bg-single

จับสัญญาณ สยบคลื่นใต้น้ำในกองทัพ ‘บิ๊กแก้ว’ คอแดง เยียวยา ‘คอเขียว’ สกัด ‘ยุทธการเสียบยอด’ จับตา ‘บิ๊กจ่อย’ เสือป่าทัพไทย ชิง ‘บิ๊กบุ๋ม-บิ๊กอ๊อบ’/รายงานพิเศษ

22.12.2021

รายงานพิเศษ

 

จับสัญญาณ

สยบคลื่นใต้น้ำในกองทัพ

‘บิ๊กแก้ว’ คอแดง

เยียวยา ‘คอเขียว’

สกัด ‘ยุทธการเสียบยอด’

จับตา ‘บิ๊กจ่อย’ เสือป่าทัพไทย

ชิง ‘บิ๊กบุ๋ม-บิ๊กอ๊อบ’

 

แม้กองทัพจะดูนิ่งสงบ แต่กลับมีกระแสข่าวตลบอบอวลแบบมองข้ามช็อตกันไปแล้ว ถึงการจัดวางตัวแม่ทัพนายกองที่จะมาคุมกองทัพ ในยามที่กองทัพกำลังถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

เพราะหลังปีใหม่ กองทัพจะเข้าสู่ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายอีกครั้ง แม้จะเป็นโยกย้ายกลางปี แต่สัญญาณการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มมีออกมา สะท้อนไปถึงโยกย้ายปลายปีเลยทีเดียว

เพราะข่าวสะพัดแรงใน บก.ทัพไทย และใน ทบ. ว่า บิ๊กอ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา เตรียมเก็บข้าวของ และจัดทีมที่จะย้ายบ้าน จาก บก.ทบ.ราชดำเนิน ไปอยู่ บก.ทัพไทย แจ้งวัฒนะ

คาดว่าจะถูกส่งไปเป็นเสนาธิการทหาร ต่อจากบิ๊กโจ้ พล.อ.ณตฐพล บุญงาม รุ่นพี่ ตท.21 ที่จะเกษียณ เพื่อเตรียมจ่อขึ้น ผบ.ทหารสูงสุด ต่อจากบิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ที่จะเกษียณกันยายน 2566

ด้วยสเป๊กการจบนอก นายร้อยเวอร์จิเนียร์ ที่บล็อกไม่ให้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ. เพราะม่านประเพณีไม่จบ จปร. แต่กลายเป็นคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นเสธ.ทหาร ที่ต้องออกแนวอินเตอร์ เช่นเดียวกับ พล.อ.ณตฐพล ที่แม้จบ จปร.32 แต่เพราะเคยเป็น ผช.ทูตทหาร ประจำวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เพราะเสธ.ทหารจะต้องดูแลเรื่องการฝึกร่วมกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ

พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี

แต่ทว่า บก.ทัพไทยก็ยังมี 2 แคนดิเดตที่ “คนใน” ที่จะสู้กับ พล.อ.ทรงวิทย์

ทั้งบิ๊กจ่อย พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสธ.ทหาร เตรียมทหาร 24 ถ้าเทียบรุ่นก็รุ่นเดียวกับ พล.อ.ทรงวิทย์ ที่แม้ไม่จบ จปร. แต่ก็ยังเรียน รร.เตรียมทหาร รุ่น 24 แม้จะแค่ระยะสั้นๆ ก่อนไปเรียนต่อสหรัฐก็ตาม

และบิ๊กบุ๋ม พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) ผอ.ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง (ผอ.ศปร.)

แต่ใน บก.ทัพไทย ดูจะให้น้ำหนัก พล.อ.สุวิทย์มากกว่า เพราะเป็นน้องรักในคลัสเตอร์ทหารม้า ในเครือข่ายบิ๊กแก้ว ที่ดึงตัวมาจาก ทบ. แถมรู้กันดีว่า พล.อ.เฉลิมพลเป็นทหารม้าเลือดแท้ ที่รักพวกพ้อง ดูแลพี่น้องทหารม้า จนทำให้ บก.ทัพไทยกลายเป็นที่รวมของทหารม้า หลายเจเนอเรชั่นไปแล้ว

อีกทั้ง พล.อ.สุวิทย์ก็เป็นนายทหารม้าคอแดง ที่จะขยับขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุดคอแดง คนที่ 2 ต่อจาก พล.อ.เฉลิมพลที่เกษียณกันยายน 2566 ได้พอดี

แต่กลับมีรายงานว่า พล.อ.เฉลิมพลได้บอกกล่าวกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ใน บก.ทัพไทย ว่า ตำแหน่ง ผบ.ทหารสูงสุด ไม่จำเป็นต้องเป็น “ทหารคอแดง” ทหารที่ผ่านการฝึกหลักสูตร ทม.รอ. และอยู่ใน ฉก.ทม.รอ.904

พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง

 

จึงทำให้ พล.อ.ธิติชัยกลายเป็นแคนดิเดตที่มีความหวัง แม้จะเป็นเหล่าทหารปืนใหญ่ ไม่ใช่ทหารม้า เพราะหากเทียบเส้นทางเดินแล้ว ได้เปรียบกว่า พล.อ.สุวิทย์ และสูสีกับ พล.อ.ทรงวิทย์ ศิษย์นายร้อย VMI เพราะก็ผ่านเมืองนอกเมืองนามาไม่น้อย ทั้งสอบได้ที่ 1 ได้ไปเรียนชั้นนายพันเหล่าทหารปืนใหญ่ที่ Fort Sill สหรัฐอเมริกา แถมได้รับรางวัล Master Warfighter

หลังเรียนจบ รร.เสนาธิการทหารบก พล.อ.ธิติชัยสอบได้ที่ 1 ได้รับทุนไปเรียนต่อ รร.เสธ.ทบ. สหรัฐ ที่ Fort Leavenworth แถมยังจบปริญญาโท สาขาการระหว่างประเทศและการทูต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในแง่เนื้องาน พล.อ.ธิติชัยเติบโตมาในสายงานยุทธการ ในกรมยุทธการทหารตั้งแต่ ผอ.กองยุทธการ ผอ.สำนักปฏิบัติการ ผอ.สำนักวางแผนการฝึกร่วมและผสม จนเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหาร ก่อนเป็นเจ้ากรมยุทธการทหาร และขึ้นรองเสธ.ทหาร จ่อขึ้นเสธ.ทหาร

แม้จะไม่ได้เป็นทหารม้า และไม่ได้จบพิบูลย์วิทยาลัย ลพบุรี แต่ พล.อ.ธิติชัยก็ได้ชื่อว่าเป็นเด็กลพบุรีเหมือน พล.อ.เฉลิมพล เพียงแต่จบจาก รร.บ้านหมี่วิทยา แล้วไปต่อ รร.วัดราชาธิวาส กทม. แล้วสอบเข้า รร.เตรียมทหาร รุ่น 24 รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 35 เมื่อเรียนจบก็มาลงกองร้อยทหารปืนใหญ่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 721 ลพบุรี

กระแสข่าวในกองทัพไทยถึงขั้นที่ระบุว่า พล.อ.เฉลิมพลดูจะปลื้ม พล.อ.ธิติชัยไม่น้อย จากการทำงานที่ผ่านมา และยิ่งเมื่อดูประวัติด้วยแล้ว โดยเฉพาะผ่านงานสายยุทธการมาเช่นเดียวกับ พล.อ.เฉลิมพล

ขณะที่ พล.อ.สุวิทย์แม้จะเป็นน้องรักสายทหารมา แต่ประสบการณ์ในการทำงานอาจจะไม่ได้กว้างและครอบคลุมเท่า พล.อ.ธิติชัย เพราะโตมาในสายกำลังรบ และเป็น ผบ.พล.ม.2 รอ.

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

แต่อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวที่ออกมานั้นอาจจะเป็นการสยบคลื่นใต้น้ำในกองทัพไทย ที่เริ่มแสดงถึงความไม่แฮปปี้กับ “ยุทธการเสียบยอด” โดยทหารคอแดงอันเป็นความรู้สึกต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ส่ง พล.อ.เฉลิมพลจากกองทัพบก มาเสียบยอดเป็นเสนาธิการทหารแล้วขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด คอแดงคนแรก ส่งผลให้นายทหารที่เป็นดาวรุ่งในกองทัพไทย ที่จะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดต้องสิ้นหวังกันไปหลายคน

พล.อ.เฉลิมพลจึงอาจจะต้องการเยียวยาใจของคนในกองทัพไทย บรรดาทหารคอเขียว เสือป่าแจ้งวัฒนะให้มีความหวังหล่อเลี้ยงหัวใจ

แต่อย่างไรก็ตาม อนาคตไม่แน่นอนเพราะยังมี พล.อ.ทรงวิทย์ที่คาดว่าจะข้ามจากกองทัพบกมาอยู่กองทัพไทย และอาจเป็นยุทธการเสียบยอดอีกครั้งแม้ตัว พล.อ.ทรงวิทย์เองจะไม่ได้ต้องการที่จะมาแย่งเก้าอี้ใคร แต่ชะตาชีวิตอาจถูกกำหนดไว้แล้ว โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้เลือก

แม้จะไม่ได้มีระเบียบ หรือข้อกำหนดใดๆ ว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะไม่ต้องเป็นทหารคอแดงก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ได้เคยพยายามวางไว้ โดยเริ่มจาก พล.อ.เฉลิมพลเป็นคนแรก และอาจจะมีคนที่ 2

และต้องไม่ลืมว่า พล.อ.อภิรัชต์แม้พ้นจาก ผบ.ทบ.ไปแล้ว แต่สถานภาพปัจจุบัน ก็ถือว่ายังมีบทบาทและเป็นที่รักเคารพของผู้นำกองทัพ

ด้วยรู้กันดีว่า พล.อ.ทรงวิทย์ก็มีกองหนุนอยู่จำนวนไม่น้อย รวมทั้งโปรไฟล์การทำงานก็ไม่ธรรมดา

ขณะที่นายทหารในกองทัพไทยจำนวนไม่น้อย ก็ดูที่จะทำใจแล้วกับความเปลี่ยนแปลงในกองทัพ ที่เริ่มมาตั้งแต่กองทัพบก ที่ ผบ.ทบ.จะต้องเป็นทหารคอแดงเท่านั้น รวมถึงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

แล้วก็มาถึงคิวของกองทัพไทย ที่จะต้องเป็นทหารคอแดง แม้จะไม่มีระเบียบ แต่ก็ต้องดูว่า พล.อ.เฉลิมพลซึ่งยังนั่งเก้าอี้อยู่ถึงปี 2566 จะกำหนดชะตาของเสือป่าแจ้งวัฒนะเช่นไร เพราะ พล.อ.เฉลิมพลก็ยังเป็นน้องรักของ พล.อ.อภิรัชต์

เพราะเมื่อครั้งที่บิ๊กกบ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็วางทายาทไว้หลายคน แต่ที่สุด พล.อ.อภิรัชต์ก็ส่ง พล.อ.เฉลิมพลมาจ่อ แล้วขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

มาวันนี้ พล.อ.เฉลิมพลอาจจะตกอยู่ในสภาพที่ พล.อ.พรพิพัฒน์เคยเป็น แม้จะอยากดูแลคนใน บก.ทัพไทย แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังจากภายนอกได้ โดยเฉพาะเป็นพลังทหารคอแดง

พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้

ไม่ใช่แค่กองทัพไทยเท่านั้น กระแสทหารคอแดงกำลังลามไปถึงสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ที่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นหน่วยกำลังรบ เป็นฝ่ายอำนวยการ แต่ก็ถือว่าปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการเหล่าทัพ

จึงทำให้เกิดกระแสข่าวว่า จะมีนายทหารคอแดงมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งที่เป็น ผบ.เหล่าทัพ หรือ พล.อ.ทรงวิทย์เอง

แต่ต้องไม่ลืมว่า เต็งหนึ่งปลัดกลาโหมที่จ่ออยู่ตอนนี้คือ บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ รองปลัดกลาโหม ลูกรักของบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ก็ย้ายข้ามจากกองทัพบกมาแล้วหลายปีเพื่อมาเข้าคิวจ่อขึ้นปลัดกระทรวงกลาโหมในโยกย้ายปลายปี 2565

เพราะถือว่า พล.อ.สนิธชนกเป็นนายทหารที่มีความสามารถ และมีอายุราชการถึง 2568 หากดำรงตำแหน่งปลัดกลาโหมก็จะเป็นยาวนานได้ต่อเนื่องถึง 3 ปี จะสามารถทำงานต่อเนื่องและพัฒนากลาโหม เช่นที่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหมคนก่อน เคยดำรงตำแหน่งมาแล้ว 3 ปี ทำให้เห็นการพัฒนาที่ชัดเจน

พล.อ.สนิธชนกเป็นเพื่อนเตรียมทหาร 24 ของ พล.อ.ทรงวิทย์ และมีความสนิทสนมกันมาก เชื่อได้ว่าตัว พล.อ.ทรงวิทย์ก็ไม่ได้อยากที่จะมาเติบโตในกลาโหม

ที่สำคัญต้องดูนโยบายของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหมด้วย เพราะแน่นอนว่าต้องบาลานซ์ทหารคอแดงกับทหารคอเขียว ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในกองทัพเกิดขึ้น

จะต้องมีรูระบายหายใจให้กับทหารคอเขียว ได้มีโอกาสได้ขึ้นผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเฉพาะเหล่าทหารบก ที่เดิมจะเป็นผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และปลัดกระทรวงกลาโหม

แต่เวลานี้ก็มีเป็นทหารคอแดงแล้ว 2 เก้าอี้ เหลือแค่ปลัดกลาโหมเท่านั้น จึงคาดว่า พล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่ต้องการให้ปลัดกลาโหมต้องเป็นทหารคอแดง

แม้จะมีเหตุผลเรื่องของการปรับโครงสร้างกองทัพ การปรับระเบียบวินัย ความเป๊ะของกำลังพลทั้งกองทัพ ไม่ใช่แค่กองทัพบก หรือกองทัพไทยเท่านั้นก็ตาม แต่นี่เป็นปัญหาที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในกองทัพในห้วงหลายปีที่ผ่านมา

แม้ว่าบิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องรักสายทหารเสือราชินี จ่อคิวเป็น ผบ.ทบ.อยู่ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจและสบายใจมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ต้องรอจนตุลาคม 2566

เพราะบิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ก็มีอายุราชการถึงกันยายน 2566 ไม่มีทางที่จะขยับไปตำแหน่งอื่น เพราะตามธรรมเนียมกองทัพแล้ว ผบ.ทบ.ถือว่ามีอำนาจที่สุดแล้ว เพราะเป็นเหล่าทัพใหญ่และมีพลังอำนาจแฝงในทางการเมือง

อีกทั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ก็มีกองหนุนพิเศษในสายทหารคอแดง ยากที่ใครจะแตะหรือขยับ

แม้ว่าที่ผ่านมาบทบาทของ พล.อ.ณรงค์พันธ์อาจจะดูนิ่งๆ ไม่ค่อยตอบสนอง พล.อ.ประยุทธ์ และไม่ค่อยมีบทบาทในทางการเมืองมากนักก็ตาม แต่นั่นคือบทบาทที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ตั้งใจไว้ ตามม็อตโต้ “พิทักษ์ราชัน ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน”

อาจจะไม่ได้มีบุคลิก หรือแสดงออกชัดเจนเหมือนยุคของ พล.อ.อภิรัชต์ แต่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ก็เป็นนายทหารคอแดงที่มีจุดยืนชัดเจนในการปกป้องสถาบัน และสนับสนุนรัฐบาลแบบเงียบๆ และส่งสัญญาณผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวมาตลอด

ไม่แค่นั้น เมื่อผู้นำกองทัพบกเล่น Twitter บรรดาแม่ทัพนายกองจนถึงระดับผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับกองร้อย ก็ต้องมีบัญชีทวิตเตอร์ ที่ไว้คอยแชร์ข่าวการทำงานของกองทัพ ของหน่วย และการปกป้องสถาบัน เช่นเดียวกับที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์แชร์

แม้แต่บิ๊กโต พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 และเสธ.ฉก.ทม.รอ.904 ก็ใช้ทวิตเตอร์ตามแนวทางของ พล.อ.ณรงค์พันธ์เช่นกัน

จึงกล่าวได้ว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ก็เป็น ผบ.ทบ.ที่เป็นตัวของตัวเอง อาจจะไม่ได้แสดงออกถึงความใกล้ชิดสนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็ไม่ใช่ศัตรู หรือคู่ขัดแย้ง

ดังนั้น การจัดวางตัวแม่ทัพนายกองในส่วนของทหารคอแดงน่าจะไม่มีอะไรหวือหวา เพราะถึงอย่างไร ไม่ว่าจะมีใครเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็ยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังคงจะเดินหน้าต่ออย่างไม่มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงใดๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)