bg-single

ลุงสีเป็นเหตุ : ซีโร่-โควิดกับความไพบูลย์ร่วมกัน (1)/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

28.06.2022

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

 

ลุงสีเป็นเหตุ

: ซีโร่-โควิดกับความไพบูลย์ร่วมกัน (1)

 

มูลเหตุที่ทำไมในระยะหลังนี้ “ตึ่งซัวหั่งเช้งม่อ” (ตลาดจีนไม่สู้ดี) นั้น? นิตยสาร The Economist ฉบับประจำวันที่ 28 พฤษภาคมศกนี้ – ซึ่งจ่าหน้าปกด้วยข้อความ “จีนชะลอลง : ความยุ่งยากจากตัวแบบเศรษฐกิจใหม่ของสี” – สรุปว่าเป็นเพราะแนวนโยบายใหญ่ 2 ประการของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้แก่นโยบายสาธารณสุขซีโร่-โควิด (https://www.voanews.com/a/china-s-xi-bets-it-all-on-zero-covid-policy-/6576000.html) และแนวทางเศรษฐกิจ “ความไพบูลย์ร่วมกัน” (共同富裕 https://www.matichonweekly.com/column/article_483056)

สีจิ้นผิงบังคับใช้นโยบายซีโร่-โควิดทั่วประเทศจีนอย่างเข้มงวดต่อเนื่องมา 28 เดือนแล้วด้วยหวั่นวิตกว่าการเปิดประเทศจะทำให้คลื่นคนจีนแห่กันออกเดินทางและแพร่เชื้อโควิดกระจายกว้างจนผู้คนล้มตายหลายล้าน

แม้จะมีเหตุผลดี แต่ข้อน่าเสียดายคือรัฐบาลจีนกลับปล่อยให้เวลาล้ำค่าซึ่งแลกมาด้วยภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจราคาแพงนี้ผ่านเลยไปเปล่าๆ ไม่ช่วงชิงผลักดันมาตรการป้องกันแก้ไขอื่นๆ ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

ดังปรากฏว่าจนทุกวันนี้ผู้เฒ่าชาวจีนอายุกว่า 60 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแอนตี้โควิดเข็มสามมีถึง 100 ล้านคน มิหนำซ้ำจีนยังปัดปฏิเสธไม่ยอมนำเข้าวัคซีน mRNA อย่างไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาของฝรั่งอั่งม้อ ซึ่งมีประสิทธิศักย์สูงกว่ามาใช้ด้วย

ตรงกันข้าม ดูเหมือนจีนวางแผนจะกัดฟันยืนระยะนโยบายซีโร่-โควิดเหยียดต่อถึงปีหน้า โดยยอมแลกกับความปั่นป่วนโกลาหลของสายโซ่อุปทานและหั่งเช้งม่อต่อไป (https://www.voanews.com/a/china-s-strict-zero-covid-policy-creates-supply-chain-chaos-/6591227.html; https://www.voanews.com/a/china-faces-grim-economic-prospects-experts-say-/6569740.html)

กระทั่งถอนตัวไม่รับเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเชี่ยนคัพกลางปี 2023 และว่ากันว่าอาจจัดตั้งบรรดาสถานีตรวจเชื้อและหน่วยสวอปจมูกประจำการขึ้นมาเป็นการถาวรด้วยซ้ำ

ในสภาพที่เชื้อโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนติดง่ายแพร่เร็วกว่าก่อนเช่นนี้ การแพร่ระบาดเป็นหย่อมๆ และปิดเมืองน้อยใหญ่ของจีนเป็นพักๆ ย่อมยากจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ความที่นโยบายซีโร่-โควิดผูกติดกับการนำเด็ดขาดรวมศูนย์เหนือรัฐ-พรรคอย่างยืนยาวของสีจิ้นผิงก็ทำให้เปลี่ยนแปลงมันยากและห้ามวิจารณ์

ส่วนแนวทางเศรษฐกิจ “ความไพบูลย์ร่วมกัน” ของลุงสีซึ่งป่าวร้องว่าเป็น “แนวคิดการพัฒนาใหม่” นั้นก็มุ่งรับมือแก้ไข “ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษ” อาทิ ความเหลื่อมล้ำถ่างกว้าง หนี้สินพอกพูนเป็นภูเขาเลากาและธุรกิจผูกขาดรายใหญ่ในประเทศ รวมทั้งความขัดแย้งแตกแยกทางเศรษฐกิจการค้าและการเมืองระหว่างจีน-อเมริกัน เพื่อประกันให้คนจีนได้เสพรับดอกผลของการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วถึงและเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น และจีนยังคงครอบงำเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกทั้งแข็งแกร่งต้านทานแซงก์ชั่นทางการค้าของตะวันตกได้ในระดับสากล

เป้าหมายเหล่านี้มีเหตุผลสมควร ทว่า ลุงสียืนกรานให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนนำทุกๆ ด้าน และการดำเนินแนวทางดังกล่าวเหล่านี้มีลักษณะไล่ล่าเอาผิดและไม่แน่นอนคงเส้นคงวาในทางปฏิบัติ

เช่น กระแสการลงโทษเรียกค่าปรับ การออกกฎระเบียบใหม่และการกวาดล้างตัวบุคคลเป็นพายุบุแคมได้ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีพลวัตและประกอบสร้าง GDP ให้ถึง 8% มีอันชะงักงัน

ส่วนการปราบปรามกวาดล้างภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเหี้ยมเกรียมแต่ไม่ถ้วนตลอดก็ทำให้ภาคส่วนเศรษฐกิจสำคัญที่คิดเป็นกว่าหนึ่งในห้าของ GDP นี้ขัดสนเงินทุน ส่งผลให้ยอดขายที่อยู่อาศัยตกฮวบลงถึง 47% ในเดือนเมษายนศกนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน

เหล่านี้ส่งผลเสียหายต่อแรงจูงใจของภาคเอกชนของจีนซึ่งเป็นส่วนที่มีผลิตภาพสูงสุดของเศรษฐกิจในสภาพที่เหล่าเจ้าสัวธุรกิจเทคโนโลยีพากันอกสั่นขวัญแขวนไม่แน่ใจชะตากรรมตนเอง (ถ้าขนาดแจ๊ก หม่า ยังโดนเล่นงานได้ อั๊วจะรอดเหรอ?)

เงินทุนจึงไหลเทออกจากตลาดการเงินจีนต่างๆ ขนานใหญ่ ต้นทุนการหาเงินทุนสูงขึ้น – ดังปรากฏว่าหุ้นจีนค้าขายกันในราคาลดต่ำกว่าหุ้นอเมริกันถึง 45% บรรดานักลงทุนและผู้ประกอบการต่างหันมาดีดลูกคิดรางแก้วกันใหม่ ด้วยเกรงว่ากำไรการเงินของธุรกิจตนจะถูกตรึงติดเพดานที่กำหนดโดยพรรคซึ่งหวาดระแวงว่าภาคเอกชนจะมีทรัพย์สินและอำนาจมากไป

พวกนักร่วมลงทุน (venture capitalists) ก็หันไปเล่นกับธุรกิจที่ได้การอุดหนุนจากรัฐมากที่สุด แทนที่จะเล่นกับไอเดียที่เข้าท่าที่สุด

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีของการพัฒนาทุนนิยมจีนที่ไม่มีภาคส่วนสำคัญใดในระบบเศรษฐกิจกำลังปฏิรูปเปิดเสรียิ่งขึ้นเลย ซึ่งย่อมส่งผลบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจลง

 

แน่นอน จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่โตและประณีตพิสดารเกินกว่าที่บรรษัทข้ามชาติใดจะละเลยทิ้งไปได้ แต่แนวโน้มดังที่เป็นอยู่ย่อมส่งผลให้บรรษัทเหล่านี้จำนวนมากขึ้นหาทางปรับเปลี่ยนดุลของสายโซ่อุปทานให้ห่างจากจีนออกไป ดังที่แอปเปิลกำลังทำ (https://asia.nikkei.com/Spotlight/Supply-Chain/Apple-to-shift-iPad-capacity-to-Vietnam-amid-China-supply-chain-woes)

วิธีรับมือหั่งเช้งม่อของรัฐบาลสีจิ้นผิงคือเตรียมออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจมหึมามาอีกเพื่อพยุงให้ตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจทางการปีนี้บรรลุเป้า 5.5% ที่ตั้งไว้

ดังที่นายกฯ หลี่เค่อเฉียงออกมาเรียกระดมบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ-พรรคทั้งหลายเมื่อ 19 พฤษภาคมศกนี้ให้ “ปฏิบัติการอย่างเด็ดขาด” เพื่อฟื้นฟูการเติบโต

พร้อมกับธนาคารชาติจีนก็หั่นอัตราดอกเบี้ยจำนองอสังหาริมทรัพย์ลง คาดว่าก้าวต่อไปน่าจะเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมเงินมาดำเนินโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐขนานใหญ่

แต่การเพิ่มกองหนี้เป็นภูเขาเลากากับสร้างตึกราม ถนนหนทางคอนกรีตเป็นหลายๆ ตารางกิโลเมตร จะเกาถูกที่คัน (นโยบายซีโร่-โควิดกับแนวทางเศรษฐกิจความไพบูลย์ร่วมกัน) หรือ?

แนวทางของลุงสีนั้นมุ่งขยายขอบเขตเศรษฐกิจภาครัฐ – ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีผลิตภาพต่ำสุดในระบบเศรษฐกิจ จริงอยู่นโยบายอุตสาหกรรมของจีนประสบความสำเร็จอันน่าเกรงขาม เช่น ทำให้จีนครองฐานะครอบงำในด้านการผลิตแบตเตอรี่ขั้นสูง ลุงสีย่อมคาดหวังว่าเทคโนโลยีกับเหล่ากองทุนภาครัฐใหม่ๆ จะช่วยให้กระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจยืดหยุ่นคล่องตัวขึ้น

แต่ความล้มเหลวของนโยบายอุตสาหกรรมอย่างโครงการฟื้นฟูพัฒนาเขตอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและถ่านหินเก่าทางอีสานของจีนและการทุ่มเงินอุดหนุนการผลิตไมโครชิพในประเทศ ก็เป็นข้อเตือนใจที่ไม่ควรลืม (https://www.axios.com/2019/09/12/northeast-china-rust-belt & https://www.europeanguanxi.com/post/china-s-big-challenge-the-semiconductor-industry)

ข่าวที่น่าจะดีกว่ามาจากสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือนเมษายนศกนี้คือจีนตัดสินใจระงับการโปรโมตแนวทางเศรษฐกิจ “ความไพบูลย์ร่วมกัน” ของลุงสีอย่างเต็มที่โดยเฉพาะด้านในประเทศไว้ก่อนชั่วคราว เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอลงท่ามกลางโควิด-19 กลับมาระบาด

(https://www.aa.com.tr/en/asia-pacific/chinese-presidents-common-prosperity-initiative-hits-snag-report/2566569)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร