bg-single

‘สยามกับวิเทโศบายตะวันออกไกล’ (2480) : การเปลี่ยนวิเทโศบายภายหลังการปฏิวัติ 2475/My Country Thailand ณัฐพล ใจจริง

07.10.2021

My Country Thailand

ณัฐพล ใจจริง

 

‘สยามกับวิเทโศบายตะวันออกไกล’ (2480)

: การเปลี่ยนวิเทโศบายภายหลังการปฏิวัติ 2475

 

“ถ้าการก้าวหน้าของสยามยังอาศัยกางตำราภาษาต่างประเทศเปนแบบอยู่ตราบใด ก็ตราบนั้นสยามจะวิ่งตามหลังเขาอยู่เสมอ”

(ม.ร.ว.ทรงสุจริต นวรัตน 2480, 37)

 

การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของไทยจากการมองตะวันตกมาสู่การมองตะวันออกเกิดขึ้นจากกระแสความคิดแบบชาตินิยมที่ก่อตัวเริ่มทวีความเข็มข้นขึ้นภายหลังการปฏิวัติ 2475

ผนวกกับความรู้สึกเคืองแค้นมหาอำนาจตะวันตกที่มีชัยเหนือกว่าไทยในศึกแย่งชิงดินแดนที่ผ่านมา

ประกอบกับการก้าวขึ้นมาของญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ในเอเชียจากความสามารถในการปรับตัวเข้าสู่สมัยใหม่จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสร้างชาติญี่ปุ่นให้มีความทันสมัย การมีชัยเหนือรัสเซียในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (2447-2448) ไม่นานจากนั้น ญี่ปุ่นบุกแมนจูเรีย (2474-2475) และเหตุการณ์ที่สะพานมาโคโปโล (2480) แต่สันนิบาตชาติประสบความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความขัดแย้งอีกเช่นกัน

ไม่นานจากนั้น ญี่ปุ่นได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดระเบียบโลกของเอเชียแทนมหาอำนาจตะวันตก

ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกทั้งในยุโรปจาการก้าวขึ้นมาของเยอรมนีและเอเชียของญี่ปุ่นอันสำคัญยิ่งนั้นย่อมมีผลต่อไทยด้วยเช่นนั้น

ในครั้งนั้น ไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญเช่นกัน กล่าวคือ เกิดการปฏิวัติ 2475 ดังนั้น ท่ามกลางการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ของญี่ปุ่นในเอเชีย รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองภายในของไทย

ดังนั้น ไทยควรจะดำรงตนอย่างไร กลายเป็นคำถามร่วมสมัยที่ดังมากขึ้นในสังคมไทย

ภายหลังการปฏิวัติ 2475 หนังสือการเมืองว่าด้วยความก้าวหน้าของญี่ปุ่นได้กลายเป็นหนังสือที่ถูกผลิตจำหน่ายอย่างแพร่หลาย เช่น สุรบุรุษแห่งอุทัยประเทศ (2478) บูชิโด (2478) ไดนิ (2478) เที่ยวเอเชียตะวันออก (2478) บทเรียนจากญี่ปุ่น (2478) เป็นต้น

ภาพล้อไทยเปรียบเป็นเต่าถูกมหาอำนาจตะวันตกจิกตีในหนังสือสยามกับวิเทโศบายตะวันออกไกล

ผู้เขียน สยามกับวิเทโศบายตะวันออกไกล (2480) เล่มนี้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดแห่งยุคสมัย คือ หม่อมราชวงศ์ทรงสุจริต นวรัตน เขาเป็นบุตรของหม่อมเจ้าธำรงวรวัฒน์ (พ.ศ.2424-2489) มีพี่น้อง ดังนี้ หม่อมราชวงศ์อนุธำรง หม่อมราชวงศ์ทรงสุจริต หม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล หม่อมราชวงศ์หญิงกมลพิศมัย หม่อมราชวงศ์หญิงพิไลเลขา หม่อมราชวงศ์สง่ายรรยง หม่อมราชวงศ์หญิงสุวลี หม่อมราชวงศ์หญิงแน่งน้อย

เขาเป็นนักหนังสือพิมพ์ เคยทำงานให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น ธรรมาธิปไตย อีกทั้งเขาเป็นนักเขียนที่ให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนั้น และเขียนหนังสือตีพิมพ์หนังสือหลายเล่ม เช่น ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญ (2478) สยามรัฐปฏิวัติ (Siam reformation) สยามแปลงรูปยุคดึกดำบรรพ์ (2479) และพรรคการเมืองสยามและต่างประเทศ (2481) เป็นต้น

เขาเล่าว่า ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว “หัวใจของข้าพเจ้าจดจ่อกับความก้าวหน้าของสยามมาช้านาน” จึงพยายามเขียนแสดงความเห็นเพื่อให้ชาติก้าวหน้าตามชาติอารยะ

เขาเคยใช้นามปากกา “ฆ้อนทองแดง” เขียนบทความชื่อ “สยามควรบำรุงกำลังทหารก่อนอื่น จงดูตัวอย่างญี่ปุ่นเพื่อนบ้านเราเถิด” เมื่อ 2477 ในหนังสือพิมพ์ธัมมาธิปไตย มีจุดยืนสนับสนุนให้ไทยพัฒนากองทัพให้เข้มแข็งจนได้รับคำชมเชยจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม ความว่า

“วันที่ 11 ตุลาคม 2477 เรียนท่านฆ้อนทองแดง ผมได้อ่านความเห็นในหนังสือธัมมาธิปไตยวันนี้ รู้สึกเป็นที่ปลาบปลื้มมาก เพราะความเห็นของท่านเปนถูกแน่ และเปนอย่างเดียวกับความเห็นอย่างเดียวกับผม…ผมจึงเห็นว่าประเทศจะเจริญ ประเทศจะอยู่เปนอิสสระภาพได้ ก็เพราะการบำรุงทหาร ทหารในบัดนี้คือทหารของชาติ, ของประชาชน มิได้เปนของใคร ในที่สุดหวังว่า ท่านคงจะช่วยบ้านเมืองโดยชี้แจงให้เพื่อนร่วมชาติทั้งหลายมีความเข้าใจในทางที่ถูก ตามที่คุณเคยเคยไว้แล้วนั้น และขอท่านจงมีความสุข, ความเจริญยิ่งๆ ต่อไป ขอแสดงความนับถืออย่างสูง หลวงพิบูลสงคราม”

สิ่งพิมพ์ขนาดเล็กภายหลัง 2475 ราคาถูกและชื่นชมความก้าวหน้าของญี่ปุ่น

หนังสือ “สยามกับวิเทโศบายตะวันออกไกล” ประกอบด้วย 4 บท คือ อารัมภบรรพ วิเทโศบายคืออะไร วัตถุประสงค์ของรัฐ เดิมโลกตะวันออกวิ่งขึ้นหน้าโลกตะวันตก ต่อมาโลกตะวันตกวิ่งขึ้นหน้าโลกตะวันออก เปลวสงครามโลกในอนาคต หลักการเตรียมพร้อม

บรรพที่ 1 ไทยในยุคอดีตมัวนอนหลับเสียจริงหรือ โลกเมื่อหลังมหาสงคราม เหตุที่ไทยเป็นชาติใหญ่กลับกลายเป็นเล็กกว่าจีน ทางลัดของชาติน้อยที่ก้าวไปสู่สถานะชาติมหาอำนาจ วิเทโศบายในกาลอดีตของสยาม

บรรพที่ 2 ไทยในอดีต ญี่ปุ่นในอดีต เทพวิถีของญี่ปุ่น หลักวิเทโศบายในกาลอดีตของญี่ปุ่น วิเทโศบายของญี่ปุ่นต่อมวลชาติผิวขาว และจีน สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น

บรรพที่ 3 ไทยในปัจจุบัน โรคนอนหลับของจีน สัมพันธภาพในโลกตะวันออก ไทยอย่ามัวลังเลใจ โฉมหน้าใหม่ของไทยในอนาคต ข้อเปรียบเทียบอารยธรรมและหว่างไทยกับญี่ปุ่น ดวงวิญญาณของไทยในอนาคต

เขาวิเคราะห์ว่า ขณะนั้น ในเอเชียมีมหาอำนาจที่สำคัญคือ จีนและญี่ปุ่น ส่วนไทยตกอยู่ภายใต้สัมพันธภาพของมหาอำนาจสำคัญ (Little entente) แต่ทั้งหมดล้วนตกอยู่ภายใต้การคุกคามจากเจ้าอาณานิคมคนขาว แต่จีนเปรียบเหมือนยักษ์หลับ จึงเหลือแต่เพียงญี่ปุ่นที่ปรับตัวจนก้าวหน้า

นอกจากนี้ ในหนังสือเล่มนี้ มีภาพล้อเลียนนโยบายต่างประเทศของไทยในอดีตว่า ไทยเปรียบเหมือนกับเต่าที่หลบในกระดองยอมให้นกเกเรจิกกัดทั้งซ้าย-ขวา

ตัวอย่างผลงานของ ม.ร.ว.ทรงสุจริต นวรัตน

จากภาพตีความได้ว่า เต่าหมายถึงสถานะของไทยและการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในอดีต

โดยนกเกเรทั้ง 2 ตัวที่อยู่ด้านข้างของเต่า หมายถึง อังกฤษและฝรั่งเศส

แต่ภายหลังการปฏิวัติ 2475 แล้ว เขาเห็นว่า ไทยมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น เขายกตัวอย่างการหยิบยื่นมิตรภาพของไทยที่มีต่อญี่ปุ่นในคราวการงดออกเสียงในการประณามญี่ปุ่นที่สันนิบาตชาติ เขาอ้างข้อความที่ตัวแทนญี่ปุ่นกล่าวกับไทยว่า หากในอนาคตมีมหาอำนาจตะวันตกมารังแกไทย ญี่ปุ่นจะช่วยเหลือไทย ว่านี่คือสัญญาณของความใกล้ชิดกัน (85)

เขาเห็นว่า ในอดีต รัฐบาลระบอบเก่าดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยให้ความสำคัญกับมหาอำนาจตะวันตก แต่รัฐบาลประชาธิปไตยให้ความสำคัญกับญี่ปุ่นเป็นนโยบายที่ถูกต้องตามยุคสมัยแล้ว

เขาวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่รัฐบาลในระบอบเก่าคบแต่มหาอำนาจตะวันตก เนื่องจากผู้ปกครองสมัยนั้นดำเนินการตามแบบอย่างในอดีต ซึ่งขณะนั้น ญี่ปุ่นอยู่ในฐานะเริ่มตั้งต้นพัฒนาประเทศเท่านั้นจึงทำให้ผู้ปกครองในระบอบเก่าไม่ให้ความสำคัญ

แต่ปัจจุบันนั้น ญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจแล้ว เขาเห็นว่า ทุกวันนี้ ญี่ปุ่นเป็นเพื่อนร่วมผิวที่จะช่วยไทยป้องกันภัยชาวผิวเหลืองจากพวกผิวขาวได้

เขาเห็นว่า สาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นก้าวหน้า คือ การมีนโยบายต่างประเทศอันชาญฉลาด ดังนั้น เขาเสนอให้ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น (95-96,139)

เขาเปรียบเทียบญี่ปุ่นกับไทยมีความเหมือนกันหลายประการ และเชื่อมั่นว่า หากดำเนินการตามแบบญี่ปุ่นแล้วไซร้ ไทยจะมีความเข็มแข้งและก้าวหน้าได้ด้วยเช่นกัน

เขาเห็นว่า ในยุคไทยปกครองระบอบประชาธิปไตย ไทยมีความสัมพันธอันดีกับญี่ปุ่น ไม่ง่ายที่ชาติตะวันตกจะมารังแกไทยเฉกเช่นในอดีต

ประสบการณ์ในอดีตและอนาคตใหม่ของไทยจากนโยบายต่างประเทศ

“สยาม…กลายเป็นปูที่กำลังอ้าก้ามป้องกันภัยอยู่ทั้งซ้ายและขวาเสียแล้ว… สยามเลิกบำเพ็ญตนเป็นเต่าหัวหด พยายามยกตนเองขึ้นเสมอกับชาติใหญ่” ด้วยการแสวงหาพันธมิตรและการเริ่มเป็นผู้กล้าสงคราม ท่ามกลางความวุ่นวายของการเมืองโลก เขาเรียกร้องว่า “เมื่อวิถีโลกมีอยู่เช่นนี้ แม้นว่าสยามเราจะรักสงบโดยอารยะวิสัย ก็ขออย่าให้ธรรมแห่งความสงบมัดมือเท้าไว้เป็นมัดหมูให้ปรปักษ์ตะลุยเลือดเราได้ข้างเดียว แต่ขอให้พวกเราจงรักความเป็นไทยแห่งชาติให้มากกว่าสิ่งอื่นเถิด” (105)

ดังนั้น หากประเมินจากกระแสความสนใจของสังคมจากหนังสือการเมืองว่าด้วยการต่างประเทศข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า ภายหลังการปฏิวัติ 2475 สังคมไทยมีความสนใจในความก้าวหน้าของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ผนวกกับกระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นในสังคมค่อยๆ เปลี่ยนความสนใจของสังคมไทยจากการมองตะวันตกตามอย่างระบอบเก่ามาสู่การหันมองตะวันออกในท้ายที่สุด

อันสะท้อนให้เห็นว่า ภายหลังการปฏิวัติ กระแสสังคมหรือมติมหาชนที่มีต่อเหตุการณ์การเมืองโลกมีส่วนในการผลักดันนโยบายต่างประเทศของไทยในครั้งนั้น

ม.ร.ว.ทรงสุจริตเห็นว่า ไทยยุคใหม่จะเป็นปูที่มีอาวุธป้องกันตนเองจากมหาอำนาจตะวันตก

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร