bg-single

มองบ้านมองเมือง : การสิ้นสุดของสรรพสิ่ง / ปริญญา ตรีน้อยใส

07.09.2021

 

การสิ้นสุดของสรรพสิ่ง

 

เมื่อมีการคิดค้นนาฬิกาแดดและนาฬิกาทราย สำหรับนับเวลาได้แล้ว มนุษย์จึงเลิกคาดเดาเวลา จากการสังเกตพระอาทิตย์ พระจันทร์ แบบโบราณ

เมื่อมีการคิดค้นกลไกนาฬิกา ที่บอกเวลาได้ถูกต้อง นาฬิกาแดดและนาฬิกาทรายจึงหมดความหมาย กลายเป็นเพียงแค่ของเก่าหรือของอนุรักษ์

เมื่อนาฬิกาขนาดใหญ่ ที่อยู่ตามยอดวิหารหรือปราสาท บอกเวลาให้ผู้คนรับรู้พร้อมกันทั้งหมู่บ้านหรือเมือง ค่อยๆ ลดขนาดลง จนสามารถพกพาหรือผูกข้อมือได้ นาฬิกาข้อมือจึงกลายเป็นอวัยวะใหม่ของร่างกาย ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต

เมื่อมีการคิดค้นระบบควอตซ์มาแทนระบบลานนาฬิกาแบบเดิมในปี 1970 ช่วยต่ออายุนาฬิกาข้อมือได้อีกหลายปี

แต่เมื่อระบบแจ้งเวลาอยู่ในทุกแห่งหน ในหลายรูปแบบ ทำให้กระแสความนิยมการผูกนาฬิกาข้อมือจึงค่อยๆ ลดลง

นาฬิกาข้อมือจึงพ้นสมัยไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ กล้องถ่ายรูป เครื่องพิมพ์ดีด โทรเลข โทรสาร รวมทั้งเพจเจอร์

มีเพียงพ่อค้านาฬิกา ที่พยายามรักษาตลาดนาฬิกาข้อมือไว้ โดยเปลี่ยนจากเครื่องแสดงเวลา เป็นเครื่องประดับเหมือนอัญมณี ศูนย์การค้าบ้านเรา จึงขยันจัดมหกรรมนาฬิกา เพื่อนำเสนอนาฬิการูปแบบสวยงาม ราคาแพง ให้เศรษฐีซื้อไว้ประดับบารมี ด้วยนาฬิกามีมูลค่าเพิ่ม

และทวีค่าเวลายืมเพื่อน

 

หากใช้นาฬิกาเป็นกรณีศึกษา เปรียบเทียบกับสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวในวันนี้ รวมไปถึงวิธีปฏิบัติ การดำเนินชีวิต และวิชาชีพของคนปัจจุบัน

จะพบว่าแต่ละสิ่ง แต่ละเรื่อง มีที่มายาวนาน จนเกิดความคุ้นเคย

แต่ก็จะแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ บางสิ่งเกิดขึ้นและสูญสิ้นไปในเวลาไม่นานนัก บางสิ่งเกิดขึ้นและคงอยู่ยาวนานหลายร้อยปี

ถ้าเชื่อตามทฤษฎีที่ว่า สิ่งต่างๆ ที่เป็นอยู่ในโลกปัจจุบัน เกิดขึ้นหลังจากอุกกาบาตตกทำลายสิ่งต่างๆ เมื่อหลายพันปี หรือหลังสงครามโลก ที่ทำลายบ้านเมืองและชีวิตผู้คนทั้งโลกเมื่อร้อยปี

การแพร่ระบาดของไวรัสมงกุฎ ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ คงจะเป็นเหมือนอุกกาบาตอีกลูกที่ตกลงมาบนโลก คงจะเป็นเหมือนสงครามโรค ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่อีกครั้ง

โรคร้ายนี้ นอกจากทำลายชีวิตผู้คนจำนวนมาก ยังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต อาชีพการงาน ไปจนถึงความนึกคิดของผู้คน

 

คงจะมีหลายสิ่งที่จะไม่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับนาฬิกาแดดและนาฬิกาทราย นาฬิกาลาน หรือนาฬิกาควอตซ์

เช่นเดียวกับการสอนแบบบรรยายในชั้นเรียน การทำงานในสำนักงาน หรือการรับประทานอาหารในร้านอาหาร

เช่นเดียวกับสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ วารสารศาสตร์ หรือวิศวกรรมสำรวจ

การกักตัวอยู่แต่ในบ้านนานๆ เช่นในเวลานี้ คงเป็นช่วงเวลาให้ไตร่ตรอง ทำความเข้าใจว่า สิ่งใด วิถีใด อาชีพใด และคนประเภทใด ที่จะถึงจุดสิ้นสุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’