bg-single

เปิดใจ ‘รสนา’ เหตุและผลที่อยากมาลุยชิงผู้ว่าฯ กทม. เดินหน้าสู้ แม้สื่อ-โพลมองเป็นม้านอกสายตา

06.04.2022

รสนา โตสิตระกูล หนึ่งในผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ขอใช้สโลแกนว่า “อิสระตัวจริง” เปิดใจว่า ทำงานสังคม ทำการเมืองภาคประชาชนมา 30 ปี ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง ที่สนใจสนามผู้ว่าฯ กทม. เพราะว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นนี้มีความพิเศษกว่าการเลือกตั้งระดับชาติ ก็คือคนธรรมดาสามัญสามารถลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้ คุณไม่ต้องสังกัดพรรค

เราจึงประกาศว่าต้องการสมัครเป็นอิสระ ไม่มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่จะมาแบ๊กอัพหนุนหลัง เราต้องการเป็นตัวแทนของประชาชน การที่เราทำงานเคลื่อนไหวในเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะมาตลอด แม้จะไม่มีอำนาจเราก็ทำได้ แล้วเชื่อว่าถ้าเรามีอำนาจสักนิดหนึ่งตรงส่วนนี้ เราจะช่วยผลักดันให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น

สำหรับแนวคิดนโยบายที่อยากจะชูก็คือเรื่องลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ เพราะว่าหลังยุคโควิดเราพบว่าประชาชนประสบความยากลำบากด้านเศรษฐกิจ โดยพยายามจะผลักดันเรื่องการลดหนี้สินด้วย เพราะเวลานี้เด็กเกิดมาหนึ่งคนคุณก็มีหนี้คนละ 2 แสนกว่า/หัว

แล้วการที่คุณจะเป็น SMART CITY ได้ คุณต้องมี SMART CITIZEN แต่ถ้าคุณยังปล่อยให้มีหนี้เยอะ เขาก็ทำมาหากินก็ไม่ได้ ซึ่งยากมากเลยที่คุณจะทำให้เกิด SMART CITY

ต่อมาคือเรื่องคุณภาพชีวิต ตัวดิฉันเองเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคที่อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี สิ่งที่อาจารย์ป๋วยสนใจมาก ท่านเคยบอกว่าอยากจะเป็นผู้ว่าฯ กทม. และสิ่งที่ท่านประกาศคือจะทำเรื่องของคุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน

ดิฉันเองอยากจะสานต่อปณิธานของท่านให้เป็นรูปธรรม

ประการต่อมารสนาบอกว่า ดิฉันต้องการที่จะเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจังและเข้มแข็ง เพราะว่าการเมืองท้องถิ่นนั้นเป็นพื้นฐานของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งสามารถทำประชาธิปไตยทางตรงได้

ในส่วนนี้ ถ้าเราดูภารกิจของ กทม.เรามีผู้ว่าฯ หนึ่งคน รองผู้ว่าฯ 4 คน มีปลัด กทม. มีโฆษก แค่นั้นมันไม่เพียงพอ

จึงคิดว่าที่สำคัญที่สุดคือ ชาว กทม. เขาต้องมีสิทธิ์มีเสียงตลอด ไม่ใช่ว่าเมื่อคุณเลือกตั้งหย่อนบัตรแล้วคุณหมดสิทธิ์มีส่วนร่วมอีก

ถ้าเกิดสภาวะแบบนี้ ต่อให้คุณเป็นคนที่มีการศึกษา เป็นคนที่มีฐานะ คุณก็กลายเป็นผู้ไร้อำนาจได้ เวลาที่คุณหย่อนบัตร คุณจะได้ตัวแทนแล้วปล่อยให้ตัวแทนทำหน้าที่รับเหมาทำแทนคุณทุกอย่างโดยที่เขาไม่เคยมาปรึกษาหารือถามคุณ ซึ่งดิฉันเองคิดว่าการเมืองท้องถิ่นไม่ควรเป็นเช่นนั้น และที่เราไม่มีพรรคการเมือง-กลุ่มทุนมาสนับสนุนเพราะเราต้องการที่จะเป็นตัวแทนและทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างจริงจัง

ดิฉันจึงต้องการสื่อสารว่าจะเป็นตัวแทนของผู้ไร้อำนาจ

ถ้าให้ยก 3 ปัญหาเร่งด่วนที่คิดว่ากรุงเทพมหานครต้องเร่งแก้ไข รสนาบอกว่า อย่างแรกคิดว่าการทำมาหากินคุณต้องเปิดพื้นที่ในการที่จะให้ประชาชนมีที่ทางในการทำมาหากินมากขึ้น

ดิฉันเห็นว่า กทม.มีพื้นที่ว่างเยอะ ดิฉันเองตั้งใจที่จะทำให้พื้นที่ว่างเปล่าจัดสรรเพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยทั้งหลายที่ต้องการทำเกษตรอินทรีย์ในเมืองได้ทำ อย่างน้อยที่สุดเราจะมีอาหารที่ปลอดภัยเพื่อการบริโภคในครอบครัว และถ้ามีเหลือเราสามารถนำมาขายได้ อันนี้เป็นสิ่งที่เร่งด่วนที่จะทำ

พร้อมคิดว่าการลดรายจ่ายก็ต้องทำ ด้วยความที่ กทม.มีหน่วยธุรกิจ อย่างเช่น กรุงเทพธนาคม ตลาดสด จึงคิดว่า กทม.น่าจะสามารถทำกองทุนเพื่อให้คนค้าขายระดับเล็กๆ ที่ไม่มีเงินทุนได้เข้าถึงแหล่งทุน โดยที่ไม่ต้องพึ่งแหล่งเงินทุนนอกระบบซึ่งเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน กทม.ควรที่จะจัดสรรในเรื่องนี้เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย

ต่อมาคือเรื่องของการศึกษา ในรัฐธรรมนูญเราระบุชัดเจนว่ารัฐต้องจัดการศึกษาฟรี 12 ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ทำนะ เราทำแต่เด็กชั้นประถม

แต่ส่วนตัวเชื่อว่าท้องถิ่นทำได้และคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าคนที่ต้องไปทำงาน แถมต้องจ้างคนเลี้ยงด้วย-คุณก็ต้องเสียเงิน ถ้า กทม.คิดเรื่องนี้อย่างจริงจังในการดูแลช่วยเขาก็จะดีอย่างยิ่ง

สุดท้ายที่เราจะต้องดำเนินการคือเรื่องต่างๆ ของ กทม.ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เช่น โครงการขนาดใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนประชาชน ถ้าดิฉันเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะไปสำรวจและคุยเลยว่าอันไหนที่มีปัญหาแก้ไขได้ อันไหนต้องหยุดก่อนจนกว่าจะแก้ปัญหาแล้วค่อยดำเนินการ

เช่น โรงกำจัดขยะปรากฏว่ามีหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเขาอยู่ห่างกันแค่ประมาณ 65 เมตร คือโรงกำจัดขยะแทบจะประชิดรั้วบ้านก็ว่าได้ ปรากฏว่าคุณทำอะไรไม่ได้เลย คุณไปร้องเรียนหน่วยต่างๆ เขาก็บอกไม่เกี่ยวกัน หรืออ้างว่าแก้ปัญหาแล้ว ดังนั้น เราต้องทำให้ถูกวิธี

หากการทำนโยบายใดๆ ไปเพิ่มความทุกข์ให้กับประชาชน คุณต้องหยุดแล้วอันนี้คิดว่าเป็นเรื่องด่วนที่เราจะต้องทำ

 

เมื่อถามว่ามองคู่แข่งในสนามตอนนี้รู้สึกอย่างไร รสนาตอบทันทีว่าก็เห็นด้วยนะคะ ยกตัวอย่างคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชูสโลแกน ทำงาน ทำงาน ทำงาน เราต้องทำงานแล้วเราต้องจดจ่ออยู่กับเรื่องที่เราแก้ปัญหา แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะช่วยเสริมอาจจะบอกว่า ใส่ใจ ใส่ใจ แล้วก็ใส่ใจ คือการใส่ใจปัญหาความทุกข์สุขของประชาชนใน กทม.ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน

ที่ผ่านมาดิฉันคิดว่าคนกรุงเทพฯ เป็นคนที่ถือว่าเป็นคนที่มีการศึกษา แล้วก็เขาก็มีวิจารณญาณที่จะเลือกผู้ว่าฯ มาเสมอ เราจะเห็นว่าผู้ว่าฯ ที่เขาเลือกทำไมเป็นคนที่สมัครอิสระ เขาก็มักเลือกคนที่อยู่ฝ่าย ตรงข้ามรัฐบาล เพราะเขาต้องการให้มีการบาลานซ์เพาเวอร์ในแง่นี้

แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันเองเสนอตัวในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ความทุกข์ของประชาชนที่แต่ละคนได้รับเราเข้าใจดี ถ้าเราได้แก้ปัญหาให้กับคนมันเหมือนกันแก้ปัญหาให้ตัวเองด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่ฝันอยากจะเห็น คือ รากทางวัฒนธรรมของสังคมไทยที่เราควรจะฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ สงครามกลางเมืองทั้งหลายจะต้องไม่มี เราต้องเปิดโอกาสให้คนมีสัมมาอาชีวะ ให้คนมีศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ แล้วเขาจะได้สิ่งที่เขาเรียกว่าบ้านที่มีความอบอุ่น มีความสงบสุข แล้วจะมีจิตใจอันเข้มแข็งที่จะมาช่วยกันทำให้เมืองกรุงเทพมหานครเป็น SMART CITY

แต่สภาพการเมืองเวลานี้คนก็คงจะไม่พอใจกับสภาพการเมืองใหญ่ เพราะมีแต่ข่าวว่า เขาจะแจกกล้วยคนละกี่หวี? ดิฉันเกิดความสงสัยว่าที่คุณพูดถือเป็นเรื่องธรรมดาได้อย่างไร เพราะนี่มันไม่ธรรมดา ตกลงเราเลือกคนหรือเลือกลิงเข้าไปทำงาน

เราจะช่วยกันทำให้จุดของกรุงเทพมหานครที่เป็นการเมืองท้องถิ่นเป็นจุดของการที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงให้ได้อย่างไร ดิฉันเองเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เราอาจจะเป็นม้านอกสายตาของสื่อของโพลหรือแม้แต่รายการทุกอย่าง คุณเห็นหรือไม่ว่าสื่อเขาจะเอาชื่อผู้หญิงเอาไว้สุดท้ายหรืออยู่ข้างนอกเลย เขาก็จะพูดถึงว่าที่ผู้สมัครผู้ชาย แต่จะไม่เอ่ยถึงผู้หญิง

ดิฉันเองคิดว่าการบริหารงานท้องถิ่น เราไม่ควรที่จะไปแยกฝ่ายประชาชน ในแง่ของการทำงานคุณต้องทำงานบนจริยธรรมพื้นฐาน คุณต้องคิดว่าคน กทม.เขาเป็นคนจ่ายภาษีมาเป็นเงินเดือนให้กับคนที่มาบริหารงาน เราก็ต้องรับใช้คน กทม.ทุกฝ่ายไม่ว่าจะมีความเชื่ออย่างไร

จากการที่ดิฉันทำงานมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทำงานในเรื่องของการตรวจสอบ เรื่องธรรมาภิบาล ดิฉันก็มีความเชื่อมั่นว่า กทม.น่าจะต้องสามารถพัฒนาไปพร้อมๆ กับเรื่องมีธรรมาภิบาลได้

คุณจะพูดอะไรที่สวยหรูก็ได้ว่าไม่โกง แต่ดิฉันอยากประกาศไว้ชัดเจนว่าหากได้รับความไว้วางใจก็รับรองว่าในยุคสมัยของฉันจะไม่มีเรื่องของเงินใต้โต๊ะ และดิฉันเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถพัฒนากรุงเทพฯ ไปพร้อมๆ กับการธรรมาภิบาลได้

ไปดูประวัติที่ผ่านมาดิฉันต่อสู้เพื่อปกป้องสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ผลประโยชน์ของประชาชนมาโดยตลอด

และดิฉันก็จะทำอย่างนี้ตลอดไป

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร