ผยง ศรีวณิช ทำนายเศรษฐกิจปี 2566 เลือกตั้ง ทำ ‘คึกคัก’ ขึ้น | รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ | วรลดา
ผยง ศรีวณิช
ทำนายเศรษฐกิจปี 2566
เลือกตั้ง ทำ ‘คึกคัก’ ขึ้น
บนชั้น 28 อาคารวินด์แฮม บางกอก ควีน คอนเวนชั่น ซอยไผ่สิงห์โต ก่อนสิ้นปี 2566 บิ๊กบอสธนาคารกรุงไทย ควบตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทย “ผยง ศรีวณิช” นัดเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สื่อมวลชนหลายสำนัก
บรรยากาศลมเบื้องบนเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานครเป็นไปตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา อุณหภูมิ 19 องศา อากาศเย็นสบาย ทุกคนในงานเลี้ยงจึงผ่อนคลายและออกรสออกชาติในการพูดคุยถาม-ตอบกันในเรื่องราวจิปาถะ
ผยงเพิ่งเสร็จจากการเปิดแถลงข่าวแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง เปย์” ที่ต่อยอดมาจาก “เป๋าตัง” โดยจับมือกับ “อินฟินิธัส” บริษัทลูกของกรุงไทย ทำหน้าที่พัฒนาต่อยอดมิติใหม่ของดิจิทัลเพย์เมนต์เป๋าตัง เปย์ ในครั้งนี้

ผยงเล่าว่าปัจจุบันแอพพลิเคชั่นเป๋าตังมีผู้ใช้บริการกว่า 40 ล้านคน ถือเป็นซูเปอร์แอพพ์ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในประเทศ เมื่อต่อยอดมาเป็น “เป๋าตัง เปย์” ยิ่งทำให้การใช้งานสามารถทำได้กว้างมากขึ้น
คือ นอกจากใช้ในด้านการใช้จ่าย การออม การลงทุน ทั้งลงทุนพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน เมื่อยกระดับมาเป็น “เป๋าตัง เปย์” จึงเป็นช่องทางในการชำระเงินแบบซูเปอร์วอลเล็ตบนแอพพ์เป๋าตัง ครอบคลุมทั้งบริการโอนเงิน เติมเงิน
สแกนจ่ายผ่าน QR พร้อมเพย์ สามารถทำได้ทุกธนาคาร และทุกร้านค้าทั่วไทย รวมถึงใช้ชำระบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต ค่าประกัน หรือค่าธรรมเนียมหน่วยงานภาครัฐ สามารถโอนจ่ายได้อย่างอิสระ
เขาคาดหวังว่าจะมีผู้ใช้งานผ่านวอลเล็ต “เป๋าตัง เปย์” ภายในปีหน้า (2566) ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน และตั้งเป้าขึ้นเป็นซูเปอร์วอลเล็ตรายแรกในประเทศไทยในช่วงเวลานับจากนี้ไม่เกิน 3 ปี
เสร็จจากบอกเล่างานหลักที่แบงก์กรุงไทย ซีอีโอหน้าใสไฟแรงกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2566
เขาว่า “macro trend หรือแนวโน้มธุรกิจปีหน้า (2566) ตลาดเราน่าจะกลับมาบ้าง แต่จะกลับมาบ้างแค่ไหน ไม่แน่ใจ
เพราะยุโรปก็เดี้ยง อเมริกาก็ถดถอย รอดูว่าจะรุนแรงหรือจะไม่รุนแรง เนื่องจากสถานะการเงินของภาคเอกชนและการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังเข้มแข็งพอรองรับได้อยู่
“ของเราข้อดีคือ ปีหน้า (2566) ครึ่งปีหลัง ผมว่านักท่องเที่ยวจีนน่าจะกลับมา คิว 2 คิว 3 น่าจะกลับมา แต่คิว 1 น่าจะยังปรับตัวอยู่
คือโดยโครงสร้างระบบเศรษฐกิจเรา ต้องยอมรับว่าเรื่องทำมาหากินหรือภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยวการจ้างงานมันมากจริงๆ
ส่วนเรื่องของการส่งออกน่าจะเหนื่อยหน่อย อาจจะไม่ถึงขั้นติดลบ แต่น่าจะประมาณหนึ่ง
เศรษฐกิจโดยภาพรวมแล้วไทยเราไม่ได้ทรุดอย่างคนอื่นเขา แต่ก็ไม่ได้กลับไปโตขึ้น เชื่อว่าโครงสร้างดอกเบี้ยบ้านเรา เงินเฟ้อปีหน้าน่าจะเอาอยู่…”
ผยงบอกด้วยว่า “คงต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อีก!” เขาย้ำว่าขึ้นหนักน่าจะเดือนมกราคม 2566
สาเหตุมาจากปี 2566 ธุรกิจธนาคารจะมีต้นทุนทางการเงินเรื่องนำเงินส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDI) ที่เคยลดลงมาอยู่ที่ 0.23% กลับไปสู่ระดับเดิมที่ 0.46% โดยหากรวมกับเงินนำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากอีก 0.01% จะเป็น 0.47% ซึ่งจะมีผลในเดือนมกราคม 2566
“คือ เรายังใช้หนี้กระทรวงการคลังตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งยังไม่หมด ยังเหลืออีกแสนล้าน การคืนเงินรัฐตรงนั้นยังไม่หมด ยังทยอยใช้หนี้อยู่ จึงมีผลกระทบกับระบบอยู่ประมาณ .4-.6%”
“ปกติ policy rate แค่ .25 แต่นี่ขึ้นไป .4-.6% ดอกเบี้ยเงินกู้ต้องขึ้นแน่นอน เพราะว่ามันเป็นต้นทุนบนฐานเงินฝากทั้งหมด บวกกับการระดมเงินกู้ที่เป็นเงินบาททั้งประเทศ ออกหุ้นกู้ที่เป็นเงินบาทก็เสี่ยง เพราะฉะนั้น ตรงนี้มันทอนกลับไปเงินฝากมากกว่าเงินกู้ ฐานก็กว้างกว่า”
“เพราะฉะนั้น ตัวนี้จะมีผลกระทบในต้นปีหน้า (2566) ธนาคารพาณิชย์ต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับโครงสร้างสินเชื่อของแต่ละธนาคาร ตัวนี้มันคงเกิด…น่าจะมีผล 1 มกราคมเลย…”
ผยงอธิบายเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่ที่หนักสุดน่าจะเป็นผู้ประกอบการ SME
หลังแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเงินและบอกเล่าเกี่ยวกับงานของแบงค์กรุงไทย แน่นอนว่าหัวข้อหนึ่งที่พูดคุยกันไม่พ้นเรื่อง “การเมือง”
ผยงมองว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าจะทำให้เศรษฐกิจของไทยเราคึกคักขึ้น
พอพูดถึงการเลือกตั้ง บิ๊กบอสแบงก์กรุงไทยเลยโดนแซว ได้ข่าวว่าจะไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง???
ผยงก็ยังคงใช้มาดเดิม “สงบ (ปาก) สยบความเคลื่อนไหว”
แต่ว่าที่จริงหากย้อนดูผลงานที่ผ่านมา “ผยง” ก็นับว่าโดดเด่นด้านผู้นำการเงินดิจิทัล ณ เวลานี้ ซึ่งประจักษ์จากผลงานความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาแบงก์กรุงไทยจนก้าวมาอยู่แถวหน้าของแบงค์ดิจิทัล
โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง และต่อยอดมาเป็นเป๋าตัง เปย์ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนทุกกลุ่ม
ซ้ำยังครอบคลุมทั้งบริการภาครัฐ สุขภาพ การศึกษา เรียกว่าสนองนโยบายรัฐบาลได้เกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ผยงจึงกลายเป็นตัวชูโรงด้านเศรษฐกิจที่พรรคการเมืองต้องการในเวลานี้ และเกิดเสียงเล่าลือจะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สําหรับ “ผยง” ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเขาเป็นลูกชายโทนของ “ผาด ศรีวณิช” ซึ่งเป็นคน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ตำแหน่งสุดท้ายของผาดคือ อดีตผู้ตรวจการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ผยงแต่งงานกับกุลวรรณ์ ศรีวณิช (นามสกุลเดิม ลี้ถาวร) มีบุตร-ธิดา ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายไผทพัฒน์, ผนินท์ณัฐ, ผ่องประภัสร์ และผาติวรรธน์ ปัจจุบันลูกๆ โตกันหมดแล้ว
ดังนั้น เรื่องลือจึงใกล้เคียงกับเรื่องจริง และเมื่อสื่อทั้งหลายต้อนจะเอาคำตอบด้วยคำถามที่ว่า “ตกลงจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเมื่อไหร่?”
ผยงก็ได้แต่หัวเราะหน้าแดง ไม่มีอะไรหลุดออกมาสักแอะ!!
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
