bg-single

โฟกัสพระเครื่อง/พระเกจิ 5 แผ่นดิน-108 ปี เหรียญหลวงปู่สนธิ์ รุ่น 1 มงคลวัดอรัญญานาโพธิ์

05.11.2017

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ [email protected]

พระเกจิ 5 แผ่นดิน-108 ปี

เหรียญหลวงปู่สนธิ์ รุ่น 1 มงคลวัดอรัญญานาโพธิ์

“หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดอรัญญานาโพธิ์ บ้านท่า หมู่ 8 ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเกจิชื่อดัง 5 แผ่นดินแห่งเมืองนครพนม พระนักปฏิบัติอีกรูปหนึ่งของภาคอีสาน เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง

เป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่ศรีทัตถ์ ญาณสัมปันโน ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

วัตถุมงคล จัดสร้างจำนวนกว่า 59 รุ่น แต่ละรุ่นจัดสร้างจำนวนจำกัด โดยเฉพาะรุ่นพิเศษที่คณะศิษย์จัดสร้างถวายเนื่องในโอกาสสำคัญ และที่ระลึกงานต่างๆ มีเจตนามอบเป็นที่ระลึก

โดยไม่ได้ให้เช่าบูชาหรือการค้าใดๆ ทั้งสิ้น

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2516 พระอาจารย์สว่าง จันทโชโต เจ้าอาวาสวัดสะพานคำ จ.สกลนคร ขออนุญาตสร้าง “เหรียญหลวงปู่สนธิ์ รุ่น 1”

เหรียญรุ่นนี้ที่พบเห็นมีเนื้อทองแดงผิวไฟ จัดสร้างจำนวนน้อย ลักษณะเป็นเหรียญกลม รูปไข่ มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญ ขอบเหรียญมีเส้นสันนูน 2 ชั้น ตรงกลางเหรียญมีรูปเหมือนหลวงปู่ครึ่งองค์หน้าตรง ใกล้ขอบเหรียญจากซ้ายไปขวา สลักตัวหนังสือนูนคำว่า “อาจารย์สนธิ์ เขมปัญโญ วัดอรัญญานาโพธิ์”

ด้านหลังเหรียญ ขอบเหรียญมีเส้นสันนูนหนา ใต้หูห่วงมีอักขระอักษรธรรม อ่านว่า “อะสังวิ” บรรทัดถัดมาอ่านว่า “สุโลปุ” บรรทัดสุดท้ายอ่านว่า “สะพุภะ” บรรทัดต่อมาระบุ “๒๕๑๖ รุ่น ๑” พุทธศักราชและรุ่นที่สร้าง

เหรียญรุ่น 1 นี้มี 2 บล๊อก บล๊อกแรกไม่ตอกโค้ด บล๊อกสองด้านหน้าเหรียญที่จีวรตอกโค้ด “สก” อันมีความหมายว่า ลูกศิษย์สกลนครสร้าง และด้านหลังเหรียญมีตำหนิรอยขีดบริเวณหางเลข “๖” ไทย

เหรียญรุ่นนี้และอีกหลายรุ่น คนทำบล๊อกผิดพลาด สลักฉายาคำว่า “เขมปัญโญ” ส่วนฉายาที่ถูกต้องของหลวงปู่คือ “เขมิโย”

เหรียญรุ่นดังกล่าว หลวงปู่สนธิ์นั่งปลุกเสกเดี่ยว

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า สนธิ์ โคตะบิน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2453 ที่บ้านนาโพธิ์ ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ท่านเป็นบุตรคนโต ในจำนวนชาย 6 คน หญิง 4 คน

เมื่อครั้งอายุ 18 ปี ออกหาปลาในลำน้ำอูน ขณะนอนตะแคงในท่าพนมมือสองข้างหนุนศีรษะ ผู้เฒ่าผู้แก่ทักว่าจะไม่ได้ครองเรือนเช่นคนทั่วไป แต่จะได้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต

อายุ 20 ปี ญาติถึงแก่กรรม บิดาจึงให้บวชหน้าไฟและอุปสมบทในคราวเดียวกัน ที่วัดศรีชมชื่น ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม มีหลวงพ่อแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเกศ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีหลวงพ่อเกิด เป็นพระกรรมวาจาจารย์

หลังอุปสมบท พรรษาแรกเดินธุดงค์ไปจำพรรษาที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน นานเป็นเวลา 8 พรรษา

ช่วงที่จำพรรษาอยู่ที่วัดพระธาตุท่าอุเทน ปวารณาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน พระเกจิชื่อดัง ผู้สร้างพระพุทธบาทบัวบกในยุคนั้น ก่อนจะเดินธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย ตามลำดับ

จากนั้นข้ามแม่น้ำโขงไปที่แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นาน 2 พรรษา และธุดงค์ไปภูเขาควายอีก 4 พรรษา นั่งปฏิบัติธรรมท่ามกลางสัตว์ป่าดุร้าย เช่น หมี เสือโคร่ง

ก่อนธุดงค์ต่อไปในภาคเหนือของไทย 7 จังหวัด และภาคกลางอีก 7 จังหวัด

จนมาถึง จ.นครราชสีมา และกลับมายังบ้านเกิด หลังจากนั้นเดินทางไปสร้างวัดและจำพรรษาที่บ้านเปงจาน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

กระทั่งทราบข่าวบิดาป่วย จึงเดินทางกลับมายังบ้านนาโพธิ์ เพื่อดูแลอาการ และได้สร้างวัดอรัญญานาโพธิ์ ในปี พ.ศ.2509 อยู่จำพรรษาจนถึงปัจจุบัน

หลวงปู่สนธิ์ เป็นพระที่มีความสมถะ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เวลาเดินธุดงค์จะไม่มีทรัพย์สินมีค่าติดตัว ไม่สวมรองเท้า และบิณฑบาตก็รับแต่พอฉันในแต่ละมื้อเท่านั้น ไม่เก็บสิ่งของมีค่า

ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในศีลธรรม จะคอยอบรมลูกศิษย์อย่าประมาทในศีล มักน้อย สันโดษ เป็นอยู่ง่ายๆ กินแต่น้อย ไม่สะสมทรัพย์สิ่งของ จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธา

นอกจากเป็นผู้ชำนาญการด้านพระปริยัติและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านยังเป็นผู้ทรงวิทยาคมอันสูงส่งรูปหนึ่ง

ครั้งหนึ่งจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ที่พบเห็นหลวงปู่สนธิ์กำลังออกบิณฑบาต เกิดฝนตก แต่ปรากฏว่าเม็ดฝนไม่ถูกตัวหลวงปู่ ทั้งที่หลวงปู่สนธิ์ก็ออกเดินบิณฑบาตไปตามปกติ แต่ฝนตกตามหลังไป แต่ไล่ไม่ทันตัวหลวงปู่ ชาวบ้านเรียกขานว่า “ฝนไล่ไม่ทันหลวงปู่”

หลวงปู่สนธิ์สร้างวัดอรัญญานาโพธิ์ เมื่อปี พ.ศ.2509 ยังสร้างโรงเรียนอีก 5 แห่ง และตึกอาพาธสงฆ์ที่โรงพยาบาลศรีสงคราม สร้างศาลาการเปรียญวัด กุฏิอีกหลายแห่ง พร้อมตั้งมูลนิธิหลวงปู่สนธิ์สนับสนุนทุนเรียนดีแต่ยากจน

เมื่อเข้าสู่วัยชรา จึงกลับไปจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด แต่ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง อาพาธเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง ก่อนนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศรีสงครามเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนม จากนั้นจึงส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น นาน 2 เดือน ก่อนกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสงคราม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 มรณภาพลงอย่างสงบ สิริอายุ 108 ปี พรรษา 88



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี