จับเข่าคุย ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว รับมือ ‘นักท่องเที่ยว’ ปีหน้าทะลัก! จับตาอาชญากรรมข้ามชาติแฝงตัว |รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ
จับเข่าคุย ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว
รับมือ ‘นักท่องเที่ยว’ ปีหน้าทะลัก!
จับตาอาชญากรรมข้ามชาติแฝงตัว
มติชนสุดสัปดาห์มีโอกาสบุกห้องผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จับเข่าคุยกับ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน (ผบช.ทท.) ถึงที่ทำการย่านสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับการรับมือนักท่องเที่ยวที่ปีหน้าคาดว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก
ผบช.ทท.เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันจากต้นปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวได้เข้ามาเกินเป้า 10 ล้านคน ทางเราคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป เราได้เตรียมการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท้องที่ โดยมีการประชุมหารือให้เตรียมพร้อมด้านต่างๆ ในการบริการให้ดียิ่งขึ้น หลังจากนี้จะได้เห็นสัญญาณการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดขึ้นเรื่อยๆ
หน้าที่หลักเรามีภารกิจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และบริการอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการปราบปรามแก๊ง-ผู้มีอิทธิพล ที่จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเสียหายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เราได้เตรียมการรองรับในเรื่องการบริการ และการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องแล้ว
ส่วนจุดแข็งต้องบอกว่าวันนี้เราได้เตรียมการโดยนำข้อมูลจากอดีต ในช่วงที่การท่องเที่ยวบูมมากๆ และเกิดปัญหาต่างๆ มาเป็นโมเดล
ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาอาชญากรรมที่กระทำต่อนักท่องเที่ยว ทั้งการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หรือรถสาธารณะที่หลอกนำนักท่องเที่ยวไปตัดสูท ลวงพาไปเที่ยว หรือหลอกขายจิวเวลรี เราก็มีการเตรียมการ และเข้าไปตรวจสอบให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โดยเตรียมการในส่วนของการป้องกันอาชญากรรม จากแนวทางข้อมูลเดิมที่เรามี เพื่อรองรับปัญหาเหล่านี้

ส่วนข้อจำกัดหรือปัญหาที่พบคือเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาเราพยายามเปิดช่องทางติดต่อสื่อสารให้นักท่องเที่ยวติดต่อเข้ามาได้มากขึ้น ใช้เรื่องดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เรามีฮอตไลน์ 1155 ศูนย์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง มีล่ามแปลภาษา 6 ภาษา จากเดิมมีล่ามแค่ภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย ซึ่งเราได้เพิ่มภาษาตะวันออกกลางมาด้วยในการรองรับข้อมูลที่นักท่องเที่ยวสามารถจะติดต่อสื่อสารเข้ามา
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราได้เปิด Application Tourist Police I lert you ซึ่งเมื่อดาวน์โหลดแล้วนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อศูนย์วิทยุให้ตำรวจท่องเที่ยวโทร.กลับ หรือส่งข้อความ/รูปภาพ/แชตเข้ามา เราจะมีเจ้าหน้าที่รอรับข้อมูล เมื่อได้รับแจ้งเหตุสามารถสื่อสารกันได้
ที่ผ่านมาประมาณ 11 เดือนมีนักท่องเที่ยวดาวน์โหลด 10,000 ราย เรามีการสำรวจ จากสถิติเป็นการขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ต่อจากนี้เพื่อรองรับสถานการณ์เราจะสร้างศูนย์สั่งการ คอมมานด์-คอนโทรล เพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดแล้วถอดบทเรียน นำปัญหาต่างๆ มาวิเคราะห์สถานการณ์ รองรับการเดินทางให้มีการบริการ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ปัญหาแท็กซี่โกงมิเตอร์ หรือรถบริการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ขณะนี้ร่วมมือกับกรมการขนส่ง กทม. และในต่างจังหวัดร่วมกับภาคส่วนท้องถิ่น บูรณาการร่วมกันกวาดล้าง กวดขัน
รวมถึงจัดการปัญหานักท่องเที่ยวเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวเองแล้วเกิดอุบัติเหตุมากมายในประเทศ เป็นเรื่องด่วนที่เราต้องแก้ไข
เราพยายามร่วมมือกับทุกหน่วย และพยายามให้มีการอบรมใบขับขี่สากล เป็นต้น พร้อมกับกวดขันร้านจิวเวลรี ร้านตัดสูท
ปัญหาอะไรก็ตามที่นักท่องเที่ยวร้องเรียนมา เราจะเข้าไปตรวจสอบ ไปดูใบอนุญาต ภายใต้หลักคิดที่ว่าจะไม่ให้ใครมาเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
อีกประเด็นที่สำคัญคือ “กัญชา” ซึ่ง ณ ขณะนี้ประเทศไทยถูกมองว่าเสรี นี่คือเรื่องสำคัญที่เราต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ประเด็นนี้สำคัญมากในการสื่อสาร เพื่อไม่ให้คนเข้าใจว่าที่นี่เป็นแหล่งเสพยา แหล่งโสเภณี เพราะอดีตเราเคยมีภาพจำเหล่านี้
เราจึงพยายามให้มีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน
อย่างเรื่องกัญชา ก็ต้องควบคุมดำเนินการทันที หรือภาพลักษณ์ของสถานบริการ การมั่วสุมเสพยา ปัญหาเกี่ยวเนื่องกับเด็ก-สตรี เราก็มีส่วนร่วมเข้าไปกวดขันตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย จะได้เห็นการปูพรม ร่วมมือสืบสวนกับทุกหน่วย
ในส่วนปัญหาอาชญากรข้ามชาติ เราประสานตำรวจสากล กองการต่างประเทศ ตรวจสอบหมายจับแดง ประสานกับทูตตำรวจ หาข้อมูลบุคคลที่มีความเสี่ยง หนีคดี ย้ายประเทศบ่อยๆ รวมทั้งเบาะแสจากนักท่องเที่ยวกันเองแจ้งเข้ามา แล้วร่วมกันสังเคราะห์ข้อมูล เช่น บ่อนอิเล็กทรอนิกส์ หรือพวกที่มาใช้ประเทศเราก่อเรื่องลามกอนาจาร เราก็ร่วมกับทุกหน่วย ไปจับกุม พวกมาแสวงหาผลประโยชน์ทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีแหล่งฉ้อโกง เราพร้อมดำเนินการหมด
ทั้งนี้ เราคงสรุปไม่ได้ว่าชาติไหนที่น่าจับตาหรือเข้ามาก่อปัญหามากที่สุด เราก็ต้องจับตาหมด และเตรียมพร้อมปฏิบัติการให้มากที่สุด อย่างปัญหามาเฟียเปิดบ่อน แก๊งจีน ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เร่งรัดพยายามกวาดล้างอยู่ ข้อมูลที่เรามีจากอดีตชี้ให้เห็นว่าปัญหาบาร์รัสเซีย ที่เคยมีอิทธิพลมาก พอเจอโควิด 2-3 ปีทำให้กลุ่มพวกนี้เบาบางลง
แต่ก็เริ่มมีมาใหม่แล้วต้องเฝ้าระวังอยู่คือ กลุ่มจีนสีเทา ก็พยายามตรวจสอบ กวาดล้าง ไม่ให้เกิดขบวนการ ซ้ำรอยเดิม มาสร้างอาณาจักร ทำหมู่บ้านตัวเอง ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ เราปูพรมหมด
วันนี้ต้องบอกว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปมาก คนจองมาเองแบบอิสระเยอะ หาโรงแรมเอง เที่ยวกันเองเป็นแบบนี้มากขึ้น
แม้กระทั่งมาเฟียที่เป็นคนไทย ที่น่าเป็นห่วง เช่น ตามสถานที่ท่องเที่ยวจะมีสิ่งกีดขวางไม่ให้จอดรถทั้งที่ไม่ใช่ทางของตัวเอง หรือห้ามนำรถขึ้นไปต้องใช้รถของเขาเท่านั้น ใครก็ตามห้ามจอดเรือท่านั้นท่านี้ เราพยายามเข้าไปแก้ ขอความร่วมมือ ซึ่งเราอยากจะถอนรากถอนโคนให้ได้ โดยเชื่อว่าเราต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา
ผมเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะลดน้อยลง ที่ผ่านมาการใช้กฎหมายอาจจะแค่พูดเตือน หรือปล่อยปละละเลย ถ้าทำทันที บวกกับมีสื่อเสนอ โซเชียลช่วยกันสะท้อน ผมเชื่อว่าแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน
ส่วนปัญหา “ตำรวจแตกแถว” เรียกรับผลประโยชน์ เรากำชับตั้งแต่บนลงล่าง ให้ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา
เรามีทั้งคำสั่งที่ได้ออกไปมากมาย และในอดีตก็มีตัวอย่างว่าพอมีปัญหามีเรื่องขึ้นมาเราไม่ละเว้น ไม่เอาไว้ เสียอนาคตแน่
ดังนั้น ไม่คุ้มกับการที่จะไปกระทำสิ่งที่ไม่ดี ทำให้ตัวเองและหน่วยงานเสียหาย มีการลงโทษอย่างไม่ละเว้น ปลดออก ให้ออกไปเลย ควบคู่กับการลงโทษทางวินัย
รวมทั้งกำชับหัวหน้าหน่วยให้ลงไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น มีโครงการตีท้ายครัวไปถึงบ้านเยี่ยมครอบครัว เอาอาหาร ไข่ ข้าวสาร บุกแฟลตไปดูให้เห็นความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหา
เพราะเราเชื่อว่าถ้าผู้บังคับบัญชาใส่ใจ จะทำให้เขาไม่มีโอกาสเข้าสู่วงจรปัญหา
เพราะถ้ามีปัญหา หัวหน้าต้องร่วมรับผิดไปด้วย
ตำรวจท่องเที่ยวเรามีสโลแกน You First Friend หัวใจเราอยู่ที่การบริการให้นักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศได้รับความสะดวก-ปลอดภัย และเกิดความประทับใจในทุกเรื่อง ทำให้ “หัวใจสำคัญ” ที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาทุกด้านอย่างเร่งด่วน
เนื่องจาก “ภาคการท่องเที่ยว” จะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ให้ประเทศ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
