สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน / เครื่องเคียงข้างจอ : วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ
วัชระ แวววุฒินันท์
สุนทราภรณ์
เพลงรักเพลงแผ่นดิน
ผมได้รับบัตรชมละครเวที “สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน” จากคุณประภาส ชลศรานนท์ ในรอบการแสดงก่อนจะเป็นรอบสุดท้าย ซึ่งตลอดสามชั่วโมงของการแสดงนั้นมีความสุขอย่างมาก
หากใครที่ติดตามคอลัมน์นี้อยู่บ้างคงจะพอทราบว่า ผมมีความผูกพันกับบทเพลงของวงดนตรีสุนทราภรณ์ไม่น้อย เพราะเคยได้ลุกขึ้นมาทำละครเวทีชุด “สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” ในนามของเจ เอส แอล ร่วมกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาแล้วถึง 7 เรื่องในเวลา 8 ปี
หากสุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล นั้นเป็นการนำบทเพลงของสุนทราภรณ์มาร้อยเล่า ร่วมไปกับเนื้อเรื่องของละครที่แต่งขึ้นใหม่ที่แตกต่างรสชาติและเหตุการณ์กันไป ต่างกันกับละครเวที “สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน” นี้ เพราะเป็นการนำเรื่องจริงๆ จากประวัติของครูเอื้อ สุนทรสนาน และวงดนตรีสุนทราภรณ์ มานำเสนอ
ซึ่งหากจะว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องราวของครูเอื้อ ตลอดจนครูเพลงท่านอื่นๆ และเกร็ดที่น่าสนใจของบทเพลงสุนทราภรณ์นั้น สามารถทำเป็นซีรีส์สิบตอนจบ เหมือนซีรีส์เกาหลีญี่ปุ่นได้อย่างสบาย
แต่เมื่อนำมาทำเป็นละครเวที ในเวลาชั่ว 3 ชั่วโมง จึงเป็นเรื่องที่หนักหนาอยู่ไม่น้อย
ลำพังแค่เลือกบทเพลงที่มีอยู่กว่าสองพันเพลงว่าจะใช้เพลงไหนมานำเสนอบ้างก็ยากแล้ว แต่ยังต้องเล่าเรื่องตั้งแต่ครูเอื้อยังหนุ่มจนถึงวัยกลางคนให้คนดูรู้เรื่อง ซาบซึ้ง และประทับใจอีกด้วย
จึงขอชื่นชมผู้สร้างละครเวทีเรื่องนี้จากใจจริง ซึ่งผู้กำกับฯ ก็คือ สันติ ต่อวิวรรธน์ สร้างสรรค์บทละครโดย ชยานันต์ เทพวนินกร ซึ่งเขียนมาจากบทละครดั้งเดิมโดย ดร.สาวิตา ดิถียนต์

ภาพประกอบ : ‘ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก’ /เครดิต workpointtoday.com
ที่ชื่อว่า “สุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน” นั้นก็เพราะครึ่งแรกเป็นเรื่องของเพลงรักที่เกี่ยวพันกับความรักแบบหนุ่มสาวของครูเอื้อ สุนทรสนาน และคุณอาภรณ์ กรรณสูตร คู่ชีวิต ที่มีทั้งรักซาบซึ้ง หวานฉ่ำ และรันทดโศกเศร้าเคล้าผิดหวัง จนถึงความรักที่เป็นอมตะในฐานะคู่ชีวิต ผ่านบทเพลงเด่นๆ เช่น “ศึกในอก” “ยอดดวงใจ” “รักเอาบุญ” “ศรรัก” เป็นต้น
ส่วนครึ่งหลัง เป็นเพลงแผ่นดิน เพราะละครได้สะท้อนให้เห็นว่าบทเพลงของสุนทราภรณ์นั้นมีความผูกพันกับสังคมไทย วิถีชีวิตคนไทย และประเทศชาติไทยอย่างไรบ้าง
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า วงดนตรีหนึ่งวงจะสามารถสร้างอิทธิพลผ่านเนื้อร้องและทำนองให้มีพลังสร้างสรรค์ได้ขนาดนั้น ซึ่งนอกจากจะฟังเพื่อความสุขสำราญแล้ว ยังเป็นบทเพลงประกอบเทศกาลต่างๆ เพลงประจำสถาบันสำคัญๆ เพลงที่เกี่ยวกับสถานที่ และเคยถูกรับใช้ผู้ปกครองแผ่นดินในฐานะเพลงปลุกใจอีกด้วย
สำหรับผู้ชมแล้ว แน่นอนที่จะจับจ้องไปถึงตัวละคร “ครูเอื้อ สุนทรสนาน” เพราะเป็นแกนกลางของเรื่องทั้งหมด
ที่จับจ้องเพราะอยากรู้ว่าผู้แสดงจะเหมือนครูเอื้อไหม จะร้องเพลงได้ไพเราะในแบบครูเอื้อเพียงใด จะทำให้เราเชื่อได้ไหมว่า นั่นไงครูเอื้อที่มีชีวิตอยู่บนเวที

ภาพประกอบ : ‘ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก’ /เครดิต workpointtoday.com
ผู้รับบทครูเอื้อ ก็คือ “กิตติธัช แก้วอุทัย” หรือธัช ผู้ชนะเลิศจากรายการเพลงเอกซีซั่น 1 ทางช่องเวิร์คพอยท์ ซึ่งธัชเองได้เคยร่วมงานกับสุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล ในเรื่องสุดท้ายในบทของตัวประกอบธรรมดาๆ คนหนึ่ง
หลังละครจบลง ทราบว่าเขาได้สมัครแข่งขันในรายการเพลงเอก และฝ่าฟันจนสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาครองได้ ในภาพ “เงาของครูเอื้อ” เพราะขับร้องได้ใกล้เคียงกับน้ำเสียงของครูอย่างมาก
ส่วนตัวรู้สึกชื่นชมและยินดีที่เห็นธัชพัฒนาตัวเองและได้รับความรักความชื่นชมจากแฟนๆ เพลงสุนทราภรณ์ และแฟนรายการมากมายเช่นนี้ นั่นจึงทำให้เขาเหมาะสมอย่างยิ่งกับการสวมบทบาทครูเอื้อในละครเรื่องนี้
ซึ่งทราบมาว่าเขาต้องฝึกฝนอย่างหนักทั้งการขับร้องบทเพลงต่างๆ ในแบบฉบับของครู การสีไวโอลินที่เป็นเอกลักษณ์ครูเอื้อ และวิธีการพูดที่หาต้นฉบับเพื่อศึกษาได้ยากยิ่ง
สำหรับการร้องนั้น ธัชสามารถถ่ายทอดน้ำเสียงและการออกคำ ออกสำเนียง ได้ใกล้เคียงกับครูอย่างมาก จนถ้าหลับตาแล้วก็เคลิบเคลิ้มว่าฟังครูเอื้อร้องจริงๆ ได้ทีเดียว
สำหรับการสีไวโอลินนั้นเสียดายที่ไม่ได้มีฉากที่จะโชว์ทักษะได้มากพอ เข้าใจว่าคงจะมีเวลาฝึกซ้อมสั้นเกินไป
ซึ่งหากมีฉากที่ธัชได้โชว์การสีไวโอลินให้คนดูประทับใจแบบเป็นเนื้อเป็นหนังสักหน่อย จะได้รับการชื่นชมอย่างมากแน่นอน
ซึ่งหากเทียบกับละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ที่เคยทำมา นายศร ที่รับบทโดย อาร์ม-กรกันต์ นั้นได้โชว์ฝีมือการตีระนาดจริงๆ แบบเต็มอิ่มจนทำให้คนดูเชื่อได้ว่าเขาเก่งระนาดจริงๆ

ภาพประกอบ : ‘ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก’ /เครดิต workpointtoday.com
สำหรับ อาร์ม-กรกันต์ แล้ว ในเรื่องนี้เขารับบทเป็นคนเล่าเรื่อง ซึ่งต้องร้องด้วยเนื้อเพลงแปลงจากทำนองเพลงของสุนทราภรณ์ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ได้ร้องเนื้อจริงเหมือนคนอื่นๆ ต้องยกนิ้วให้กับความตั้งใจของเขา ที่สามารถจดจำเนื้อร้องที่หลากหลาย และถ่ายทอดแบบใส่อารมณ์ของการแสดงและเรื่องราวได้อย่างดี ผสมกับการผันตัวเองเป็นตัวละครร่วมในฉากต่างๆ ได้อย่างสนุก โดยเฉพาะที่เล่นเป็นคนตรวจตั๋วของโรงหนังสมัยก่อน เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อยเลย
นับวันรัศมีความเป็นมืออาชีพด้านการแสดงและการร้องของอาร์มจะโดดเด่นมากขึ้นทุกที

ภาพประกอบ : ‘ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก’ /เครดิต workpointtoday.com
นอกจากตัวละครครูเอื้อแล้ว ยังมีตัวละคร “ครูแก้ว อัจฉริยะกุล” ที่เดินเรื่องคู่กันไปด้วย เพราะในความสำเร็จและความไพเราะของบทเพลงสุนทราภรณ์นั้น ต้องยกให้กับทั้งสองครูจริงๆ ที่ผสมผสานทำนองที่เพราะพริ้งหลากหลายโดยครูเอื้อ กับคำร้องที่สร้างสรรค์ด้วยภาษาที่สวยงาม มีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจ และเปี่ยมด้วยเรื่องราวที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาแบบใดก็ตามผ่านฝีมือการแต่งของครูแก้ว
ผู้ที่รับบทครูแก้ว ก็คือนักร้องที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 จากรายการเพลงเอกซีซั่น 1 ชื่อว่า “นุ” หรือ “อนุกูล โกมลอุปถัมภ์” ซึ่งก็สวมบทครูแก้วที่เกาะเกี่ยวไปกับครูเอื้อได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะในฉากที่ครูแก้วกับครูเอื้อจำต้องแต่งเพลงลอยกระทงกันสดๆ ในคืนหนึ่งที่รับงานแสดงดนตรีเนื่องในวันลอยกระทง และเจ้าภาพอยากให้มีเพลงที่เกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทงด้วย จะเห็นการรับส่งกันของสองนักแสดงได้อย่างน่าขัน น่าหัวเราะ
นอกจากนั้นยังมีตัวละครที่เป็นบุคคลจริงๆ อีกหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ชอุ่ม ปัญจพรรค์, สมศักดิ์ เทพานนท์, วินัย จุลละบุษปะ, เลิศ ประสมทรัพย์, รวงทอง ทองลั่นทม, มัณฑนา โมรากุล, ศรีสุดา รัชตะวรรณ, ครูดำ-พูลสุข สุริยพงษ์รังษี หลานของครูเอื้อ และฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือพนมเทียน
ส่วนงานด้านโปรดักชั่น แม้ไม่ได้มีองค์ประกอบที่ยิ่งใหญ่ สวยงามตระการตา แต่ใช้ประโยชน์จากจอ LED อย่างได้ผล ด้วยสามารถสร้างสรรค์ฉากและบรรยากาศตามท้องเรื่องได้หลากหลาย เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว เมื่อประกอบการจัดแสงที่ลงตัว สวยงาม กลมกลืนกับอารมณ์ของเรื่อง ก็ทำให้ผู้ชมดูดดื่ม คล้อยตามกับเนื้อหาละครได้ไม่ยาก
ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นฉากเรือกสวนริมน้ำแม่กลองของ อ.อัมพวา ที่ให้บรรยากาศย้อนยุคอย่างอบอุ่น ยิ่งมีท่าน้ำ และเรือลำน้อยที่พาหนุ่มนักดนตรีล่องแม่น้ำมาหาขวัญใจที่หมายฝากชีวา พร้อมบทเพลงจีบสาวที่ถ่อมตนของ “รักเอาบุญ” ก็ยิ่งโรแมนติกเสียนี่กระไร
เมื่อเป็นละครเพลงที่ต้องนำบทเพลงอมตะของสุนทราภรณ์มาใช้
การเรียบเรียงดนตรีใหม่เพื่อใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จึงเป็นภารกิจที่ท้าทาย คือ จะต้องปรุงแต่งขึ้นใหม่ไปตามจังหวะของละครและเรื่องราว ไม่ได้เล่นตามแบบฉบับที่ผู้ชมคุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้ฉีกไปเสียจนแฟนเพลงสุนทราภรณ์รับไม่ได้ ยังคงท่วงทำนองอันไพเราะได้อยู่เช่นเดิม และยังต้องใช้เครื่องดนตรีเพื่อเก็บสำเนียงของเพลงในยุคนั้นแต่ก็เสริมเสียงดนตรีขึ้นใหม่มาผสานให้ได้รสชาติใหม่ๆ ชวนฟัง
ซึ่งผู้รับหน้าที่เรียบเรียงดนตรีในละครเรื่องนี้ก็คือ จักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน
ขอปรบมือให้ดังๆ
ที่ชอบคือการเรียบเรียงดนตรีในช่วงที่บ้านเมืองเกิดสงคราม ได้นำบทเพลงสุนทราภรณ์มาปรุงให้เป็นอารมณ์แบบทหารเตรียมรบ ที่มีทั้งความหนักแน่นและหวาดหวั่น

ภาพประกอบ : ‘ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก’ /เครดิต workpointtoday.com
ตัวละครครูเอื้อได้พูดไว้ในตอนหนึ่งของละครว่า
“นักดนตรีก็ต้องเล่นดนตรี นักร้องก็ต้องร้องเพลง บทเพลงก็ต้องบรรเลงสร้างความสุขและกำลังใจให้กับผู้ฟัง”
บทเพลงของสุนทราภรณ์ก็ได้ทำหน้าที่นั้นต่อเนื่องยาวนานมาอย่างครบถ้วน แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป มีบทเพลงแนวใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ คนรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้นเคยกับเพลงสุนทราภรณ์นัก แต่อย่างไรก็ตาม บทเพลงของสุนทราภรณ์ก็เป็นผลงานที่เป็นดั่งสมบัติของแผ่นดินไปแล้ว และผู้ฟังเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินในความเป็นอมตะของบทเพลงนั้นๆ ได้
ในรอบที่ผมไปชมนั้น ทราบว่ามีผู้ชมท่านหนึ่งได้บอกว่า “คุ้มค่ากับการได้มีชีวิตอยู่เพื่อได้ดูละครเวทีดีๆ เช่นนี้จริงๆ”
ขอคารวะต่อ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูแก้ว อัจฉริยะกุล รวมทั้งครูเพลงท่านอื่นๆ และนักร้อง นักดนตรีของวงดนตรีสุนทราภรณ์ทุกท่าน ที่ได้รังสรรค์บทเพลงอันเป็นศักดิ์และศรีของคีตการโดยแท้
“…จะชื่นครื้นสุข จะทุกข์ระทมอุรา สุนทราภรณ์พา เสน่หามาจูบใจ…” •
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
