bg-single

จับเข่าคุย ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว รับมือ ‘นักท่องเที่ยว’ ปีหน้าทะลัก! จับตาอาชญากรรมข้ามชาติแฝงตัว |รายงานพิเศษ

04.01.2023

รายงานพิเศษ

 

จับเข่าคุย ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว

รับมือ ‘นักท่องเที่ยว’ ปีหน้าทะลัก!

จับตาอาชญากรรมข้ามชาติแฝงตัว

 

มติชนสุดสัปดาห์มีโอกาสบุกห้องผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จับเข่าคุยกับ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน (ผบช.ทท.) ถึงที่ทำการย่านสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับการรับมือนักท่องเที่ยวที่ปีหน้าคาดว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก

ผบช.ทท.เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันจากต้นปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวได้เข้ามาเกินเป้า 10 ล้านคน ทางเราคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป เราได้เตรียมการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท้องที่ โดยมีการประชุมหารือให้เตรียมพร้อมด้านต่างๆ ในการบริการให้ดียิ่งขึ้น หลังจากนี้จะได้เห็นสัญญาณการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดขึ้นเรื่อยๆ

หน้าที่หลักเรามีภารกิจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และบริการอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการปราบปรามแก๊ง-ผู้มีอิทธิพล ที่จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเสียหายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เราได้เตรียมการรองรับในเรื่องการบริการ และการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องแล้ว

ส่วนจุดแข็งต้องบอกว่าวันนี้เราได้เตรียมการโดยนำข้อมูลจากอดีต ในช่วงที่การท่องเที่ยวบูมมากๆ และเกิดปัญหาต่างๆ มาเป็นโมเดล

ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาอาชญากรรมที่กระทำต่อนักท่องเที่ยว ทั้งการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หรือรถสาธารณะที่หลอกนำนักท่องเที่ยวไปตัดสูท ลวงพาไปเที่ยว หรือหลอกขายจิวเวลรี เราก็มีการเตรียมการ และเข้าไปตรวจสอบให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

โดยเตรียมการในส่วนของการป้องกันอาชญากรรม จากแนวทางข้อมูลเดิมที่เรามี เพื่อรองรับปัญหาเหล่านี้

ส่วนข้อจำกัดหรือปัญหาที่พบคือเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาเราพยายามเปิดช่องทางติดต่อสื่อสารให้นักท่องเที่ยวติดต่อเข้ามาได้มากขึ้น ใช้เรื่องดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เรามีฮอตไลน์ 1155 ศูนย์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง มีล่ามแปลภาษา 6 ภาษา จากเดิมมีล่ามแค่ภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย ซึ่งเราได้เพิ่มภาษาตะวันออกกลางมาด้วยในการรองรับข้อมูลที่นักท่องเที่ยวสามารถจะติดต่อสื่อสารเข้ามา

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราได้เปิด Application Tourist Police I lert you ซึ่งเมื่อดาวน์โหลดแล้วนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อศูนย์วิทยุให้ตำรวจท่องเที่ยวโทร.กลับ หรือส่งข้อความ/รูปภาพ/แชตเข้ามา เราจะมีเจ้าหน้าที่รอรับข้อมูล เมื่อได้รับแจ้งเหตุสามารถสื่อสารกันได้

ที่ผ่านมาประมาณ 11 เดือนมีนักท่องเที่ยวดาวน์โหลด 10,000 ราย เรามีการสำรวจ จากสถิติเป็นการขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ต่อจากนี้เพื่อรองรับสถานการณ์เราจะสร้างศูนย์สั่งการ คอมมานด์-คอนโทรล เพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดแล้วถอดบทเรียน นำปัญหาต่างๆ มาวิเคราะห์สถานการณ์ รองรับการเดินทางให้มีการบริการ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ปัญหาแท็กซี่โกงมิเตอร์ หรือรถบริการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ขณะนี้ร่วมมือกับกรมการขนส่ง กทม. และในต่างจังหวัดร่วมกับภาคส่วนท้องถิ่น บูรณาการร่วมกันกวาดล้าง กวดขัน

รวมถึงจัดการปัญหานักท่องเที่ยวเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวเองแล้วเกิดอุบัติเหตุมากมายในประเทศ เป็นเรื่องด่วนที่เราต้องแก้ไข

เราพยายามร่วมมือกับทุกหน่วย และพยายามให้มีการอบรมใบขับขี่สากล เป็นต้น พร้อมกับกวดขันร้านจิวเวลรี ร้านตัดสูท

ปัญหาอะไรก็ตามที่นักท่องเที่ยวร้องเรียนมา เราจะเข้าไปตรวจสอบ ไปดูใบอนุญาต ภายใต้หลักคิดที่ว่าจะไม่ให้ใครมาเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

 

อีกประเด็นที่สำคัญคือ “กัญชา” ซึ่ง ณ ขณะนี้ประเทศไทยถูกมองว่าเสรี นี่คือเรื่องสำคัญที่เราต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ประเด็นนี้สำคัญมากในการสื่อสาร เพื่อไม่ให้คนเข้าใจว่าที่นี่เป็นแหล่งเสพยา แหล่งโสเภณี เพราะอดีตเราเคยมีภาพจำเหล่านี้

เราจึงพยายามให้มีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน

อย่างเรื่องกัญชา ก็ต้องควบคุมดำเนินการทันที หรือภาพลักษณ์ของสถานบริการ การมั่วสุมเสพยา ปัญหาเกี่ยวเนื่องกับเด็ก-สตรี เราก็มีส่วนร่วมเข้าไปกวดขันตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย จะได้เห็นการปูพรม ร่วมมือสืบสวนกับทุกหน่วย

ในส่วนปัญหาอาชญากรข้ามชาติ เราประสานตำรวจสากล กองการต่างประเทศ ตรวจสอบหมายจับแดง ประสานกับทูตตำรวจ หาข้อมูลบุคคลที่มีความเสี่ยง หนีคดี ย้ายประเทศบ่อยๆ รวมทั้งเบาะแสจากนักท่องเที่ยวกันเองแจ้งเข้ามา แล้วร่วมกันสังเคราะห์ข้อมูล เช่น บ่อนอิเล็กทรอนิกส์ หรือพวกที่มาใช้ประเทศเราก่อเรื่องลามกอนาจาร เราก็ร่วมกับทุกหน่วย ไปจับกุม พวกมาแสวงหาผลประโยชน์ทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีแหล่งฉ้อโกง เราพร้อมดำเนินการหมด

ทั้งนี้ เราคงสรุปไม่ได้ว่าชาติไหนที่น่าจับตาหรือเข้ามาก่อปัญหามากที่สุด เราก็ต้องจับตาหมด และเตรียมพร้อมปฏิบัติการให้มากที่สุด อย่างปัญหามาเฟียเปิดบ่อน แก๊งจีน ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เร่งรัดพยายามกวาดล้างอยู่ ข้อมูลที่เรามีจากอดีตชี้ให้เห็นว่าปัญหาบาร์รัสเซีย ที่เคยมีอิทธิพลมาก พอเจอโควิด 2-3 ปีทำให้กลุ่มพวกนี้เบาบางลง

แต่ก็เริ่มมีมาใหม่แล้วต้องเฝ้าระวังอยู่คือ กลุ่มจีนสีเทา ก็พยายามตรวจสอบ กวาดล้าง ไม่ให้เกิดขบวนการ ซ้ำรอยเดิม มาสร้างอาณาจักร ทำหมู่บ้านตัวเอง ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ เราปูพรมหมด

วันนี้ต้องบอกว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปมาก คนจองมาเองแบบอิสระเยอะ หาโรงแรมเอง เที่ยวกันเองเป็นแบบนี้มากขึ้น

แม้กระทั่งมาเฟียที่เป็นคนไทย ที่น่าเป็นห่วง เช่น ตามสถานที่ท่องเที่ยวจะมีสิ่งกีดขวางไม่ให้จอดรถทั้งที่ไม่ใช่ทางของตัวเอง หรือห้ามนำรถขึ้นไปต้องใช้รถของเขาเท่านั้น ใครก็ตามห้ามจอดเรือท่านั้นท่านี้ เราพยายามเข้าไปแก้ ขอความร่วมมือ ซึ่งเราอยากจะถอนรากถอนโคนให้ได้ โดยเชื่อว่าเราต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา

ผมเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะลดน้อยลง ที่ผ่านมาการใช้กฎหมายอาจจะแค่พูดเตือน หรือปล่อยปละละเลย ถ้าทำทันที บวกกับมีสื่อเสนอ โซเชียลช่วยกันสะท้อน ผมเชื่อว่าแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน

 

ส่วนปัญหา “ตำรวจแตกแถว” เรียกรับผลประโยชน์ เรากำชับตั้งแต่บนลงล่าง ให้ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

เรามีทั้งคำสั่งที่ได้ออกไปมากมาย และในอดีตก็มีตัวอย่างว่าพอมีปัญหามีเรื่องขึ้นมาเราไม่ละเว้น ไม่เอาไว้ เสียอนาคตแน่

ดังนั้น ไม่คุ้มกับการที่จะไปกระทำสิ่งที่ไม่ดี ทำให้ตัวเองและหน่วยงานเสียหาย มีการลงโทษอย่างไม่ละเว้น ปลดออก ให้ออกไปเลย ควบคู่กับการลงโทษทางวินัย

รวมทั้งกำชับหัวหน้าหน่วยให้ลงไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น มีโครงการตีท้ายครัวไปถึงบ้านเยี่ยมครอบครัว เอาอาหาร ไข่ ข้าวสาร บุกแฟลตไปดูให้เห็นความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหา

เพราะเราเชื่อว่าถ้าผู้บังคับบัญชาใส่ใจ จะทำให้เขาไม่มีโอกาสเข้าสู่วงจรปัญหา

เพราะถ้ามีปัญหา หัวหน้าต้องร่วมรับผิดไปด้วย

ตำรวจท่องเที่ยวเรามีสโลแกน You First Friend หัวใจเราอยู่ที่การบริการให้นักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศได้รับความสะดวก-ปลอดภัย และเกิดความประทับใจในทุกเรื่อง ทำให้ “หัวใจสำคัญ” ที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาทุกด้านอย่างเร่งด่วน

เนื่องจาก “ภาคการท่องเที่ยว” จะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ให้ประเทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร