bg-single

หลากหลายมุมมอง ก้อนหินและดอกไม้ ไลฟ์สด #พส. พระสงฆ์แห่งยุคสมัย/บทความในประเทศ

12.09.2021

บทความในประเทศ

 

หลากหลายมุมมอง

ก้อนหินและดอกไม้

ไลฟ์สด #พส.

พระสงฆ์แห่งยุคสมัย

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งกระแสที่ต้องจับตามองไม่แพ้การอภิปรายไว้วางใจ ก็คือกระแสความนิยมชมไลฟ์สดของ 2 พส. ที่หมายถึงพระสงฆ์ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” และ “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” พระลูกวัดสร้อยทอง ที่ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กทำสถิติคนดูสดพุ่งไปกว่า 2 แสนคน มิหนำซ้ำ คนชมยังมากกว่า ไลฟ์ม็อบ#ไล่ประยุทธ์ เสียอีก

แต่ละครั้ง ไลฟ์สด #พส จะมาพร้อมวลีเด็ดสุดฮาและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ชาวเน็ตขำจนท้องแข็งกันอย่างถ้วนหน้า และในการไลฟ์สดแต่ละครั้งก็จะมีหลากหลายคนที่เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงคนดังในแวดวงสัมคม แบรนด์สินค้า ฯลฯ

การได้รับความนิยมเท่ากับทำให้หลายคนหันมามองวงการศาสนามากขึ้น เมื่อไฟสปอตไลต์ส่องสว่างมากขึ้น ถูกพูดถึงมากขึ้น เป็นที่รู้จักมากขึ้น

แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการถกเถียงในวงกว้างที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายที่ออกมาติเตียน

 

“อาตมาเคยเป็นแบบนี้สมัยหนึ่ง” เสียงสะท้อนจาก “พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีของ 2 พส. ว่า สมัยหนึ่งอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช, คุณสมัคร สุนทรเวช, ท่านอาจารย์พุทธทาส ได้เตือนสติอาตมาโดยเฉพาะอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์บอกว่า ไม่ศรัทธาเลยที่อาตมาเทศน์แบบนี้ ในตอนนั้นเรายังไฟแรง ตอบย้อนไปแบบไม่ดีว่า ที่บวชไม่ได้ให้หม่อมคึกฤทธิ์ท่านมาศรัทธา คุณสมัครบอกว่าอยากให้อาตมาเทศน์แบบสุนทราภรณ์ แบบหลวงพ่อปัญญา บอกอาตมาเทศน์แบบจำอวดมากไป คนก็ไปถามหลวงพ่อพุทธทาสว่ารู้สึกอย่างไร หลวงพ่อท่านก็พูดดี บอกว่าเรายังไม่เคยเห็นเด็กๆ มาฟังธรรมะอย่างจริงจัง ไม่เคยเห็นพระในประเทศไทยทำได้ ยังแซวอาตมาว่า มาทีหลังแต่แซงหน้าท่านไปแล้ว ตอนนั้นอาตมาหัวเราะมาก ตอนหลังปรับตัวเร็วแต่กลับมาตำหนิอาตมาว่าเทศน์ไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน

“พระสงฆ์ 2 รูปนี้ก็เหมือนกัน เมื่ออายุมากขึ้นจะมีสติ สมาธิ ปัญญา จะมากขึ้นตามลำดับ คนในเมืองไทยเรามีหลายอย่าง คนวัยรุ่นชอบอีกอย่าง คนสูงอายุชอบอีกอย่าง อยากฝากไว้ว่าอย่าไปตำหนิอะไรกันมากเลย เมื่ออายุหรือพรรษามากขึ้น ความรู้สึกจะปรับเปลี่ยนไป อย่างไรเมื่อขึ้นตาชั่งแล้วยังได้ประโยชน์ มีที่ไหนคนฟังธรรมะ 2 แสนคน คนเสิร์ชเป็นล้าน มันอาจจะน้ำท่วมทุ่งสนุกสนานเบิกบานไปบ้าง แต่มันก็ดีที่เทศน์ให้สนุกสนาน ไม่ใช่เทศน์ให้ง่วง ให้เครียด ให้หลับ”

พระพยอมกล่าว

 

“วิธีการดังกล่าวเป็นการดำเนินการแนวใหม่ เปลี่ยนภาพลักษณ์การแสดงธรรม แต่ย่อมมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ที่แน่ๆ พระผู้ใหญ่ไม่ปลื้ม”

ความเห็นส่วนหนึ่งของ “เจ้าคุณพิพิธ” พระเทพปฏิภาณวาที วัดสุทัศนเทพวรารามฯ ที่ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของ 2 พส.

พร้อมกับกล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกห่วงใยอนาคตในวงการคณะสงฆ์ของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป เนื่องจากมีความรู้ดีทั้งคู่ พรรษาเกิน 10 ต่อไปต้องเติบโต ถ้าให้แนะนำควรปรับโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนาและพระพุทธวจนะเป็นแกนหลัก ส่วนมุขตลกหรือแก๊กเป็น 1 ใน 4 ของหลักการเทศน์อยู่แล้ว

“ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไป พระมีโซเชียลเป็นสื่อของตัวเอง ไม่ถูกควบคุม ผลิตเองได้ ถ้าออกโทรทัศน์อย่างในอดีตจะมีการตรวจสอบก่อน อะไรที่หนักไปแรงไปเกี่ยวกับการบ้านการเมืองจะถูกตัดออก บางครั้งยกทิ้งทั้งชั่วโมง ตลกไปก็ถูกขอตัด ส่วนตัวไม่ติดใจอะไร ถือว่าได้เรียนรู้ คนที่ไม่ชอบอย่าคิดว่าเขาเป็นศัตรู พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่เห็นโทษในตัวเราขอให้มองเป็นการชี้ขุมทรัพย์”

เจ้าคุณพิพิธกล่าว

 

“พฤติกรรมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พระสงฆ์ดังกล่าวมิใช่วัตรปฏิบัติของภิกษุที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” คือความเห็นของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ต่อกรณีของ พส.ทั้ง 2 รูป

นายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า สมาคมได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียโดยไลฟ์สด เอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมากๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนต์ขายสินค้า มาโปรโมตแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สด

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป

 

ความเห็นจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการ พศ. ในฐานะโฆษก พศ.กล่าวว่า การกระทำของ 2 พระสงฆ์ จะเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์หรือเจ้าอาวาส ที่เป็นผู้บังคับบัญชาขั้นต้นของพระทั้ง 2 รูป โดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา 38 ว่า เจ้าอาวาสมีหน้าที่อบรมบ่มนิสัยบรรพชิตและคฤหัสถ์ให้ตั้งอยู่บนความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา

และหากบรรพชิตและคฤหัสถ์ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสสามารถขับไปเสียจากวัดได้

ทั้งนี้ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะสังคมเราต้องการให้พระนำหลักธรรมคำสอนสู่สังคม เพื่อให้ทุกคนมีหลักธรรมประจำใจในการดำรงชีวิต ไม่ให้เกิดความผิดพลาดและสร้างความเดือดร้อนต่อสังคม แต่สิ่งสำคัญในความเป็นพระภิกษุสงฆ์คือ ความสำรวมในความเป็นสงฆ์

“โดยส่วนตัวจะไม่ไปวิเคราะห์แทนพี่น้องประชาชน เพราะเชื่อว่าประชาชนมีองค์ความรู้ มีความคิดเป็นของตนเอง สามารถวินิจฉัย พินิจพิเคราะห์ได้เองว่า การแสดงลักษณะนี้อยู่ในความสำรวมของสงฆ์หรือไม่”

นายสิปป์บวรกล่าว

 

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ออกแอ๊กชั่นโจมตี พส.ทั้ง 2 รูป ถึงขั้นวิจารณ์ให้ลาสิกขา

“ไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์กลายเป็นดารา เรื่องนี้พระธรรมวินัยห้ามไว้ ไม่ควรทำตัวเป็นดารานักแสดง ถ้าอยากจะเป็นดาราก็ควรจะลาสิกขา” นายไพบูลย์กล่าว

เสียงวิจารณ์ลุกลามไปถึงขั้น กมธ.ศาสนาฯ ที่นิมนต์ 2 พส. เข้าไปชี้แจงถึงการออกมาไลฟ์สด ซึ่งมีทั้งบอกว่า ไม่สามารถทำได้และสามารถทำได้

ซึ่งเรื่องนี้นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวว่า กมธ.ศาสนาฯ สามารถนิมนต์พระมาทำความเข้าใจได้ ตามข้อบังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี 2562 กำหนดให้ กมธ.ศาสนาฯ มีหน้าที่และอำนาจการทำกิจการพิจารณาสอบข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ทำนุบำรุงคุ้มครองศาสนา ดังนั้น เมื่อมีกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์กรณีการออกมาไลฟ์สดของ 2 พระสงฆ์

ในฐานะ กมธ.ศาสนาฯ ต้องทำหน้าที่ให้เกิดความชัดเจนขึ้น

 

กระแสสังคมดูเหมือนจะไม่มีผลหยุดการไลฟ์สดของ 2 พส.ได้ เพราะถึงแม้จะมีกระแสวิจารณ์ในทางชื่นชมและไม่ชื่นชอบ ติเตียน ออกมาอย่างต่อเนื่อง

กลับกัน 2 พส.เดินหน้าออกรายการทีวี ไลฟ์สดเผยแพร่ข้อคิดธรรมะต่อเนื่อง และสร้างรูปแบบการไลฟ์ใหม่ๆ ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งการร่วมไลฟ์สดกับคนดังมากมาย อาทิ พระมหาเทวีเจ้าแห่งเมืองทิพย์ เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ก VEEN ต้นตอที่มาคำศัพท์ที่พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ หยิบยืมมาใช้เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่

“อย่าเคลมพระพุทธศาสนาไว้คนเดียว คุณมีของดีหรือของมีค่าแต่ถูกเก็บไว้ในหีบและล็อกกุญแจ อย่างนั้นจะมีไว้เพื่ออะไร เหมือนธรรมะดีมากแต่จะสื่อกับใคร ธรรมะตอนนี้มีไว้เทศน์ให้ผีฟัง แล้วจะมีประโยชน์อะไร แค่ต้องนำมาย่อยเอามาหยอด ของมีค่าถ้าเก็บไว้ก็อาจไม่มีค่า” คือคำกล่าวของพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ที่ตอบข้อถามถึงกรณีดราม่าต่างๆ เกี่ยวกับการกระทำของ 2 พส.ที่เกิดขึ้นในสังคม

น่าจะเป็นข้อความที่ยืนยันได้ว่า พส.จะเดินหน้าเผยแผ่ธรรมะในรูปแบบการไลฟ์สดและใช้ภาษาที่เข้าถึงง่ายต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี