bg-single

เครื่องเคียงข้างจอ/ละอองดาว

06.10.2017

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

ละอองดาว

“ละอองดาว” เป็นชื่อนวนิยายจากปลายปากกาของนักเขียนระดับศิลปินแห่งชาติ “พนมเทียน” หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องชุด “มัสยา” “ละอองดาว” “สกาวเดือน”

ที่ตอนนี้ได้ถูกนำมาทำเป็นละครหลังข่าวทางช่อง 7 สี โดยฝีมือการสร้างของเจเอสแอล โกลบอล มีเดีย ออกอากาศไปแล้ว 2 ตอนแรกเมื่อวันพุธที่ 27 และวันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

“ละอองดาว” เป็นชื่อของนางเอกของเรื่อง ที่ชะตาชีวิตเล่นสนุกให้เธอต้องเป็นลูกกำพร้าแต่กำเนิดโดยทิ้งปริศนาไว้ว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดเธอ

โชคดีที่ละอองดาวได้รับการเลี้ยงดูเหมือนลูกบุญธรรมจาก ดร.ไกร เบญจรงค์ ผู้มีฐานะยศศักดิ์และชื่อเสียงที่ดีเป็นที่นับหน้าถือตาในวงสังคม เป็นผู้รอบรู้ทางด้านกฎหมายอย่างเลิศ และนั่นเป็นต้นเหตุแห่งเรื่องราวทั้งหมด

เมื่อก่อนที่ ดร.ไกร จะจากไปอย่างกะทันหัน เขาได้ทำพินัยกรรมที่รัดกุมยิ่งนัก แต่กลับ “พิเรนทร์” ในความรู้สึกของลูกชายคนเดียวของเขา คือ “กรกฏ เบญจรงค์” เพราะมันเป็นพินัยกรรมที่สั่งให้กรกฏต้องแต่งงานกับละอองดาวภายในเวลา 3 ปี จึงจะได้รับมรดกหลายหมื่นล้านของบิดาไป

เรื่องคงจะจบง่ายๆ ถ้าหากไม่เป็นที่กรกฏมีคนรักอยู่แล้ว ทั้งสองพบกันที่เมืองนอกและสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ซ้ำร้ายในสายตาของเขาที่จำภาพน้องบุญธรรมคนนี้ได้คือ เด็กขี้เหร่ อ้วนกลม ดูอมโรคเหมือนคนพิกลพิการ ซึ่งเป็นภาพตอนเด็กที่เขาได้เคยเห็น จากนั้นก็ไม่เคยพบหน้าอีกเลย เพราะต่างไปศึกษาต่อต่างประเทศด้วยกันทั้งสองคน

เรื่องวุ่นๆ จากการปฏิเสธการแต่งงาน และในภายหลังกลับพบว่าเขารักเธอเสียเหลือเกินแล้วจึงเกิดขึ้นตามสไตล์พ่อแง่แม่งอน รักนะแต่ปากแข็ง รู้แต่ทำเหมือนไม่รู้ ไม่สนใจ

ไม่น่าเชื่อว่า “พนมเทียน” ซึ่งเป็นนักประพันธ์ชาย เคยเขียนนวนิยายผจญภัยอุดมไปด้วยปืนผาหน้าไม้และการต่อสู้แบบลูกผู้ชายจากเรื่อง “เพชรพระอุมา” จะสามารถถ่ายทอดอักษรออกมาด้วยอารมณ์แห่งความรักแบบหญิงสาวในเรื่องชุดทั้ง 3 ที่ว่านี้ได้อย่างกลมกล่อม ละมุนละม่อม รู้เข้าไปถึงจิตใจและความรู้สึกของอิสตรีได้อย่างดี

นับว่า “พนมเทียน” เป็นนักประพันธ์ผู้มีความสามารถเขียนนวนิยายได้หลายๆ แนว

และแต่ละแนวก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นอมตะได้

ซึ่งหากใครที่ได้ทราบประวัติของท่านก็จะไม่แปลกใจเลย เพราะท่านได้เริ่มต้นในวงการน้ำหมึกด้วยบทประพันธ์ที่เป็นอมตะเรื่อง “จุฬาตรีคูณ” โดยตอนที่แต่งเรื่องนี้มีอายุเพียงแค่ 17 ปี

17 ปี สามารถเขียนงานที่ยืนยงมาจนถึงบัดนี้ได้นี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยล่ะ

“ละอองดาว” เคยถูกทำเป็นละครมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหมในปี 2519 นำแสดงโดย พิศาล อัครเศรณี และ กนกวรรณ ด่านอุดม, ครั้งที่ 2 ออกอากาศทางช่อง 7 สีในปี 2534 มี โอ-วรุฒ และ แอน-สิเรียม จับคู่พระนางกัน ส่วนครั้งที่ 3 ออกอากาศช่อง 5 ในปี 2550 นำโดย ก้อง-สหรัถ และ อ้อม-พิยดา อัครเศรณี

จากประวัติน่าสนใจว่า พ่อลูกได้แสดงในเรื่องเดียวกัน พ่อคือ “พิศาล” เล่นเป็นพระเอก ส่วนลูกคือ “อ้อม-พิยดา” เล่นเป็นนางเอกโดยเวลาห่างกัน 31 ปี

จากครั้งที่ 3 มาถึงครั้งที่ 4 ในปี 2560 ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ เมื่อเจเอสแอลได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ถ่ายทอดตัวอักษรของ “พนมเทียน” ออกมาเป็นภาพและเสียงในเวลาของละครหลังข่าว ทีมงานก็ได้เข้าไปกราบเคารพท่านที่บ้าน และขอคำแนะนำจากท่านในฐานะเจ้าของบทประพันธ์

“พนมเทียน” หรือคุณฉัตรชัย ได้ให้ความเมตตากับทีมงาน และได้แนะนำผู้ประพันธ์บทไว้อย่างเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจในงานละครอย่างดียิ่งว่า สามารถปรุงแต่งให้มีความสนุกแบบละครได้

แต่ขอให้คงแก่นของเรื่องเอาไว้ให้ได้คือ ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงที่ยืนหยัดอย่างความเป็น “ผู้มีเกียรติ” ของตน แม้ว่าจะถูกผู้ชายที่ควรจะเป็นคู่แต่งงานปฏิเสธ แม้ว่าจะถูกระรานกับผู้หญิงของเขาแค่ไหน แต่เธอก็ตั้งมั่นที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตนให้ได้

คุณฉัตรชัยยังบอกอีกว่า จะแก้ไขเพิ่มเติมดัดแปลงฉากไหนยังไงก็ตามแต่ แต่ขอให้คงไว้กับ 3 ฉากที่ว่านี้

คือ ฉากกรกฏโทรศัพท์ปฏิเสธการแต่งงานกับละอองดาว

ฉากกรกฏเมาเพราะกลุ้มใจในความรักที่ตนมีต่อละอองดาว จนละอองดาวต้องพาขับรถกลับบ้าน และกรกฏก็ขอหนุนตักละอองดาวในระหว่างที่เธอขับรถ

และฉากตอนท้ายเรื่อง ที่ละอองดาวขับรถไปขวางไม่ให้กรกฏไปบวชตามที่ตั้งใจไว้

และทั้งสามฉากนี้ก็มีอย่างครบถ้วนในละคร ตามความประสงค์ของผู้เขียน

ผู้รับบทกรกฏคือ “อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์” และผู้รับบทละอองดาวก็คือ “นาว-ทิสานาฏ ศรศึก” ซึ่งนักแสดงทั้งสองก็ได้ไปกราบคุณฉัตรชัย เพื่อให้ท่านดูตัว ซึ่งคุณฉัตรชัยก็มีความพอใจในรูปลักษณ์ของทั้งสองว่าเหมาะสม

โดยบอกเน้นกับนาวว่า ละอองดาวนั้นต้องมีความเป็นผู้ดีนะ อย่าให้กิริยาการแสดงออกเป็นนางร้ายไม่ได้ เพราะโดยเนื้อแท้แล้วละอองดาวมีเชื้อสายของหญิงสูงศักดิ์ในระดับเจ้าหญิงเลยทีเดียว

ส่วนกับอ๋อม คุณฉัตรชัยได้บอกว่า ตัวกรกฏเป็นผู้ชายที่เย่อหยิ่ง จองหอง ไว้ท่า ถือดี แม้ลึกๆ จะรู้ว่าตนเองตกหลุมรักละอองดาว แต่เมื่อเป็นผู้หญิงที่ตนเคยปฏิเสธ ก็จำเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้ให้มันกลัดหนองอยู่ข้างใน

เมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ต่อหน้ากล้อง และสวมบทบาทตัวละครที่ว่าก็สามารถทำได้ดี อ๋อมนั้นเคยแสดงมาหลายบทบาท แต่ครั้งนี้จะได้เห็นพัฒนาการทางการแสดงของเขาไปอีกขั้นหนึ่ง ที่เล่นได้เนียนและลึกขึ้น โดยเฉพาะแววตาที่ต้องแสดงออกถึงคนที่แบกทุกข์ไว้เต็มอก จะมีสุขบ้างก็สุขบนความทุกข์

ส่วนนาวนั้น สวยและสง่าเหลือเกิน ยิ่งเมื่ออยู่ในชุดราตรีทันสมัยงามสง่าในฉากที่ตนต้องเป็นตัวแทนของพระองค์เจ้าหญิงพราวนภางค์นภดลมาในงานวันเกิดของท่านชายสดายุ ก็ทำเอาทุกคนตกตะลึงในความงาม ที่งามสมกับความเป็นหญิงสูงศักดิ์ในเวลาต่อมา

ส่วนเรื่องการแสดงนั้นไม่ต้องห่วง นาวแบกรับไหวอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องมีน้ำตาออกมาฉากใด ก็ราวกับกดปุ่ม มันจะไหลพรากออกมาเสริมสร้างอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย

การถ่ายละครจะไม่ได้ถ่ายเรียงตามเรื่องอยู่แล้ว นักแสดงจึงต้องแม่นยำกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครว่าพัฒนาการของตัวละครตอนที่จะถ่ายนั้นมันไปถึงไหนแล้ว “ชัชวาลย์ คล้องช้าง” รับหน้าที่เป็นผู้กำกับเรื่องนี้ จะคอยช่วยแนะนำนักแสดงให้มีความเข้าใจ ไม่ตกหล่น

ส่วนคนเขียนบทมี 2 คนคือ “คุณชาย” และ “สรรพชัย เกิดอุทัย” ซึ่งทั้งสองต่างก็เคยฝากผลงานการเขียนละครมาแล้วหลายเรื่อง สำหรับเรื่องนี้ความยากอยู่ที่จะทำให้เรื่องราวที่สวยงามคลาสสิค มีรสชาติของความสนุกตามแบบละครหลังข่าวช่อง 7 สีได้อย่างกลมกลืนได้อย่างไร โดยยังเคารพในบทประพันธ์และคงแคแร็กเตอร์ของตัวละครนำไว้ได้

นอกจากนักแสดงนำอย่างอ๋อมและนาวแล้ว ยังมีนักแสดงระดับท็อปของช่องคือ “เคลลี่-ธนะพัฒน์” มารับทตัวละครสำคัญ “ท่านชายสดายุ” ซึ่งเป็นคนช่วยคลี่คลายปมหัวใจของพระนาง รวมทั้งรุ่นใหญ่อย่าง “เดือนเต็ม สาลิตุล” ในบทอดีตราชินีผู้สูงศักดิ์ ที่ต้องรับกรรมจากความยึดติดในราชประเพณีมากกว่าความรักที่แท้จริงของผู้เป็นลูก

สมทบด้วย เบนซ์-ปุณยาพร, แอนดรู-กรเศก, แมกกี้-อาภา, แดน-ดนัย ,เนย-ประภาดา และนักแสดงอีกมาก

เรื่องนี้เป็นละครย้อนยุค ย้อนไปในราวปี 2520 จึงต้องมีรายละเอียดของเสื้อผ้า เครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้ สถานที่ และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากให้ทีมงานได้ทำการบ้านตลอด

เอาล่ะครับ ฝากให้กำลังใจกับละคร “ละอองดาว” ด้วยนะครับ บอกกันตรงๆ อย่างนี้แหละ ใครจะทำไม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’