bg-single

สงครามไซเบอร์ของจีน : 2) ปรับโครงสร้างจัดตั้ง เปิดฉากรุกทางยุทธการ/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

29.06.2021

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

 

สงครามไซเบอร์ของจีน

: 2) ปรับโครงสร้างจัดตั้ง เปิดฉากรุกทางยุทธการ

 

ช่วงที่สหายสีจิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศยุทธศาสตร์ยุทธวิธีสงครามไซเบอร์เพื่อโฆษณาชวนเชื่อและช่วงชิงมติมหาชนต่อที่ประชุมงานโฆษณาและอุดมการณ์แห่งชาติเมื่อปี 2013 นั้น สถานการณ์แผ่นดินใหญ่ไซเบอร์ของจีนอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง

ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตเข้าถึงจีนแล้วร่วม 20 ปี มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนกว่า 600 ล้านคน ซึ่งกว่า 80% ของจำนวนนี้ใช้เทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ มีชื่อโดเมน 18.44 ล้านชื่อ และเว็บไซต์เกือบ 4 ล้านแห่ง ซึ่งสามเว็บไซต์ในจำนวนนั้นติดอันดับสิบเว็บไซต์ใหญ่ที่สุดในโลก

พลเมืองเน็ตจีนพากันช้อปของออนไลน์ถึง 300 ล้านคน ขนาดของอีคอมเมิร์ซเบ็ดเสร็จแล้วใหญ่ถึง 10 ล้านล้านหยวน

ทว่าแม้แผ่นดินใหญ่ไซเบอร์ของจีนจะมโหฬาร แต่ไม่แข็งแกร่ง ขาดแคลนสารสนเทศพื้นถิ่นของจีนเอง มีช่องว่างดิจิตอลมหาศาลระหว่างเมืองกับชนบท ระดับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ก็ยังต่ำ

และตอนนั้นจีนยังตกเป็นเหยื่อการโจมตีออนไลน์ โดยม้าโทรจันและบอตเน็ตคุมโฮสต์ไอพีได้เกือบ 9 แสนแห่ง

ทำให้ความเป็นส่วนตัว สิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองจีนถูกล่วงละเมิดเป็นประจำ

(http://news.xinhuanet.com/politics/2014-02/27/c_119538719.htm)

ห้ามเข้า! มหากำแพงไฟเมืองจีนสำหรับเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ต

ฉะนั้น หลังสหายสีประกาศยุทธศาสตร์ยุทธวิธีแล้ว การสถาปนาโครงสร้างความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของจีน โดยปรับโครงสร้างการจัดตั้งเพื่อสร้างองค์กรนำรวมศูนย์ที่เป็นเอกภาพของรัฐ-พรรคในกิจการด้านนี้ก็ตามมา :

– ปี 2014 ประกาศจัดตั้งกลุ่มนำกลางสำหรับความมั่นคงไซเบอร์และกิจการสารสนเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นเพื่อชี้นำกำกับงานด้านอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ประกอบด้วยสมาชิก 22 คน

มีเลขาธิการพรรคสีจิ้นผิงเป็นประธานกลุ่ม

นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงและอดีตหัวหน้ากรมโฆษณากลางของพรรคหลิวหยุนซานเป็นรองผู้อำนวยการสองคน

สมาชิกอีก 8 คนเป็นสมาชิกกรมการเมืองและผู้นำอาวุโสของพรรคคนอื่นๆ

ส่วน 11 คนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับกระทรวงผู้เป็นตัวแทนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับกิจการสารสนเทศและความมั่นคงไซเบอร์

เอาเข้าจริงส่วนใหญ่แล้วนี่เป็นการยุบรวมสมาชิกขององค์กรที่บริหารปกครองกิจการออนไลน์ของจีนก่อนหน้านี้เข้าด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มนำกิจการสารสนเทศของรัฐ กับกลุ่มย่อยประสานงานความมั่นคงแห่งเครือข่ายและสารสนเทศของรัฐ ทั้งนี้เพราะเดิมทีโครงสร้างอำนาจบริหารจัดการอินเตอร์เน็ตของจีนแบ่งแยกแตกกระจายกันด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ อนึ่ง จุดน่าสนใจคือกลุ่มนำกลางฯ ใหม่นี้ได้เพิ่มโจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติจีน (ระหว่างปี 2002-2018) เข้ามาเป็นสมาชิกด้วย

(http://www.guancha.cn/politics/2014_02_28_209672.shtml)

– ปี 2018 ยกระดับฐานะกลุ่มนำกลางสำหรับความมั่นคงไซเบอร์และกิจการสารสนเทศขึ้นเป็นคณะกรรมาธิการสังกัดคณะกรรมการกลางของพรรคโดยสมบูรณ์

(https://chinacopyrightandmedia.wordpress.com/2018/04/22/xi-jinpings-speech-at-the-national-cybersecurity-and-informatization-work-conference/)

 

เมื่อโครงสร้างการจัดตั้งเข้าที่เข้าทาง จีนก็เปิดฉากรุกทางยุทธการในสงครามไซเบอร์ทันทีด้วยการเป็นโต้โผจัดประชุมอินเตอร์เน็ตโลก (World Internet Conference) ขี้นที่จีนในปี 2014 และ 2015 โดยเชิญผู้นำจากบรรดาประเทศพันธมิตรอำนาจนิยม ได้แก่ รัสเซีย ปากีสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน รวมทั้งผู้แทนจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าร่วม

สีจิ้นผิงขึ้นกล่าวปราศรัยหลักในที่ประชุม เสนอว่าทุกประเทศควรได้กำหนดกฎระเบียบกำกับควบคุมอินเตอร์เน็ตของตนเองตามหลักการอธิปไตยไซเบอร์ (cyber sovereignty) จีนหวังใช้การประชุมอินเตอร์เน็ตโลกที่ว่านี้มาสร้างแรงหนุนสากลแก่ทรรศนะข้อเสนอของตนดังกล่าว

ทว่าการประชุมนี้ถูกบอยคอตจากเอ็นจีโอที่คัดค้านระบอบเซ็นเซอร์อย่างกลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters without Borders) ค่าที่จีนตอนนั้นคุมขังผู้สื่อข่าวไว้เกือบ 40 คนในความผิดข้อหาโพสต์ข่าวข้อมูลต้องห้ามออนไลน์

แผ่นดินใหญ่ไซเบอร์ของจีนเป็นที่ตั้งบริษัทอินเตอร์เน็ตใหญ่ที่สุดในโลกบางแห่งและมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดในโลก (ถึง 650 ล้านคนในปี 2015) แต่จีนกลับบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศหลายร้อยแห่ง อาทิ BBC, Bloomberg, The New York Times, YouTube, Twitter, Facebook, Google, Instagram, Dropbox, Amnesty International, Human Rights Watch, etc.

จีนยังได้สร้างระบบเซ็นเซอร์ออนไลน์ที่กว้างขวางครอบคลุมและประณีตพิสดารที่สุดระบบหนึ่งของโลกขึ้นใช้ที่เรียกว่า “มหากำแพงไฟเมืองจีน” (The Great Firewall of China www.wired.com/1997/06/china-3/ ) ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990

นอกจากนี้ โพสต์บนเว็บไซต์ที่ทางการจีนอนุมัติ เช่น Weibo, WeChat, Youku ก็ถูกทางการลบทิ้ง (?) เป็นประจำ และข้อหาการเผยแพร่ข่าวลือออนไลน์ก็อาจทำให้พลเมืองเน็ตจีนต้องโทษจำคุกถึง 7 ปีได้

และแน่นอนว่าภายใต้การบัญชาการของแม่ทัพสีจิ้นผิง การกำกับควบคุมอินเตอร์เน็ตจีนก็ยิ่งกระชับเข้มงวดขึ้นไปอีก (https://www.bbc.com/news/world-asia-china-35109453)

(ตอนต่อไป “นักรบหมาป่าไซเบอร์ของจีน” สัปดาห์หน้า)

ใต้ภาพ

ห้ามเข้า! มหากำแพงไฟเมืองจีนสำหรับเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร