bg-single

“สำนึกใหม่” ของจ่าศาล ในความเรียงงานวันชาติ 2483/My Country Thailand ณัฐพล ใจจริง

02.06.2022

My Country Thailand

ณัฐพล ใจจริง

 

“สำนึกใหม่” ของจ่าศาล

ในความเรียงงานวันชาติ 2483

 

“สมัยใดที่ไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงบุญญาภินิหาร ไทยในยุคนั้นก็เจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อสิ้นบุญวาสนาพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นเสียแล้ว ไทยก็เกิดยุคเข็ญถึงบ้านแตกสาแหรกขาด…การปกครองระบอบเก่านั้นเป็นอันพ้นสมัยไม่สามารถจะนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติได้อย่างแท้จริง” (บุญเรือน เกิดศิริ, 2483, 57-58)

 

งานฉลองวันชาติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2482 ถูกจัดขึ้นด้วยรัฐบาลประสงค์ให้พลเมืองภูมิใจในฐานะเจ้าของประเทศและรำลึกถึงวันปฏิวัติ

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย รวมทั้งการประกวดเรียงความเพื่อให้ประชาชนแสดงทัศนทางการเมืองออกสู่สังคมด้วย

ผลการการตัดสินเรียงความปี 2483 ในหัวข้อ “ความสำคัญของวันชาติ” นั้น

เรียงความของบุญเรือน เกิดศิริ รองจ่าศาลแพ่ง ได้รับรางวัลที่ 2

ประชาชนมาร่วมงานฉลองรัฐธรรมนูญเมื่อ 10 ธันวาคม 2475 และความเรียงวันชาติ 2483

สำนึกใหม่รองจ่าศาลแพ่ง

ภูมิหลังของบุญเรือน เกิดศิริ (2455-2525) เป็นชาวลพบุรี จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดราชาธิวาส สวนกุหลาบฯ และเข้าเรียนโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม (2472) สำเร็จธรรมศาสตรบัณฑิต (2477) และนิติศาสตรมหาบัณฑิต (2489) จากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ตำแหน่งสูงสุด ผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ (2512)

ครอบครัวเขามีความภูมิใจในผลงานการส่งเรียงความเข้าประกวดในงานวันชาติ เรื่อง “วันชาติและสนธิสัญญาอำนวยประโยชน์แก่ประเทศไทยอย่างไร” (2482) จนได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100 บาท และหนังสือ 1 ชุดจากนายกรัฐมนตรี และเรื่อง “ความสำคัญของวันชาติ” ได้รับรางวัลที่ 2 พร้อมเงินรางวัล 100 บาทจากนายกรัฐมนตรี (2483) ในครั้งนั้น และได้นำเกียรติคุณนี้มาใส่ไว้ในหนังสืองานศพของเขาด้วย (อนุสรณ์ฯ บุญเรือน, 2525, 3)

อาคารกระทรวงยุติธรรมแห่งระบอบใหม่เปิด 24 มิถุนายน 2484 และบุญเรือน เกิดศิริ รองจ่าศาล

บุญเรือนเริ่มต้นเรียงความของเขาว่า พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย หากมีผู้ใดได้มีโอกาสผ่านไปทางลานพระบรมรูปทรงม้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในปรัตยุบันนี้จะประสบหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญอันเป็นถาวรวัตถุชิ้นหนึ่งซึ่งจารึกข้อความว่า “24 มิถุนายน 2475 ณ ที่นี้คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ” หมุดอันนี้ย่อมจะเห็นเด่นชัดเป็นเครื่องหมายให้ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ (บุญเรือน, 2483, 40)

เนื่องจากในช่วงเวลานั้น เขาเป็นเรียนกฎหมายที่ตั้งที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เขาอาจเป็นนักเรียนผู้หนึ่งที่ได้ไปร่วมฟังประกาศคณะราษฎรที่บานพระบรมรูปทรงม้า

ดังที่เขาเล่าไว้ว่า “สำหรับในด้านประชาชนนั้นเล่า ขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายที่ได้เห็นเหตุการณ์ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 นั้น จงได้ระลึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นประชาชนแทบทั่วกรุงเทพมหานคร ตลอดจนพระภิกษุสงฆ์สามเณรได้พากันไปชุมนุมฟังข่าวเกี่ยวแก่การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม และเนืองแน่นอยู่ทั่วไปในบริเวณถนนราชดำเนิน ได้มีเจ้าหน้าที่แห่งคณะราษฎรอ่านประกาศให้ประชาชนฟังเป็นแห่งๆ และได้นำคำแถลงการณ์และประกาศไปแจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป พวกเราชาวไทยทุกคนที่ได้ทราบความประสงค์ของคณะราษฎรต่างมีสีหน้าเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีผู้ใดคัดค้าน ไม่มีผู้ใดกล่าวเป็นปรปักษ์ต่อคณะราษฎรและปราศจากเสียงซึ่งเป็นอกุศลทั้งปวง…” (บุญเรือน, 42-43)

แผนที่ประเทศไทยสีชาด ข่าวภาพไทย 24 มิถุนายน 2484 เครดิตภาพ เรือนไทย

เขานำเสนอแนวคิดในการตัดขาดสำนึกเรื่องชาติแบบเก่าและใหม่ว่า

“จริงอยู่ทุกๆ ชาติ ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง จึงย่อมมีวันเกิดของชาติ แต่ก็เป็นเรื่องเก่าแก่ปรำปราเหลือที่จะจดจำได้ ทั้งประชาชนก็มิได้รู้สึกนึกคิดด้วยว่าจะพึงยึดถือวันนั้นเป็นวันชาติ สำหรับชาติไทยเราตามประวัติศาสตร์ไทยได้เคยเพลี่ยงพล้ำแก่ข้าศึกมาหลายครั้งหลายหน แต่ทุกครั้งไทยไม่ถึงกับอับจน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันกอบกู้อิสสรภาพกลับคืนมาจนได้ จึงอาจมีผู้คิดว่าเหตุใดประเทศไทยเราจึงไม่ยึดถือเอาวันนั้นๆ เป็นวันชาติ”

“เช่น วันที่พ่อคุณศรีอินทราทิตย์ได้ประกาศให้ชาติไทยเราเป็นอิสระจากอำนาจของขอมใน พ.ศ. หรือวันที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ได้ประกาศเอากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีใน พ.ศ.1893 หรือวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ประกาสกู้อิศรภาพจากอำนาจพม่าใน พ.ศ.2127 หรือวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ประกาศกู้อิสรภาพจากอำนาจพม่าใน พ.ศ.2310 ก็ดี แต่ต่อจากวันเหล่านี้มาชาติไทยกลับต้องเสียอิสรภาพ”

“แม้ที่สุดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก่อนที่ไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองนี้ ชาติไทยได้ถูกจำกัดความเป็นเอกราชหลายประการโดยสนธิสัญญากับนานาประเทศ เช่นเอกราชในทางศาล และในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนต้องเสียอาณาเขตต์บางแห่ง อีกประการหนึ่งในสมัยก่อนถึงแม้จะได้เคยมีการเปลี่ยนวงศ์พระมหากษัตริย์ แต่อำนาจอธิปไตยหาได้เปลี่ยนแปลงไม่…” (บุญเรือน, 48-50)

พระมหากษัตริย์กับราษฎรในระบอบเก่า

จากมีแต่หน้าที่

มาสู่มีสิทธิเสรีภาพ

ด้วยเหตุนี้ เขาเห็นว่า วันที่ 24 มิถุนายน “เป็นวันที่ไทยได้เริ่มการปกครองใหม่ในระบอบประชาธิปไตย และเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตต์จิตต์ใจประชาชนชาวไทยทั้งชาติให้เป็นคนระบอบใหม่ ได้สิทธิอิสสรเสรีมีความเสมอภาคทั่วหน้ากันตามรัฐธรรมนูญ…” เนื่องจากอำนาจอธิปไตยอันเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศซึ่งแต่เดิมเป็นของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียว บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปให้อำนาจนี้มาจากปวงชนชาวไทย การปกครองระบอบนี้ได้เปิดให้ชาวไทยทั้งมวลผู้เป็นเจ้าของประเทศได้มีสิทธิมีเสียงในการปกครองบ้านเมือง เหตุเพราะว่า “รัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิและหน้าที่ของประชาชนชาวไทยไว้โดยชัดแจ้งให้ประชาราษฎรชาติไทยทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ สมภาพและภราดรภาพทั่วหน้ากัน” (บุญเรือน, 50-51)

บุญเรือน รองจ่าศาลชี้ให้เห็นว่า “…เมื่อก่อนเปลี่ยนแปลงมามีรัฐธรรมนูญ ประชาชนพลเมืองไม่สามารถจะรู้ได้ว่า ตนมีสิทธิและหน้าที่อย่างไรบ้าง โดยมากล้วนแต่เป็นหน้าที่ทั้งแทบทั้งนั้น ในระหว่างพลเมืองด้วยกันยังขาดความเสมอภาคโดยถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ บัดนี้ รัฐธรรมนูญได้ทำลายเครื่องกีดกั้นที่แบ่งชั้นวรรณะระหว่างบุคคลเสียสิ้นเชิง ไม่ต้องการให้มีไพร่ มีข้า ให้บุคคลทุกคนไม่ว่าจะมีอาชีพอย่างใดย่อมมีฐานะเสมอกันในกฎหมาย…ความแตกต่างในเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ชาติตระกูลหรือทรัพย์สมบัติไม่เป็นเหตุให้บุคคลต้องปฏิบัติตามกฎหมายแตกต่างกันเลย…” (บุญเรือน, 52)

สำหรับเขาแล้ว การปฏิวัติ 2475 เป็นสิ่งที่ที่ต้องเกิดขึ้นและสร้างการปกครองใหม่ที่ก้าวหน้าว่า

“ภายใต้การปกครองระบอบเก่า จริงอยู่ประเทศไทยของเราได้ค่อยๆ ก้าวหน้า มาตามสมควรแก่ภาวะของประเทศที่ยังไม่เจริญเพียงพอ…สมัยใดที่ไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงบุญญาภินิหาร ไทยในยุคนั้นก็เจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อสิ้นบุญวาสนาพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นเสียแล้ว ไทยก็เกิดยุคเข็ญถึงบ้านแตกสาแหรกขาด บัดนี้ นานาอารยประเทศทั้งหลายจึงเห็นพ้องกันว่า การปกครองระบอบเก่านั้นเป็นอันพ้นสมัยไม่สามารถจะนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติได้อย่างแท้จริง…ฐานะของประเทศไทยในยุคนั้น อุปมาเหมือนคนไข้หนักอันมีอาการแต่ทรงกับทรุดจนเกือบจะไม่มีทางเยียวยาสถานใดได้เลย ราษฎรส่วนมากพากันร้องว่า ยากจนลงไปทุกขณะ จนมองไม่เห็นว่า การครองชีพแต่ละครัวเรือนนั้นจะมีทางฟื้นคืนดีขึ้นได้และไม่มีวี่แววหรือช่องทางใดจะแก้ไขได้โดยเร็วเลย” (บุญเรือน, 57-58)

กล่าวโดยสรุป บุญเรือน นักกฎหมายหนุ่มชี้ให้เห็นว่า วันที่เป็น 24 มิถุนายนคือวันชาติอย่างแท้จริงเนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของเอกราช เริ่มต้นระบอบประชาธิปไตย เริ่มต้นจิตสำนึกใหม่ของพลเมืองว่าตนเองเป็นเจ้าของประเทศ เริ่มต้นสิทธิ เสรีภาพ เปิดโอกาสให้ผู้คนลืมตาอ้าปาก และสร้างความอารยะทัดเทียมนานาชาตินั่นเอง

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร