bg-single

ส.ว.วันชัย ฉายฉากทัศน์การเมือง ชี้ดวงเมือง 7 ก.ค. คือ จุดเปลี่ยนประเทศไทยครั้งใหญ่! ฟันธง พล.อ.ประยุทธ์กลับมาได้คือ ‘ปาฏิหาริย์’/รายงานพิเศษ

16.03.2022

รายงานพิเศษ

 

ส.ว.วันชัย ฉายฉากทัศน์การเมือง

ชี้ดวงเมือง 7 ก.ค.

คือ จุดเปลี่ยนประเทศไทยครั้งใหญ่!

ฟันธง พล.อ.ประยุทธ์กลับมาได้คือ ‘ปาฏิหาริย์’

 

“ตามดวงเมืองนั้น 7 กรกฎาคม 2565 จะถึงจุดเปลี่ยนประเทศไทยครั้งใหญ่” วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา มองปฏิทินการเมืองเทียบดวงเมือง พร้อมฟันธงว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!

ส.ว.วันชัยระบุว่า ผมมักจะเอาปฏิทินการเมือง กับปฏิทินดวงเมืองมาเปรียบเทียบกัน ตัวผมเองศึกษาโหราศาสตร์มาตั้งแต่อายุ 11-13 สมัยบวชเณรอยู่วัดไตรมิตรวิทยาราม ก็ศึกษาอยู่เงียบๆ ไม่ได้เอามาทำมาหากิน พร้อมกับสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองควบคู่กันไป ก็จะเห็นความมหัศจรรย์โดยเฉพาะในระยะนี้ที่มันเกิดขึ้นในปฏิทินของการเมืองกับดวงเมืองมันช่างสอดรับกันแบบเป๊ะๆๆ ชนิดที่คาดไม่ถึง

ตอนที่มฤตยูทับดวงเมืองเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2557 ก่อนจะเข้าในช่วงนั้นก็มีแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงทั้งการชุมนุม กปปส. จนกระทั่งนำมาสู่การรัฐประหาร แล้วตามหลักโหราศาสตร์เขาบอกเวลาเข้าและหลังเข้า มันจะเกิดแรงกระเพื่อมในทำนองเดียวกัน

เพราะฉะนั้นเมื่อดูปฏิทินการเมืองตั้งแต่พฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม พอถึง 7 กรกฎาคมปัง! มฤตยูจะเคลื่อนย้ายออก ไปอยู่ในราศีพฤษภ แปลว่ามฤตยูออกจากการทับดวงเมือง เขาบอกว่ามันก็จะเกิดแรงกระเพื่อมแรงสั่นสะเทือน

ผมก็มาดูเทียบว่าเดือนพฤษภาคมเอาแค่ช่วงมิถุนายน จะมีกฎหมายงบประมาณ จะเข้าสภานี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วนะ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

แต่ผมก็ฟังดูว่าทุกคนก็อยากให้กฎหมายงบประมาณผ่านแน่ ไม่ว่าจะฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล แต่ถ้ามีการเล่นเกมทางการเมืองหักกันขึ้นมารัฐบาลก็จะไปทันที

ลำดับต่อไปคือสนามการอภิปรายไม่ไว้วางใจในยุคสมัยที่เป็นพรรคหนึ่งเดียวกันอยู่ ก็ยังจะไปไม่รอด แต่ครั้งนี้มีฝั่งตรงข้ามกันชัดเจน และสามารถจะผสมผสาน พรรคร่วมรัฐบาลจะแตกขึ้นมาด้วย

ผมมองว่าตรงนี้ก็อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์พลิกผันทางการเมืองได้อย่างรุนแรง

ประการต่อมาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. ผมมองว่านี่เป็นเรื่องระหว่างผู้มีอำนาจที่ต้องการกับพรรคการเมือง-นักการเมืองที่ไม่ต้องการ เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีการบีบกระแทกแรงกันอีกเหมือนกัน

ผมอยากให้มองว่าสึนามิทางการเมืองทั้ง 3 ลูกนี้ จะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมและการสั่นสะเทือนเพราะอิทธิพลของดาวมฤตยูทั้งสิ้น

ผมจึงพิจารณาแล้วว่าตามดวงเมืองนั้น 7 กรกฎาคมเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ประกอบกับเดือนสิงหาคมจะมีเรื่องของการพิจารณาวาระครบ 8 ปี ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก ก็จะเป็นเรื่องที่ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นได้ว่า ก่อนเข้าและหลังเข้าพร้อมที่จะเกิดแรงกระเพื่อมและแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองเหมือนสึนามิลูกต่อๆ ที่ถาโถมเข้ามา 3-4 ลูกในประเทศ

ถ้าพูดถึงดาวมฤตยูและดวงเมืองในขณะนั้นเขาถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญของประเทศ ผมจึงใช้คำว่า 7 กรกฎาคมจุดเปลี่ยนประเทศไทย โดยที่เผอิญว่ามันมีปฏิทินทางการเมือง มันมาเป็นลูกๆ และแต่ละลูกไม่ใช่ลูกเล็กเลยทั้งสิ้น เป็นลูกของการที่จะเกิดแรงปะทะและก่อให้เกิดการกระเพื่อมอย่างรุนแรง

ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีบางพรรคปูดเรื่องการรัฐประหารนั้น หากพิจารณาตามหลักโหราศาสตร์เวลาเขาใช้คำว่า “เกิดการเปลี่ยนแปลง” เขาไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มันจะเกิดการรัฐประหารหรือลาออกหรือยุบสภา

แต่ถามว่าการรัฐประหารควรจะเกิดขึ้นในประเทศได้อีกหรือไม่ ให้ผมฟันธงไปเลยในฐานะที่อยู่ในเวทีทางการเมืองภายในนี้ด้วย ผมเชื่อว่าเกิดยากแล้ว แล้วถึงจะเกิดก็อยู่ยากด้วยซ้ำ เพราะเราได้บทเรียนจากเผด็จการโดยการรัฐประหารมาแล้ว ประชาชนเห็นแล้ว 5 ปีเป็นอย่างไร และเราเห็นบทเรียนจากประชาธิปไตยครึ่งใบอีกเกือบ 4 ปี

ขณะเดียวกันคนก็เคยเห็นแล้วว่า ประชาธิปไตยจอมปลอมหรือที่เราเรียกว่าเผด็จการรัฐสภา เลือกตั้งจริงแต่เป็นเผด็จการรัฐสภาคนก็เห็นมาแล้วทั้งสิ้น

ดังนั้น ผมจึงฟันธงตรงไปตรงมาตรงนี้ว่ารูปแบบทางการเมืองโดยเผด็จการเต็มใบโดยการรัฐประหารนั้นควรจบสิ้นไปตั้งแต่ยุคนี้ได้เลย ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก

และแบบครึ่งใบอย่างที่เป็นอยู่ก็ควรจะจบได้แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงฟันธงได้เลยว่าการแก้รัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ ส.ว.ที่เขามองเป็นเรื่องยาก (84 เสียง) แต่ดูจากดวงเมืองดูจากดวงดาวประกอบด้วยเลข 8 บวกเลข 4 ตอนนี้ต้องถือว่า อ่อนกำลังลง

เพราะฉะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่าถึงสถานการณ์ตอนนั้นการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. 272 มีแนวโน้มสูงว่าอาจจะต้องแก้ไขให้เกิดความสำเร็จได้ ดูจากดวงเมืองดูจากสถานการณ์ทางการเมือง เพราะตั้งแต่ 31 มีนาคมราหูมาทับดวงเมืองมันเกิดการปั่นป่วนในหลายเรื่อง

ผมจึงบอกได้เลยว่าเลข 8 ที่เป็นดาวราหู เลข 4 เป็นดาวพุธ ดูแล้วสถานการณ์ตอนนั้นมันจะเกิดการสั่นคลอนหวั่นไหวอย่างเต็มที ผมจึงฟันธงได้ว่า 84 เสียงก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้เหมือนกัน

ฉะนั้นการรัฐประหารในทางการเมืองและดวงดาวอังคารที่จะปรากฏ ตอนนี้ดาวอังคารไม่แข็งแรง ที่แข็งแรงคือการปะทะกันระหว่างดาวเสาร์กับดาวพฤหัสบดีที่ไม่ได้เกี่ยวกับดาวอังคาร เมื่อดูจากดวงดาวดูจากสถานการณ์การเมืองการรัฐประหารไม่น่าจะเกิดขึ้น

ถ้าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นไปในเรื่องของนายกฯ ลาออกยุบสภา เสียมากกว่า

ส.ว.คนดังมองเกมการเมืองในปัจจุบันนี้ด้วยว่าทุกพรรคการเมืองมีธงพร้อมร่วมกันที่จะเร่งรีบอยากทำกฎหมายลูกให้เสร็จ เพราะหากมีเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น รัฐบาลก็จะนำไปใช้ได้ พรรคการเมืองต่างๆ ก็ลงสู่สนามได้

ส่วนการยุบสภาต้องดูสถานการณ์ทางการเมือง ในช่วงเปิดสมัยประชุม จะมีเรื่องสำคัญ 3 เรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน

เรื่องที่ถึงขั้นแตกหักคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้ตั้งแต่พฤษภาคมถึงกรกฎาคม ฝ่ายค้านก็ตั้งใจจะยื่นอยู่แล้ว ก็ทราบกันดีว่าพอยื่นญัตติแล้ว เขาห้ามยุบสภา แปลว่าถ้านายกฯ เดินเข้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องมีความมั่นใจ 100% ว่าการเดินเข้าสู่ตะแลงแกงนี้ จะต้องชนะ ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ควรจะเดิน

ทางเลือกจะมีอยู่แค่ 2 ทาง 1 ก่อนจะยื่นยุบ สภาเสียก่อน และ 2 เมื่อยื่นแล้ว อาจจะลาออก ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

แต่ถ้าประเมินสถานการณ์ใน 2 ทางเลือกนี้ ผมว่าการยุบสภาน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมากที่สุดมากกว่าเหตุการณ์อย่างอื่น

แม้ว่าที่ผ่านมาโฆษก-คนในรัฐบาลมักออกมาพูดว่าจะอยู่ให้ครบเทอมนั้น ผมมองว่า โดยพื้นฐานพรรคการเมืองนักการเมืองและคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทุกคนอยากอยู่ครบเทอมทั้งสิ้น แต่อดีตที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามันมีอุบัติเหตุทางการเมืองซึ่งคาดไม่ถึง แม้ว่าเขาเคยแสดงเจตนารมณ์ว่าจะอยู่ถึงการประชุมเอเปค และยาวถึงช่วงเลือกตั้ง

แต่ดูจากสถานการณ์ทางการเมืองแล้วในความเห็นของผม การจะไปถึงตรงนั้นค่อนข้างจะยาก ในขณะที่สถานการณ์รอบตัว จากพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล กับศรัทธาของประชาชนที่มองรัฐบาลนี้อยู่ คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมจะร่วมตายต่อด้วยกันไปหรือเปล่า?

ดังนั้น อาจจะเกิดอุบัติเหตุทำให้พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง พูดง่ายๆ คือแยกกันเดิน เพราะแค่พรรคเดียวกันอย่างพลังประชารัฐ ยังแยกกันเดินเลย

 

สําหรับนักวิเคราะห์ทางการเมืองที่มองว่าการกลับมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยหน้าอีกหนยากมากนั้น ส.ว.วันชัยดูจะเห็นด้วยโดยบอกว่า ผมก็มองว่าต้องเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ โดยใช้หลักรัฐศาสตร์-นิติศาสตร์วิเคราะห์ร่วมกับสถานการณ์ต่างๆ แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังมีโอกาสอยู่ แต่ก็น้อยเต็มที การจะกลับมาได้ต้องเป็นเรื่องปาฏิหาริย์อย่างมหัศจรรย์พันลึก

แน่นอนก็เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ ประกอบกับทุกพรรคการเมืองเขาต้องการคนของเขาเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า

เขามีบทเรียนแล้วไม่ต้องการให้เป็นภาพของคนอื่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มาเป็นนายกฯ อีก

โอกาสของท่านจะน้อย รวมทั้งเสียงต่างๆ ที่เขาได้เห็นบทเรียนจากระบอบเผด็จการทหารสู่ประชาธิปไตยครึ่งใบ เขามีบทเรียนหมดแล้ว

ผมว่าแบบนี้พวกเขาไม่น่าจะใช้บทเรียนเดิม

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร