bg-single

‘ปัง-ปัง’ : การลอบสังหารจอมพล ป. จากปฏิปักษ์ทางการเมือง | ณัฐพล ใจจริง

28.07.2022

‘ปัง-ปัง’ : การลอบสังหารจอมพล ป. จากปฏิปักษ์ทางการเมือง (2)

 

หากพิจารณานายกรัฐมนตรีไทยที่ถูกลอบสังหารมากครั้งที่สุด คงหนีไม่พ้นไปจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีช่วงต้นระบอบประชาธิปไตย ผู้ที่ได้รับสมญาว่า “จอมพลกระดูกเหล็ก”

เพราะเขารอดตายจากเหตุการณ์ลอบสังหารถึง 6 ครั้ง นับตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีจนถึงนายกรัฐมนตรี ในช่วง 2476-2481 คือ มีการลอบยิง 5 ครั้ง และวางยาพิษ 1 ครั้ง

ภายหลังจากที่คณะราษฎรสามารถกลุ่มอำนาจเก่าที่ต่อต้านการปฏิวัติ 2475 ด้วยการล้มรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ ลง (2476) ลงแล้วนั้น มิได้ทำให้กลุ่มอำนาจเก่ายอมรับการเปลี่ยนแปลงการปกครองแต่อย่างใด

แต่พวกเขากลับเลือกใช้กำลังทางการทหารในการก่อกบฏบวรเดช (2476) ขึ้น แต่ในที่สุด รัฐบาลและประชาชนก็มีชัยเหนือกบฏครั้งนั้นได้

จอมพล ป.พิบูลสงคราม รักษาการบาดเจ็บจากการลอบสังหาร (2477) ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

จอมพล ป.พิบูลสงคราม
“ศัตรู” คนสำคัญ

ภายหลังปราบกบฏบวรเดชของกลุ่มอนุรักษนิยมทำให้สถานการณ์การเมืองสงบนิ่งลงแล้วส่งผลให้จอมพล ป.กลายเป็นดาวทางการเมืองที่เจิดจรัสขึ้นในฐานะผู้นำกลุ่มทหารหนุ่มในคณะราษฎร เขาเปรียบเสมือนทายาททางการเมืองต่อจากพระยาพหลฯ เขาจึงเป็นที่จับจ้องจากปฏิปักษ์หลายกลุ่ม

ในช่วงเวลานั้น เกิดความพยายามลอบสังหารเขาหลายครั้งด้วยเช่นกัน แต่ครั้งสำคัญๆ ที่นำมาเล่าต่อจากความพยายามลอบยิงครั้งแรกช่วงกบฏบวรเดช (ตุลาคม 2476) คือ การลอบยิงที่สนามหลวง (กุมภาพันธ์ 2477) การลอบยิงที่บ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่ (พฤศจิกายน 2481) และการลอบวางยาพิษที่บ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อ (ธันวาคม 2481)

การลอบสังหารเหล่านี้เป็นเหตุที่รัฐบาลปราบปรามกลุ่มปฏิปักษ์อย่างรุนแรง (กรมโฆษณาการ, 2482, 5-8; เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร, 2557, 197)

การลอบสังหาร
เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2477
ที่สนามหลวง

เรื่องการลอบสังหารจอมพล ป.ปรากฏเรื่องราวในหนังสือจอมพล ป.พิบูลสงคราม เล่ม 1 (2540) โดย พล.ต.อนันต์ พิบูลสงคราม บุตรชายของเขา มีเนื้อหาสังเขปดังนี้

เมื่อครั้งที่กรุงเทพฯ มีสนามสาธารณะเพียง 2 แห่งเท่านั้น คนไทยทุกเพศทุกวัยใช้สวนลุมพินี และท้องสนามหลวงเป็นที่พักผ่อน แต่สวนลุมพินีอยู่ห่างไกลมากสำหรับคนกรุงเทพฯ ในครั้งนั้น คนส่วนมากจึงชอบมาพักผ่อนกันที่ท้องสนามหลวงมากกว่าเพราะตั้งอยู่ใจกลางพระนคร…

ที่ท้องสนามหลวงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2477 มีรายการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทหารเหล่าต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีการสร้างสนามฟุตบอลชั่วคราวขึ้น… การแข่งขันฟุตบอลทหารแข่งกันมาหลายเดือนจนถึงคู่ชิงชนะเลิศในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2477 ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยของจอมพล ป.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขณะนั้น ไว้เป็นเกียรติยศ

นายทหารปืนใหญ่ที่ปราบปรามกลุ่มอนุรักษนิยมอย่างเข็มแข็ง และดาวรุ่งทางการเมือง

ในวันนั้น จอมพล ป.พร้อมด้วยบรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่ไปชมการแข่งขันตั้งแต่เริ่มต้น และเขาจะเป็นผู้มอบถ้วยเกียรติยศให้แก่ทีมชนะเลิศด้วย วันนั้น ประชาชนได้มาชมการแข่งขันฟุตบอลทหารคู่สุดท้ายอย่างล้นหลาม… เมื่อการแข่งขันได้ยุติลงแล้ว จอมพล ป.ได้คล้องพวงมาลัยให้แก่ผู้เล่นทุกคน แล้วมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมที่ชนะเลิศ ให้โอวาทแสดงความพอใจและยินดีที่การแข่งขันฟุตบอลทหารได้ดำเนินมาด้วยความเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนจบสมความมุ่งหมายของทางราชการทหาร

เสร็จพิธีแล้ว จอมพล ป.กล่าวอำลาผู้รับเชิญและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มาร่วมชมการแข่งขันโดยทั่วถึง จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมติดตามด้วย พ.ต.หลวงสุนาวินวิวัฒน์ เลขานุการ และ ร.อ.ทวน วิชัยขัทคะ นายทหารคนสนิท ก็เดินมุ่งไปยังรถยนต์ที่จอดคอยรับอยู่ใกล้กระโจมพิธี

เมื่อเขาขึ้นนั่งบนรถยนต์เรียบร้อยแล้ว เขาก้มลงหยิบกระบี่ที่วางขวางอยู่ข้างตัวเพื่อส่งให้หลวงสุนาวินวิวัฒน์ ผู้ซึ่งกำลังยืนส่งอยู่ข้างรถ ทันใดนั้นเอง เสียงปืนดัง “ปัง-ปัง” ดังระเบิดขึ้น 2 นัด

หลวงสุนาวินวิวัฒน์เหลียวไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังถือปืนพกจ้องปากกระบอกปืนตรงไปที่ร่างของจอมพล ป. ปากกระบอกปืนยังปรากฏมีควันกรุ่นอยู่

ด้วยความรวดเร็ว หลวงสุนาวินวิวัฒน์กระโดดปัดมือชายผู้นั้นจนปืนตกกระเด็นจากมือพร้อมกับกระสุนได้หลุดออกไปจากลำกล้องเป็นนัดที่ 3 ทหารหลายคนกรูกันเข้ารวบตัวชายผู้นั้นไว้ได้ ร.อ.ทวน วิชัยขัทคะ รีบประคองร่างของรัฐมนตรีไว้ด้วยความตกใจสุดขีด

เลือดสีแดงเข้มไหลรินออกจากรูกระสุนปืนตรงต้นคอของจอมพล ป. ทำให้เสื้อสีกากีที่เขาสวมเกิดรอยเปื้อนเป็นทางด้วยเลือดที่ยังไหลจากลำคอไม่หยุด จากการสอบสวนขั้นต้นปรากฏว่า ผู้ยิงชื่อ นายพุ่ม ทับสายทอง…

พลันเมื่อจอมพล ป.ถูกส่งมายังโรงพยาบาลพญาไทหรือพระมงกุฎเกล้าฯ ทีมแพทย์นำโดย พ.ท.พระศัลยเวทวิศิษฐ์ และพยาบาลเข้ารักษาทันที “ใบหน้าของเขาซีดเพราะเสียเลือดไปมาก แต่ก็ยิ้มเมื่อเขาลืมตาขึ้นมองเห็นนายแพทย์ใหญ่ทหารบกกำลังปฏิบัติหน้าที่…”

ผลการตรวจบาดแผลพบว่า เขาถูกกระสุนปืน 2 แห่งเป็นบาดแผลฉกรรจ์ กระสุนนัดหนึ่งเข้าทางแก้มซ้ายด้านหน้าทะลุออกด้านหลังของต้นคอ กระสุนนัดที่ 2 เข้าทางด้านหน้าไหล่ขวาทะลุออกด้านหลัง กระสุนนัดแรกนั้น วิถีกระสุนได้แล่นหลีกเลี่ยงส่วนสำคัญไปได้เหมือนปาฏิหาริย์ มิฉนั้นแล้ว เขาอาจจะไม่สามารถรอดผ่านชีวิต ผ่านเวลาค่ำของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2477 ไปได้เลย

เขานอนรักษาแผลอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานานประมาณ 1 เดือน ภายใต้การรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิดของท่านนายแพทย์ใหญ่ทหารบกและคณะ พร้อมใส่ใจดูแลตลอดวันตลอดคืนของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม พอแผลถูกยิงหายจวนสนิทพ้นขีดอันตรายแล้ว ท่านก็ได้รับอนุญาตจากนายแพทย์ใหญ่ให้กลับไปพักผ่อนได้ที่บ้านพักของท่านในกรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อได้ (อนันต์ พิบูลสงคราม, 2540, 73-77)

แม้นนายพุ่ม ทับสายทอง มือปืนที่ลั่นไกสังหารจอมพล ป.ที่สนามหลวงครั้งนั้นจะถูกพิพาษาลงโทษจำคุก 16 ปี แต่นายพุ่มไม่ยอมซัดทอดใครเป็นผู้เกี่ยวข้องจ้างวานบงการเขา และไม่มีคำตอบใดจากกรมตำรวจที่มี พล.ต.อ.อดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจขณะนั้น ดูเหมือนว่าความพยายามไขปริศนาของผู้เกี่ยวข้องเบื้องหลังการลอบสังหาร ยังไม่กระจ่าง จนกระทั่งมีการลอบสังหารอีกครั้งในอีก 4 ปีถัดมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2481

ความโดดเด่นของจอมพล ป. ภายหลังปรามปรามกลุ่มอนุรักษนิยมและเติบโตทางการเมืองอย่างรวดเร็วของเขาย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มปฏิปักษ์หลายกลุ่มที่อาจเข้ามาร่วมมือกันในการกำจัดศัตรูร่วมกันในครั้งนั้น

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี