bg-single

HARRIET ‘ทาสหรือไท’ / ภาพยนตร์ : นพมาส แววหงส์

06.06.2022

ภาพยนตร์

นพมาส แววหงส์

HARRIET

‘ทาสหรือไท’

 

กำกับการแสดง

Kasi Lemmons

นำแสดง

Cynthia Erivo

Leslie Odom Jr.

Joe Alwyn

 

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของทาสหญิงผิวดำคนหนึ่งผู้กระเสือกกระสนหลบหนีและเอาชีวิตรอดจากความเป็นทาส ไปสู่เสรีภาพ แล้วยังหาญกล้าพาตัวเองกลับไปช่วยญาติมิตรเพื่อนพ้องได้อีกนับร้อยคน

เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรกลในขบวนการเลิกทาส และยังต่อสู้เพื่อความเป็นไท โดยเชื่อมั่นว่า ภายใต้สายตาของพระเจ้า ไม่มีมนุษย์คนไหนมีสิทธิจะเป็นเจ้าของครอบครองมนุษย์ด้วยกันคนไหนด้วยสิทธิขาดเยี่ยงทาสในเรือนเบี้ย

หญิงแกร่งทรหดและสู้ไม่ถอยคนนั้นมีชื่อในประวัติศาสตร์อเมริกันว่า

….แฮเรียต ทับแมน…

และกลายเป็นวีรสตรีในขบวนการเลิกทาส ซึ่งแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตคนจำนวนมากในสงครามกลางเมืองของอเมริกา (ค.ศ.1861-1865)

แฮเรียต ทับแมน (ซินเธีย เอริโว) เกิดมาเป็นทาสจากแม่ที่เป็นทาส แม้ว่าพ่อจะไม่ได้เป็นทาสด้วย

เธอมีชื่อแสนไพเราะเพราะพริ้งว่า อารามินตา รอสส์ และได้รับการเรียกขานอย่างย่นย่อ “มินตี้”

สมัยยังเป็นเด็ก มินตี้โดนกระแทกที่ศีรษะ สมองกระทบกระเทือนอย่างแรงจนหมดสติไปนานกว่าจะฟื้นขึ้น หลังจากนั้นเธอก็หมดสติล้มพับไปบ่อยๆ และเชื่อว่าพระเจ้ามีพระดำรัสกับเธอ

ถ้าวินิจฉัยอาการทางการแพทย์แล้ว มินตี้มีอาการแบบเดียวกับ “โจน ออฟ อาร์ก” วีรสตรีผู้พลีชีพของฝรั่งเศสในสงครามร้อยปีในศตวรรษที่ 15 ผู้ซึ่งบอกว่าเธอได้ยิน “เสียง” ของพระเจ้าบัญชาให้เธอทำอะไรต่อมิอะไร

และหนังก็ยังมีการพาดพิงถึงโจน ออฟ อาร์ก ในตอนที่มินตี้ถูกขู่ให้ยอมแพ้ ไม่งั้นจะถูกจับไปขึ้นตะแลงแกงและโดนเผาทั้งเป็นเหมือนวีรสตรีชาวฝรั่งเศสผู้นั้น

 

เจ้านายของมินตี้เป็นเจ้าของไร่ในแมรีแลนด์ ปกครองและกดทาสผิวดำให้ยอมจำนนรับสภาพของตัวเองด้วยการให้สาธุคุณเทศน์เรื่องการเชื่อฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

เจ้าของไร่ตระกูลโบรเดสส์ ไม่ใช่คนยุติธรรม ปากอย่างใจอย่าง และไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะให้อิสรภาพแก่แม่ของมินตี้เมื่ออายุ 45 ปี แถมเมื่อครอบครัวทาสดิ้นรนไปหาทนายความเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร เจ้านายยังฉีกสัญญาต่อหน้าตาอย่างหน้าเฉยตาเฉย และประกาศจะขายมินตี้เพื่อแยกครอบครัวออกจากกัน

ก่อนหน้านั้น ด้วยความยินยอมของเจ้านาย มินตี้แต่งงานกับจอห์น หนุ่มผิวดำที่เป็นไทแก่ตัว

การที่ทาสถูกขายให้ไปอยู่ที่อื่นโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ ก็เท่ากับการพลัดพรากจากกันไปตลอด

และ “เสียง/ภาพ” ในหัวของเธอ บอกให้เธอหลบหนีไปก่อนที่จะถูกขายไป

มินตี้ตัดสินใจหนีไปคนเดียว เพราะหากจอห์นมีส่วนรับรู้ในการหลบหนีของทาส เขาเองก็เสี่ยงกับการถูกจับมาเป็นทาสไปด้วย

มีฉากหนึ่งซึ่งแสดงความซื่อสัตย์ไม่ยอมพูดความเท็จของพ่อมินตี้ เพราะพ่อไม่ยอมมองหน้ามินตี้เลย แถมคราวหนึ่งยังใช้ผ้าปิดตาไปหาลูกสาว เพื่อที่จะพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ได้เจอหรือ “เห็น” เธอเลย

ด้วยความช่วยเหลือจากเครือข่ายขบวนการปลดปล่อยทาส มินตี้ระหกระเหินเดินเท้าเป็นระยะทางหนึ่งร้อยไมล์ ส่วนใหญ่เดินฝ่าป่าเขาที่มีอันตรายรอบด้าน จนข้ามรัฐไปสู่เดลาแวร์ และฟิลาเดลเฟียในที่สุด

ณ ที่นั้น เธอได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อบอกถึงตัวตนที่เป็นไทแล้ว กลายเป็นคนคนใหม่ โดยละทิ้งความเป็นทาสให้หมดไปกับชื่อเดิม

จาก อารามินตา รอสส์ เธอจึงกลายเป็น แฮเรียต ทับแมน ไปด้วยประการฉะนี้

สิ่งที่น่ายกย่องเหลือเกินสำหรับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งเป็นอิสระและพ้นจากสภาพความเป็นทาสแล้ว คือ เธอเข้าร่วมขบวนการช่วยเหลือทาสสู่อิสรภาพในรัฐภาคเหนือ

โดยกลายเป็น “ผู้นำทาง” (Conductor) ลักลอบพาทาสหลบหนี จนช่วยเหลือทาสให้เป็นไทได้นับร้อยๆ คน

ฉายาที่เธอถูกเรียกขานและหมายหัวในประกาศจับ คือ “โมเสส” ซึ่งเป็นศาสดาของชาวยิว ผู้นำทางที่พาทาสชาวอิสราเอลข้ามน้ำข้ามทะเลให้พ้นจากความเป็นทาสในดินแดนอียิปต์

ใครๆ ล้วนเข้าใจว่าเธอเป็นชาย หารู้ไม่ว่าเธอเป็นหญิงผู้หาญกล้าและทรหดอดทน ผู้เชื่อว่ามีพระเจ้าชี้นำและส่องทางให้เธอต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อันน่าสรรเสริญนี้

นับแต่ ค.ศ.1849 ที่เธอหลบหนีจากแมรีแลนด์มาสู่อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย เธอเข้าร่วมในขบวนการปลดปล่อยทาส และเดินทางกลับสู่ภาคใต้นับครั้งไม่ถ้วน และร่วมรบในสงครามกลางเมืองซึ่งเป็นสงครามที่ต่อสู้กันด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างกันในการมีทาสและการเลิกทาสซึ่งต่อสู้กันยาวนานตั้งแต่ ค.ศ.1861 จนสงครามสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเหนือ

และมีการประกาศเลิกทาสอย่างเด็ดขาดในปี 1865

 

หนังเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสองสาขาเมื่อสองสามปีที่แล้ว คือ สาขาการแสดงโดยนักแสดงนำหญิง และสาขาเพลงในเรื่อง

ด้วยเนื้อหาที่สะท้อนความอยุติธรรมในสังคม สะท้อนชีวิตและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของทาส แม้ว่าหนังจะทำได้ไม่ถึงใจเหมือนหนังซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกันและชนะใจผู้คนจำนวนมากกว่าด้วยการดำเนินเรื่องที่เร้าใจกว่า คือ 12 Years a Slave (ชีวิเทล เอจิโอฟอร์, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, ลูปิตา นิยองโก)

แต่ก็นับว่าเป็นหนังที่น่าดูมากเรื่องหนึ่งนะคะ •

 

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ HARRIET ได้ที่นี่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร