bg-single

ความหวัง ‘อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์’ การเมืองปี 2565 ‘นองเลือดให้น้อยที่สุด ไม่นองเลือดเลยไม่มี’/รายงานพิเศษ

22.12.2021

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

ความหวัง ‘อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์’

การเมืองปี 2565

‘นองเลือดให้น้อยที่สุด ไม่นองเลือดเลยไม่มี’

 

“ผมคิดว่าผู้มีอำนาจสามารถกดผู้ชุมนุมได้ชั่วคราว มองจากการกดจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น คำถามคือ คุณจะกดสภาพทั้งหมดได้อีกนานเท่าไหน? ผมคิดว่าอีกไม่นานนัก” ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองสังคมไทยหลังจากนี้ โดยเฉพาะในปี 2565 จะมีการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถกดไว้ได้อีกต่อไปจากรัฐ

ศ.ดร.อรรถจักร์มองว่า กลุ่มเด็ก กลุ่มชนชั้นกลางจะเคลื่อนไหวในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึง และงงว่าเคลื่อนมาได้อย่างไร เพราะว่าการกดทับตรงนี้ ถ้ากดแล้วรู้สึกว่า “กูต้องยอมมึง” ก็ถือว่าเขาทำสำเร็จ แต่การกดครั้งนี้ไม่ใช่ มันคือเขากดแล้วคนมันไม่ยอม คนกำลังหาทางอยู่ เลยคิดว่า สามารถกดได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งหลายคนก็พูดตรงกันว่า การพยายามที่จะกดแบบนี้จะทำให้คนยิ่งไหลเข้าไปเล่นกันใต้ดินมากขึ้น ซึ่งใต้ดินในที่นี้หมายความว่าข้อมูลข่าวสารที่ กสทช.ห้าม มันจะไหลถี่มากขึ้น แล้วอย่างนี้จะยิ่งทำให้แพร่ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

ผมคิดว่าวิธีที่รัฐบาลกระทำอาจจะทำให้เขารู้สึกดีใจในวันนี้ว่าเขาสามารถที่จะกดได้ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน อาจจะก่อนการเลือกตั้งไม่นานนักอาจจะมีสิ่งที่เราคาดไม่ได้ โผล่ขึ้นมา

ศ.ดร.อรรถจักร์มองไปที่ขบวนการภาคประชาชนว่า เขาเข้มแข็งมากขึ้นในแง่ agenda ร่วมกัน เข้มแข็งในการเซ็ตประเด็นแล้วก็เคลื่อนไหวตามเป้า คิดว่าตรงนี้มีการถักสานกันแน่นค่อนข้างแน่นมาก เช่น การสื่อสารกันบนทวิตเตอร์ หรือช่องทางอื่นๆ มันเห็นการร่วมมือกันในหลายอย่าง จนนักสังคมวิทยา นักรัฐศาสตร์จำนวนหนึ่งเขาพยายามจะวิเคราะห์เรื่อง “การลุกฮืออย่างเป็นไปเอง” เขามองว่าจะเกิดขึ้นจากฐานพวกนี้ แล้วจะลุกฮือจนมีผลกระทบ

นี่คือความเข้มแข็งที่ผมเห็นในภาคประชาชนคือภาพแบบนี้ ซึ่งอาจจะฝังรากลึก ซึ่งการลุกฮือขึ้นมาโดยเป็นไปเองมันมีผลทั้งสองด้าน

ด้านหนึ่ง คืออาจจะเกิดการความปั่นป่วนวุ่นวายสักพักหนึ่งและต้องมีการจัดระบบกันใหม่ในกลุ่มอำนาจ ถึงกับต้องยอม

อีกด้านหนึ่ง มันกินเวลายาวนาน มันจะเกิดขึ้นเป็นจุดๆ กระจายไปทั่ว เราก็ประเมินไม่ได้ว่ามันจะยาวนานไปถึงเมื่อไหร่ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ และสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญห้ามปรามไว้ก็คงไม่มีทางจะเกิดขึ้นอย่างที่เขาห้าม

ดังนั้น ผู้มีอำนาจจะมีความสุขอยู่ในตอนนี้แค่นั้น หลายคนพูดตรงกันว่านี่คือกาจุดชนวนครั้งใหม่ เพียงแต่ว่าชนวนนี้มันยาวหน่อย มันจุดลงไปในใจคนแล้วรอวันระเบิดพร้อมกัน

การที่ชนชั้นนำระดมสรรพกำลัง ใช้กระบวนการยุติธรรมและองคาพยพทุกด่านมาค้ำจุนอำนาจไว้ ในวันข้างหน้ามันจะพังกันไปหมด คือคนจะสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบทั้งหลายมันจะพังกันไปหมด

มองจากสายตาพวกเราผมคิดว่ามันไม่คุ้มค่าเลย มันเป็นการทำลายสังคม แต่ถ้ามองจากจุดยืนของพวกเขาเครือข่ายอนุรักษนิยมเขาคงประเมินเฉพาะหน้าว่ายันเอาไว้ก่อน แล้วค่อยคิดทางแก้เอาในอนาคต

ซึ่งสำหรับผมเองผมอยู่ฝั่งที่บอกว่าคุณกำลังทำลายทั้งสังคมนี้ แต่ฝั่งของพวกเขา ผมคิดว่าตอนนี้เปรียบเหมือนเขากำลังเล่นไพ่หรือเล่นอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการซื้อเวลาไว้ก่อน ซึ่งผลแบบนี้คือการมองอนาคตไม่ไกล และก็หวังว่าตัวเองจะแก้ไขอะไรในอนาคตได้ ซึ่งทันทีที่คุณเริ่มเดินไปแบบนี้มันยิ่งแก้ไขยากขึ้น

ทั้งนี้ ศ.ดร.อรรถจักร์เชื่อว่าชนชั้นนำเห็นสัญญาณนี้อยู่ว่าจะฝืนทานไม่ได้ เพียงแต่ว่าเขาก็คงคิดจะซื้อเวลาให้มากที่สุดโดยเชื่อว่าทุกอย่างมันจะค่อยๆ คลี่คลายแล้วไปคิดทางแก้ไขเอาข้างหน้า นี่คือการใช้เวลาทางการเมืองเพื่อต่อชีวิตของโครงสร้างแบบนี้

ถามว่าจะทำได้หรือไม่ ในประวัติศาสตร์มีตัวอย่างให้เห็นชัดหลายครั้งว่า ทำไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วคุณต้องเข้าใจและเข้ามาต่อรอง ซึ่งวันนี้เขาเห็นสัญญาณน้อยไป เขาคิดว่าเขาจะซื้อเวลาได้บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบเดิมๆ

ผมเชื่อว่าถ้าหากกลุ่มพวกเขาได้นักคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่จะบอกเขาได้ว่ามันไม่ใช่แล้ว เครือข่ายชนชั้นนำเขาอาจจะปรับตัว

 

ศ.ดร.อรรถจักร์บอกอีกว่า ถ้าหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นต้นปี 2565 ผมคิดว่าช่วงเวลาแห่งการรอดูรัฐบาลจะเกิดขึ้นจากช่วงต้นปีไปถึงปลายปี พอถึงปลายปีเสร็จแล้วผมคิดว่าการเคลื่อนไหวต่างๆ จะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ มิติ

ถ้าพลังประชารัฐยังเป็นรัฐบาลต่อซึ่งผมคิดว่าแนวโน้มก็คงจะเล่นกันทุกวิถีทางเพื่อได้เป็นต่อ ทุกอย่างก็ยังจะเป็นแบบนี้ ดังนั้น ให้เวลาเขาสัก 1 ปีสำหรับการทำงานของรัฐบาลใหม่แล้วเขาจะพบว่า นรกมีจริง

ผมเชื่อว่าปลายปีหน้าหลังเลือกตั้ง ถ้าหากเขายังทำงานกันแบบนี้ซึ่งแนวโน้มมันก็เป็นแบบนี้ ผมคิดว่าในปลายปีหน้าจะมีภาวะปั่นป่วนค่อนข้างสูงขึ้นและจะเกิดขึ้นในทุกระดับของสังคมถ้าดูจากความไม่พอใจ ณ ปัจจุบันนี้ รวมถึงสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่อยากให้เกิด ผมคิดว่ามันก็เป็นไปได้ อาจจะเกิดอะไรที่เราจะคาดไม่ถึง ก็เหมือนตอนที่เด็กออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งคนแก่อย่างผมเองก็คาดไม่ถึงว่าเขาพูดได้อย่างไร ทําได้อย่างไร

หากพวกเขาตระหนักก็ต้องใช้การเลือกตั้งเป็นตัวที่จะทำให้เกิดการปรับตัวให้มากที่สุด ผมคิดว่าเขาอยากจะเอาทุกอย่าง กินแบ่งอยู่ในกลุ่มของเขา เขาไม่ยอมกระจายลงมาข้างล่าง มันคือความรู้สึกที่หนักหน่วงมากขึ้น วันนี้สมมุติว่าลูกเศรษฐีคนหนึ่งซื้อรถราคา 20 ล้านเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดพ่อ ในขณะที่คนอีกจำนวนหนึ่งหางานเกือบจะไม่ได้ ผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้จะยิ่งสูงขึ้น

ผมอยากใช้คำว่าเราอยู่ในยุคสมัยของความโกรธและความเกลียดชัง เพียงแต่พลังตรงนี้ เวลานี้มันถูกกด แต่มันจะปะทุมาเมื่อไหร่ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล

เพราะฉะนั้น ชนชั้นนำที่อาจจะเอาทุกอย่างและเป็นการกระจุกตัวกันอยู่ข้างบน มันอันตรายสำหรับคุณด้วย ที่ผ่านมาก็หนักอยู่แล้ว แต่จะยิ่งก่อให้เกิดความโกรธและเกลียดกันมากขึ้นไปอีก

 

ศ.ดร.อรรถจักร์มองอีกว่า ผมคิดว่าเครือข่ายชนชั้นนำยังไม่เห็นตัวเลือกที่ดีกว่าประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เครือข่ายชนชั้นนำทั้งหมดเขาเริ่มรู้สึกว่าลุงตู่ไม่น่าจะไหวแล้ว ตอนนี้ประยุทธ์จึงจำเป็นจะต้องสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อรักษาภาพทั้งหมดที่เป็นภาพของเครือข่ายชนชั้นนำ เพียงแต่ผมก็นึกไม่ออกว่าเขาจะเลือกใครมาแทนได้ และเขาก็ยังไม่สามารถหาพรรคการเมืองที่เป็นตัวเลือกอื่นได้ ประชาธิปัตย์ก็ไม่ไหว มันไม่มีทางออกกับเครือข่ายชนชั้นนำ บริษัทยักษ์ใหญ่และธุรกิจเศรษฐีต่างๆ ก็รู้สึกแฮปปี้กับชุดนี้ ถึงจุดนั้นแล้วเขายังหาตัวไม่ได้ก็คงต้องเป็นลุงตู่อีกรอบหนึ่ง แต่เวลามันจะสั้นขึ้นเพราะลุงตู่คงไม่สามารถทำอะไรได้ดีกว่าที่ผ่านมา ดีที่สุดก็คือทำได้เท่าที่ผ่านมา (ซึ่งก็แย่มาก)

อย่างไรก็ตาม ผมกังวลว่ารัฐจะใช้วิธีเดิมๆ ผมเองคิดว่าหลังเลือกตั้งไปแล้ว การเมืองในท้องถนนเองก็ควรจะเรียนรู้ในการที่จะปรับตัวก่อน คิดว่าหลังจากเลือกตั้งปลายปี ถ้าหากเขาปรับตัวยังไม่ได้แล้วก็เจอสถานการณ์แบบนี้ ผมคิดว่าหนทางสุดท้ายคือความรุนแรง และความรุนแรงนี้อาจจะหนักกว่าปี 2553 ปีที่เสียชีวิตมากกว่า 99 ศพ

ครั้งนี้ก็อาจจะหนักหน่วง อาจจะมีภาพการไล่ลงมาจับอาจารย์ถึงในมหาวิทยาลัย หากเลือกตั้งไปแล้ว เขายังจัดการไม่ได้

ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าเขาคงจัดการไม่ได้ ถามว่าถ้าจัดการไม่ได้แล้วคุณจะเลือกอะไร จะเลือกตั้งใหม่หรือไม่ หรือจะใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าเขาจะเลือกใช้ความรุนแรง และใช้ความรุนแรงแล้วไม่ได้ผล เขาก็จะเลือกลาออกหรือยอมให้มีเลือกตั้งใหม่ ประมาณพม่า model

สุดท้ายตัวผมเองเหลือความหวังอยู่อย่างเดียวว่าการเคลื่อนไหวของเด็ก ของพี่น้องประชาชน ของชนชั้นกลางจะไม่บ้าเลือด ผมเองหวังว่าการต่อสู้หลังจากนี้ไปปีหน้าเรื่อยไป มันจะไปกระตุ้นให้ชนชั้นนำกับเครือข่ายชนชั้นกลางจำนวนมากที่แวดล้อมอยู่จำนวนหนึ่งถอยออกมา เมื่อนั้นมันก็จะมีทางออก ที่นองเลือดน้อยที่สุด

ผมเองรู้สึกว่าความหวังของผมที่มีอยู่คือการนองเลือดให้น้อยที่สุด ทางที่จะไม่นองเลือดเลย ผมรู้สึกว่ามันมองไม่เห็นแล้ว พอนองเลือดน้อยที่สุด ชนชั้นนำเห็นแล้วว่า ไม่สามารถจะปกครองได้บนซากปรักหักพัง คุณก็ต้องถอย

ฟังดูแล้วก็เศร้านะครับ

ติดตามคลิปได้ที่

https://bit.ly/31ZhW7A



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)