเป็น “ปฏิมา” อันได้รับความเคารพศรัทธาเป็นอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่
แม้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมาจะเกิดรัฐประหารนองเลือดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519
นักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชน ถูกปราบปราม เข่นฆ่าและจับกุมคุมขัง แต่สำนึกใน “ความเป็นธรรมแห่งสังคม” ก็ได้จุดประกายขึ้นแล้ว
ดังเห็นได้จากรายละเอียดคำอภิปรายของ สุภา ศิริมานนท์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2519 ก็ยังตีพิมพ์อย่างหาญกล้าผ่านนิตยสาร “โลกหนังสือ” ในเดือนพฤศจิกายน 2521 เป็นการตีพิมพ์ภายหลังรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการพลเรือนในเดือนตุลาคม 2520
สำนึกใน “ความเห็นธรรมแห่งสังคม” นี้ “ศรีบูรพา” ปลุกและปักธงผ่านนวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” เมื่อปี 2474
ยังจุดประกายและเปล่งเสียงดังกังวานก้อง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
